พิมพ์หน้านี้
|
สิทธิสตรีคือสิทธิมนุษยชน จากสิทธิมนุษยชนถึงสิทธิสตรี และสิทธิมนุษยชนของสตรี สิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ทางศีลธรรมที่ไม่กี่อย่างที่ได้มีการตกลงยอมรับว่ามีความเป็นสากล ปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนซึ่งองค์การสหประชาชาติได้ประกาศเมื่อ พ.ศ. 2491 ประกาศสิทธิหลายประการคือ สิทธิของประชาชน สิทธิทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ที่ประชาชนทุกหนแห่งไม่ว่าจะมีสัญชาติใด การห้ามการเลือกปฎิบัติเพราะเหตุแห่งเพศมีระบุในปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แต่เนื่องจากปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนได้ให้คำจำกัดความคำว่าสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง แม้นว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของวิสัยทัศน์ที่ชุมชนโลกได้ให้ความเคารพต่อความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคน แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงผู้หญิงเท่าไรนัก และเนื่องจากว่าไม่ได้มีหน่วยงานด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและการปฎิบัติการที่เด่นชัดทางด้านสตรี การให้คำจำกัดความต่างๆของสิทธิมนุษยชนและกลไก ที่จะบังคับใช้ในโลกปัจจุบันส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการละเมิดที่บรรดาผู้ชายรุ่นแรกๆที่ๆได้ก้าวรุดหน้านำเสนอแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนที่พวกเขากลัวมากที่สุด พวกเขากลัวการละเมิดสิทธิของประชาชนและสิทธิทางการเมืองในสังคม แต่พวกเขาไม่กลัวการละเมิดภายในเขตบ้านของส่วนบุคคล เพราะเขาเป็นนายอยู่ในเขตปริมณฑลเหล่านั้น ดังนั้นคำจำกัดความพวกนี้จึงมักจะไม่รวมอาประสบการณ์ของผู้ชายที่ไม่ใช่ชนชั้นผุ้นำเข้าไว้ด้วยเช่นกัน เพราะคนทั้งสองกุ่มนี้คือผู้หญิงและผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้นำในสังคมไม่ได้มีส่วนมีเสียงในการเจรจาต่อรองเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม สิทธิมนุษยชนก็เช่นเดียวกับประชาธิปไตยและวิสัยทัศน์ทั้งหมดที่ทรงพลัง มันจึงไม่อาจหยุดนิ่งหรือเป็นของคนเพียงกลุ่มเดียว เมื่อแนวคิด มนุษยชนได้เริ่มก่อตัวขึ้นนั้น ได้มีการให้คำจำกัดความสิทธิมนุษยชนตามความต้องการของประชาชนกลุ่มเดียว ความเคลื่อนไหวและความเกี่ยวพันของแนวคิด เกิดจากความจริงที่ว่ามีคนจำนวนมากขึ้นที่เรียกร้องสิทธิและในกระบวนการนี้ จึงเกิดการขยายความหมายของ สิทธิ เพื่อที่จะผสานเข้ากับความหวังและความต้องการของกลุ่มเขา การก่อตัวของกระบวนการเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในช่วงสี่สิบปีที่ผ่านมาเกิดจากการขยายแนวคิด เพื่อที่จะนำเสนอแนวคิดต่างๆ ขึ้นมาใหม่ อาทิเช่น การกีดกันผิว การสูญหายไปของประชาชน สิทธิทางสังคมเศรษฐกิจ และสิทธิร่วมกันในสภาวะแวดล้อมที่ยั่งยืน เป็นต้น ดังนั้นผู้หญิงที่กำลังแปรแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะนำเสนอว่าความเสื่อมทรามและการละเมิดต่างๆ นั้น เป็นการคุกคามอย่างสำคัญต่อศักดิ์ศรีของมนุษย์และสิทธิในชีวิต อิสรภาพ และความปลอดภัยของผู้หญิง แม้นว่าจะมีความพยายามออกกฎหมายระดับระหว่างประเทศต่างๆ โดยธรรมเนียมแล้วไม่ค่อยมีการคำนึงถึงสิทธิสตรี ถือได้ว่ายังอยู่ชายขอบของเวทีสิทธิมนุษยชนกระแสหลัก เหตุผลเบื้องต้นอยู่ที่คำจำกัดความและแนวคิดของสิทธิมนุษยชน พวกหัวเก่าให้คำนิยามการละเมิดสิทธิมนุษยชนว่าเป็นการกระทำของรัฐต่อปัจเจกชน ตัวอย่างเช่น การกักขังบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การทำทารุณกรรม และการประหารชีวิตโดยพลการ เป็นต้น ตามคำนิยามอันนี้ไม่ถือว่าความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นการสิทธิมนุษยชน เพราะถูกกล่าวหามักจะเป็นเอกชนรายบุคคลมากกว่าจะเป็นรัฐ ภายใต้การแบ่งแยกรัฐกับเอกชนแบบนี้ หากตำรวจข่มขืนผู้หญิงจึงจะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในขณะที่ผู้หญิงถูกสามีหรือชายแปลกหน้าข่มขืนก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แหล่งอ้างอิง www.schq.mi.th/privilege สิทธิมนุษยชนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญwww.raiwan.com/category/สิทธิมนุษยชน/ www.stou.ac.th สิทธิสตรีwebboard.mthai.com สิทธิสตรี กับคำว่า เท่าเทียมระหว่างชายหญิงwww.google.com อัตราการถูกทำร้ายของผู้หญิงจากคู่มือร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน |
| วันฟ้าใม่ | ||
ชีวิตต้องสู้ |
||
|
View All |
||