พิมพ์หน้านี้
|
วิวัฒนาการ วิวัฒนาการของสรรพสิ่งเกิดจากการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด โดยผู้ที่อยู่รอด คือ ผู้ที่เหมาะสมที่สุดหรือแข็งแรงที่สุด หรือกล่าวอีกในหนึ่งก็ คือ การคัดเลือกตามธรรมชาติเป็นกลไกลสำคัญของวิวัฒนาการของสรรพสิ่งโดยผู้ที่อยู่รอด คือ ผู้ที่แข็งแรง/เหมาะสมที่สุด ทฤษฎีวิวัฒนาการเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมและปฏิวัติในฝรั่งเศส เนื้อหาที่สำคัญของทฤษฎีนี้คือ ทฤษฎีวิวัฒนาการได้รับอิทธิพลความคิดมาจากการเกิดของสังคมสมัยใหม่ แนวคิดนี้เชื่อว่าสังคมจะวิวัฒนาการอย่างช้าๆ เป็นเส้นตรงจากสังคมง่ายๆจนพัฒนาขึ้นเป็นสังคมที่ซับซ้อนและก้าวหน้าที่เรียกขานกันว่า สังคมสมัยใหม่ เช่น การเปลี่ยนผ่านจากสังคมชาวบ้านไปสู่สังคมเมือง โดยมีขั้นตอนการเปลี่ยนเหมือนกันทุกสังคมผู้พัฒนาต้นแบบความคิด คือ นักคิดชาวตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้แก่ Herbert Spencer และชาร์ลดาร์วิน ทฤษฎีวิวัฒนาการ คือ แนวคิดที่พยายามอธิบายว่าวิวัฒนาการมีจริงและเกิดขึ้นได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไปข้างหน้าไม่ย้อนกลับมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจากแบบง่ายๆเป็นซับซ้อน จากแบบโบราณเป็นแบบก้าวหน้า และจากแบบทั่วไปเป็นแบบจำเพาะ ชอง ลามาร์ก เขาได้เสนอกฎ 2 ข้อ 1. กฎแห่งการใช้และไม่ใช้ลักษณะของสรรพสิ่งมีชีวิตผันแปรได้ตามสภาพแวดล้อม อวัยวะที่ใช้บ่อยๆย่อมขยายใหญ่ขึ้น ส่วนอวัยวะที่ไม่ได้ใช้จะลดขนาดอ่อนแอลงและหายไปในที่สุดและ 2. กฎแห่งการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่ ลักษณะที่ได้ใหม่หรือเสียไปโดยอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม โดยการใช้และไม่ใช้จะคงอยู่ และสามารถถ่ายทอดลักษณะที่เกิดใหม่ไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปได้ ตัวอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิตที่ ลามาร์ก ยกมาอ้างคือ ยีราฟ เขาว่ายีราฟในอดีตคอสั้นกว่าปัจจุบัน แต่ได้มีการฝึกฝนยืดคอเพื่อพยายามกินใบไม้จากที่สูงๆทำให้คอยาวขึ้น การที่ต้องเขย่งเท้ายืดคอทำให้มีขายาวขึ้นด้วย ลักษณะที่มีคอยาวขึ้นและขายาวขึ้นถ่ายทอดสู่ยีราฟรุ่นต่อไปได้ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ซึ่งต่อมาได้รับเป็นบิดาแห่งวิชาวิวัฒนาการ เสนอทฤษฎีที่เกิดสปีชีส์ใหม่อันเนื่องมาจากการคัดเลือกธรรมชาติ คือสิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องมีการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด โดยลักษณะที่แปรผันบางลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมย่อมดำรงชีวิตอยู่ได้และสืบพันธ์ถ่ายทอดไปยังลูกหลานและที่สำคัญสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้นที่อยู่รอดและดำรงเผ่าพันธุ์ของตนไว้ และทำให้เกิดการคัดเลือกตามธรรมชาติ เกิดความแตกต่างไปจากสปีชีส์เดิมมากจนเกิดสปีชีส์ใหม่ สิ่งมีชีวิตจะอยู่รอดได้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงที่สุด แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมมากที่สุด ถ้านำเอาทฤษฎีวิวัฒนาการมาใช้กับสังคม ความเชื่อ หรือค่านิยมของสังคมก็เป็นเสมือนข้อมูลที่ถูกถ่ายทอดต่อๆกันไปคล้ายกับข้อมูลที่อยู่ในยีนที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษไปสู่ลูกหลานในวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แต่ความเชื่อหรือค่านิยมใดๆที่จะดำรงอยู่หรือสาบสูญไปขึ้นกับว่ามันสามารถถ่ายทอดไปยังผู้คนในสังคมได้มากและยาวนานตลอดจนทำลายล้างความเชื่อและค่านิยมอื่นๆได้ดีหรือไม่ ไม่ได้บอกว่ามันดีหรือถูกต้องแล้ว แปลว่าสิ่งที่วิวัฒนาการทางสังคม (หากมันมีอยู่จริง) จะนำมาให้เรา ไม่ใช่ความคิดความเชื่อที่ชอบธรรมและความงดงามแต่เป็นความเชื่อหรือแนวคิดที่สามารถยัดเยียดให้คนในสังคมเป็นจำนวนมากยอมรับและกำจัดหรือกีดขวางความเชื่อหรือแนวคิดที่แตกต่างได้ดีต่างหาก ได้มีแนวคิดในเชิงวิวัฒนาการของสังคมมาแล้ว โดยเขาเปรียบเทียบสังคมมนุษย์เช่นเดียวกับชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่เริ่มต้นจากความเรียบง่ายสู่ความซับซ้อนในเชิงโครงสร้าง ขั้นแรกของวิวัฒนาการทางสังคมเกิดขึ้นเมื่อคนรวมตัวกันเพื่อปกป้องตนเองให้พ้นจากอันตรายต่างๆ เมื่อจำนวนคนมากขึ้นจำนวนอาหารที่ต้องหามาจากธรรมชาติก็ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สังคมจึงต้องแบ่งหน้าที่โครงสร้าง สังคมจึงสลับซับซ้อนมากขึ้นเขาเชื่อว่าสังคมแข็งแรงกว่าเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้ การวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมมีเพียงสายเดียวเท่านั้น คือ เปลี่ยนผ่านจากสังคมดั้งเดิมไปสู่สังคมสมัยใหม่ ตัวอย่างคลาสสิกของขั้นตอนวิวัฒนาการของสังคมศึกษาได้โดย ไทเลอร์ คือ สังคมมนุษย์จะค่อยๆวิวัฒนาการจากคน ยุคคนป่า สู่ยุคอนารชยชน และยุคอารยธรรมตามลำดับ ปรากฏการณ์แนวคิดวิวัฒนาการที่เราเห็นในสังคมปัจจุบัน เช่น การแข่งขันกีฬาที่โคราชที่มีการแข่งขันอยู่ขณะนี้จะคัดเลือกเอาคนที่เก่งมีความสามารถเท่านั้นถึงจะชนะได้สำหรับคนที่เหมาะสมเท่านั้นถึงจะได้รับชัยชนะได้เหรียญทองไปครอง และอีกตัวอย่างหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนมาก คือ นักศึกษาปีที่ 1 โดนรีไทร์เพราะเขาไม่สามารถที่จะปรับตัวในการเรียนได้ คือ ขี้เกียจอ่านหนังสือ คบเพื่อนไม่ดี เขาจึงไม่เหมาะที่จะเรียนในมหาวิทยาลัย เป็นต้น แนวคิดวิวัฒนาการมีอิทธิพลต่อนักสังคมวิทยา ในการอธิบายสภาพของสังคมชนบทและสังคมเมืองโดยเห็นว่าจะต้องมีช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่สังคมชนบทจะวิวัฒนาการเป็นสังคมเมือง . อ้างอิงใน ยศ สันตสมบัติ.2540.มนุษย์กับวัฒนธรรม.(พิมพ์ครั้งที่ 2).กรุงเทพฯ.สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.หน้า21 เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชาทฤษฎีพื้นฐานทางสังคม โดย อาจารย์เสนาะ เจริญพร |
| วันฟ้าใม่ | ||
ชีวิตต้องสู้ |
||
|
View All |
||