• amalit1990
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oam_amalit1990@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-11
  • จำนวนเรื่อง : 106
  • จำนวนผู้ชม : 50689
  • จำนวนผู้โหวต : 42
  • ส่ง msg :
NIRVANA นิพพานทางความคิด เพื่อสันติภาพ และศานติ "เราต้องการสันติภาพ"
"ห้วงยามแห่งความเงียบเหงา และ พ่ายแพ้ บางทีก็ทำให้เราดูเป็นคนขวางโลก อยู่อย่างไร้เส้นทาง ไร้ที่หมาย แม้เราจะยืนอยู่บนโลกก็ตาม" amalit1990 ณ เวลา ตี2.33 นาที
Permalink : http://www.oknation.net/blog/amalit1990
วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551
รู้จักความรัก ว่าด้วยความรัก ในวันแห่งความรักที่แท้จริง
Posted by amalit1990 , ผู้อ่าน : 277 , 09:12:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


           มีคนมากมายที่กำลังอยู่ท่ามกลางความเหงาและความโดดเดี่ยว และเชื่อว่าความรักจะช่วยให้ ความเหงาและความโดดเดี่ยว สิ้นไป แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่กลับเหงาและโดดเดี่ยวมากกว่าเดิมเมื่อมีความรัก หรือมีความกังวลและความว้าวุ่นใจเพราะคนที่รัก ความรักที่เรามีคืออะไร เรารู้จักความรักดีแค่ไหน เมตตาภาวนา : คำสอนว่าด้วยรัก (Teaching on Love) หนังสือซึ่งเขียนโดย ท่านติช นัท ฮันห์ ได้กล่าวไว้ถึงบทเรียนว่าด้วยความรักความเมตตา ที่พระพุทธองค์ทรงสอนเรา ให้ได้พบกับความสุขอันเกิดขึ้นจาก ความรักที่แท้จริง ซึ่งมีพลังในการเยียวยาและแปรเปลี่ยนสถานการณ์รอบๆ ตัวเรา และนำพาความหมายล้ำลึกมาสู่ชีวิต

  

 

  ความรักที่แท้มีองค์ประกอบ 4 ประการ ซึ่งเรียกว่าพรหมวิหาร 4   

 

           1. เมตตา หมายถึง การมีไมตรี หรือความตั้งใจและความปรารถนา ที่จะให้ผู้อื่น เบิกบาน เป็นสุข ซึ่งเราจะต้องฝึกฝนและเฝ้าดูอย่างตั้งใจว่า อะไรที่ควรทำและไม่ควรทำ เพื่อให้ผู้อื่นมีความสุข

 

         2. กรุณา หมายถึง ความตั้งใจและความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ เศร้าเสียใจ น้อยลง แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องทนทุกข์ เพื่อช่วยขจัดทุกข์จากผู้อื่น เพราะถ้าเราเป็นทุกข์ มากเกินไป เราก็อาจย่ำแย่ จนไม่อาจช่วยเหลือผู้ใดได้

 

         3. มุทิตา หมายถึง ความยินดีเบิกบาน ที่เจือไปด้วยความสงบและความพอเพียง เราชื่นบานเมื่อได้เห็นผู้อื่นมีความสุข ขณะเดียวกันตัวเราก็ชื่นบานไปกับความสุขของตนด้วย

 

         4. อุเบกขา หมายถึง การไม่แบ่งแยก เราและคนที่รักนั้นไม่ใช่สิ่งที่แยกออก เป็นสองส่วน ความสุขของเขาก็คือความสุขของเรา ความทุกข์ของเขาก็คือความทุกข์ของเรา รวมถึงการไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยให้ตัวเราและคนที่รักยังคงมีอิสรภาพ

 

  

 

           เราต้องนำพาความรักที่แท้นี้มาสู่ชีวิตตัวเอง รวมถึงชีวิตคนที่เรารักด้วย พระพุทธองค์ทรงแนะนำวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้เราฝึกฝนและเข้าถึงพรหมวิหาร 4 ซึ่งก็คือเมตตาภาวนา การพิจารณาถึงความรักและความกรุณาที่เรามีให้ตัวเองและผู้อื่น

 

         พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

         "ถึงเราจะรวบรวมกุศลทั้งมวลบรรดามีในโลก ก็ยังไม่อาจเทียบเท่าได้กับการปฏิบัติเมตตาภาวนา การสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม สร้างพระพุทธรูป หล่อระฆังหรืองานสังคมสงเคราะห์อื่นใด ก็ยังได้บุญไม่ถึง 1 ใน 16 ส่วนของการปฏิบัติเมตตาภาวนา แม้เราจะเอา แสงจากดวงดาราทั้งหลายมารวมกัน ก็ยังไม่อาจสว่างไสวได้เทียมเท่ากับแสงจันทร์ ในทำนองเดียวกัน การปฏิบัติเมตตาภาวนา ก็ยิ่งใหญ่กว่าการทำกุศลอื่นๆ ทั้งปวงมารวมกันเสียอีก"

 

         การปฏิบัติเมตตาภาวนาก็เหมือนกับการขุดลึกลงไป จนกระทั่งเราค้นพบตาน้ำ เราจะพิจารณาดูตัวเองอย่างจริงจัง จนรู้แจ้ง แล้วความรักก็จะปรากฏสู่ภายนอก ดวงตาของเราจะฉายแววของความสุข ความเบิกบาน ผู้คนที่อยู่รอบข้างก็จะได้รับอานิสงส์ จากรอยยิ้มและการปรากฎตัวของเรา

 

         ในการปฏิบัติเมตตาภาวนา พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจตนเอง โดยพิจารณาดูขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อเราเห็นขันธ์ 5 ในตัวเองชัดเจน ก็จะเกิดความรักความเข้าใจขึ้นตามธรรมชาติ เราย่อมรู้ว่า ควรจะทำหรือไม่ควรทำอะไร ในการเอาใจใส่ตัวเองให้ดีขึ้น

  

 

 

 

           พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

         "ไม่มีใครในโลกที่จะรักตัวเรามากไปกว่าตัวเราเอง ใจเราอาจล่องลอยไปเรื่อย แต่จะ ไม่พบใครอื่นที่จะรักได้มากกว่าตัวเอง ชั่วเวลาที่เราได้เห็นความสำคัญของการรักตัวเอง เราก็จะหยุดสร้างความทุกข์ให้แก่ผู้อื่น"

 

         "ผู้คนชอบคิดว่าพวกเขารักตัวเอง แต่เพราะพวกเขาขาดสติ จึงได้คิด พูด และทำ ในสิ่งที่สร้างทุกข์ให้กับตัวเอง"

 

         เมื่อเราเห็นความจริงข้อนี้ เราก็จะหยุดตำหนิผู้อื่นว่าเป็นเหตุทำให้เราทุกข์ แล้วหันมา พยายามรัก ดูแลและบำรุงร่างกายจิตใจของตนแทน และเมื่อเราตระหนักว่า ตัวเองเป็นคน ที่มีคุณค่าและสนิทสนมกับตัวเองมากที่สุดในโลกนี้แล้ว เราก็จะเลิกกระทำกับตัวเอง เหมือนดั่งศัตรู การปฏิบัติเมตตาภาวนาจะค่อยๆ ละลายความต้องการที่จะทำร้ายตัวเอง และ ผู้อื่นลง การปฏิบัติเมตตาภาวนาโดยการนั่งนิ่งๆ ให้ร่างกายและลมหายใจสงบ แล้วตั้งจิต ปรารถนา

 

 

ขอให้ข้าพเจ้าสุขสงบ ปลอดโปร่งทั้งกายใจ

ขอให้ข้าพเจ้าแคล้วคลาด รอดพ้นจากภยันตราย

ขอให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากความโกรธ ความทุกข์ทรมาน

ความกลัว และความว้าวุ่นใจทั้งปวง

 

กล่าวซ้ำรอบที่ 2 โดยเปลี่ยนจากข้าพเจ้าเป็น ผู้อื่น

 

กล่าวซ้ำรอบที่ 3 โดยเปลี่ยนจากข้าพเจ้าเป็น สรรพสัตว์

 

 

ขณะที่เราปฏิบัติให้เฝ้าดูความสุขสงบ และความปลอดโปร่งที่เกิดขึ้น สังเกตว่าตัวเองมีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่คาดคิด หรือเรื่องร้ายๆ รวมทั้งความโกรธ ความขุ่นเคือง ความกลัว ความว้าวุ่น หรือความกังวลในตัวมากน้อยแค่ไหน หลังจากได้ตระหนักถึง ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว เราจะมีความเข้าใจตนเองมากขึ้น เราจะได้เห็นว่าความกลัวและความไม่สงบ ทำให้เราไม่เป็นสุข อย่างไร แล้วเราก็จะได้เห็นคุณค่าของการรักตัวเอง และสร้างสรรค์หัวใจที่เปี่ยมด้วยความกรุณาขึ้นมา แทนที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยการ เพาะความกลัวในสิ่งที่คาดไม่ถึง จงเฝ้าดูอาการที่เราทำร้ายตัวเองตลอดมาเถิด แล้วทำสิ่งที่ควรเพื่อบรรเทาทุกข์และเรื่องร้ายๆ ลงเสีย

 

         เราต้องเริ่มปฏิบัติเมตตาภาวนานี้จากตัวเองก่อน จนกว่าเราจะสามารถรักและเอาใจใส่ต่อตัวเอง หาไม่เราก็คงไม่อาจช่วย ผู้อื่นได้ จากนั้นเราจึงค่อยแผ่ขยายความรักนั้นออกไปสู่ผู้อื่น แรกสุดแผ่ไปยังคนที่เราชอบ ต่อมาก็เป็นคนที่เรารู้สึกเฉยๆ แล้วก็ คนที่เรารัก จนกระทั่งถึงคนที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดแม้แค่เพียงคิดก็ตาม เมื่อการภาวนาของเราเริ่มได้ผล เราจะสังเกตเห็นถึง สัญญาณของจิตที่เปี่ยมด้วยความรักความเมตตาในตัวเองดังนี้

 

1.   เราจะนอนหลับสบายมากขึ้น

2.   เราจะไม่ฝันร้าย

3.   เราจะตื่นได้โดยง่ายดาย

4.   เราจะไม่ว้าวุ่นใจ หรือหดหู่

5.   ทุกคน และทุกสิ่งที่อยู่รายรอบจะรักและคอยปกป้องเรา

****************

  การมีไมตรีต่อตนเอง

ขอให้ข้าพเจ้าสุขสงบ ปลอดโปร่งทั้งกายใจ

ขอให้ผู้อื่นสุขสงบ ปลอดโปร่งทั้งกายใจ

ขอให้สรรพสัตว์สุขสงบ ปลอดโปร่งทั้งกายใจ

 

ขอให้ข้าพเจ้าแคล้วคลาด รอดพ้นจากภยันตราย

ขอให้ผู้อื่นแคล้วคลาด รอดพ้นจากภยันตราย

ขอให้สรรพสัตว์แคล้วคลาด รอดพ้นจากภยันตราย

 

ขอให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากความโกรธ ความทุกข์ทรมาน ความกลัว และความว้าวุ่นใจทั้งปวง

ขอให้ผู้อื่นหลุดพ้นจากความโกรธ ความทุกข์ทรมาน ความกลัว และความว้าวุ่นใจทั้งปวง

ขอให้สรรพสัตว์หลุดพ้นจากความโกรธ ความทุกข์ทรมาน ความกลัว และความว้าวุ่นใจทั้งปวง

  

  

 

    ความรักความเข้าใจ

ขอให้ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะมองดูตัวเอง ด้วยสายตาแห่งความรักความเข้าใจ

ขอให้ผู้อื่นเรียนรู้ที่จะมองดูตัวเอง ด้วยสายตาแห่งความรักความเข้าใจ

ขอให้สรรพสัตว์เรียนรู้ที่จะมองดูตัวเอง ด้วยสายตาแห่งความรักความเข้าใจ

 

ขอให้ข้าพเจ้าสามารถสัมผัส และจดจำได้ถึงเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขความเบิกบานในตัวเอง

ขอให้ผู้อื่นสามารถสัมผัส และจดจำได้ถึงเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขความเบิกบานในตัวเอง

ขอให้สรรพสัตว์สามารถสัมผัส และจดจำได้ถึงเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขความเบิกบานในตัวเอง

 

ขอให้ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะวินิจฉัยเห็นต้นตอแห่งความโลภ โกรธ หลงในตัวเอง

ขอให้ผู้อื่นเรียนรู้ที่จะวินิจฉัยเห็นต้นตอแห่งความโลภ โกรธ หลงในตัวเอง

ขอให้สรรพสัตว์เรียนรู้ที่จะวินิจฉัยเห็นต้นตอแห่งความโลภ โกรธ หลงในตัวเอง

 

  

 

  หล่อเลี้ยงความสุข

ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้วิธีที่จะบำรุงเลี้ยงเมล็ดพันธุ์แห่งความเบิกบานในตัวเองได้ทุกๆ วัน

ขอให้ผู้อื่นได้รู้วิธีที่จะบำรุงเลี้ยงเมล็ดพันธุ์แห่งความเบิกบานในตัวเองได้ทุกๆ วัน

ขอให้สรรพสัตว์ได้รู้วิธีที่จะบำรุงเลี้ยงเมล็ดพันธุ์แห่งความเบิกบานในตัวเองได้ทุกๆ วัน

 

ขอให้ข้าพเจ้าสามารถมีชีวิตอยู่อย่างแช่มชื่น มั่นคง และเป็นอิสระ

ขอให้ผู้อื่นสามารถมีชีวิตอยู่อย่างแช่มชื่น มั่นคง และเป็นอิสระ

ขอให้สรรพสัตว์สามารถมีชีวิตอยู่อย่างแช่มชื่น มั่นคง และเป็นอิสระ

 

ขอให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น และความหงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ แต่มิใช่เฉยชา

ขอให้ผู้อื่นหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น และความหงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ แต่มิใช่เฉยชา

ขอให้สรรพสัตว์หลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น และความหงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ แต่มิใช่เฉยชา

 

------------------------------------------------

เนื่องในวันมาฆบูชาวันแห่งความรักที่แท้จริง ผมขอนำบทความของท่าน ติช นัท ฮัน มาลง เพื่อให้เป็นวิทยาทานในการปฎิบัติแก่คนทั่วไป ขออนุโมทนาบุญ ในวันสำคัญนี้ด้วยกันทั้งมวลครับ

ปล.ขอขอบคุณ เว็บไซร์หมู่บ้านพลัม

http://www.thaiplumvillage.org

และขอขอบคุณหนังสือทุกเล่มของท่าน ที่ทำให้ผมมีความสงบและตื่นรู้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
Pimshanok วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 11.55 น.
http://www.oknation.net/blog/SoulmateAndDestiny
"I believe in and have faith in Destiny"

เมื่อวานไปเวียนเทียนที่วัดมา
เลยเอาบุญมาฝากค่ะ

"I believe in and have faith in Destiny"
Au
ความคิดเห็นที่ 2
Romeoza วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 16.59 น.
http://www.oknation.net/blog/romeoza

ขออนุโมทนาบุญนะครับคุณ amalit
อ่านแล้วรู้สึกถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์
ที่อยากให้เรารู้จักความรักที่ยิ่งใหญ่
และการหาวิธีดับทุกข์

ปล.ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
ส่งแสงสว่างแห่งธรรมให้ส่องในใจของข้าพเจ้า
กัลยาณมิตรที่ดีอย่างคุณ amalit และพี่ๆ เพื่อนๆ ทุก
คนครับ
ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 09.40 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

ชอบเรื่องนี้มากค่ะ
เวลาอ่านจะดูเหมือนว่าเข้าใจลึกซึ้ง
แต่เวลามีปัญหาเกิดขึ้น กลับนำไปปฎิบัติไม่ค่อยได้
แสดงว่า เรายังไม่เข้าใจลึกซึ้งแน่ๆเลย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29