วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม 2551
ประสบการณ์การทำแผนที่เดินดิน
Posted by
แอ๋มSD3.UBU.ผู้พิทักษ์สังคม
,
ผู้อ่าน : 125
, 15:05:55 น.
พิมพ์หน้านี้
สวัสดีค่ะวันนี้ฉันจะนำประสบการณ์การไป ลงพื้นที่มาฝากทุกคนซึ่งมันเป็นประสบการณ์ในการทำแผนที่เดินดินของฉันเองค่ะประสบการณ์ทำแผนที่เดินดิน เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไปลงพื้นที่บ้านโพธิ์ออกเพื่อสำรวจข้อมูลศึกษาประวัติหมู่บ้าน และทำแผนที่เดินดิน ตอนแรกฉันคิดมากเรื่องการทำแผนที่เดินดิน เพราะทำแผนที่มันเป็นอะไรที่ยากมาก และเราคงต้องเดินเท้ากันตามหมู่บ้านซึ่งมันคงต้องเหนื่อยมาก แต่มันเป็นอะไรที่ท้าทายและแปลกใหม่สำหรับชีวิตนักศึกษาพัฒนาสังคมอย่างฉัน ฉันและเพื่อนออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไปยังบ้านโพธิ์ออกใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที เมื่อไปถึงเราก็เริ่มต้นการทำแผนที่ที่โรงเรียนโดยเส้นถนนหลักของบ้านโพธิ์ออกจะมี 2 เส้น ดังนี้เราจึงแบ่งกันออก 2 กลุ่มเพื่อแยกกันเดินสำรวจ เมื่อแยกกันฉันก็ได้เดินไปเรื่อย บางครั้งก็ลืมนับซอยว่าเป็นซอยที่เท่าไหร่ หรือมีร้านค้าตรงแยกที่เท่าไหร่ ทำให้ต้องเดินกลับมาที่จุดเริ่มต้นอยู่บ่อยครั้งเพื่อตั้งต้นใหม่ ยังดีที่วันนั้นแดดไม่ร้อนมาก แต่พวกเราก็เดินจนขาลากทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อย แต่มันก็ตื่นเต้นดี เหมือนกับเราเดินทางเพื่อสะหาอะไรบางอย่างโดยที่เราไม่รู้ว่ามีอะไรรอเราอยู่ข้างหน้าและจุดหมายจะสิ้นสุดอยู่ตรงไหน มันเป็นอะไรท้าทายสำหรับฉันมาก ฉันและเพื่อนใช้เวลาในการเดินเท้าในหมู่บ้านเพื่อทำแผนที่ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเสร็จและกลับมาพบกันที่จุดเริ่มต้น ดูสภาพแต่ละคนดูแล้วเหนื่อยล้าเต็มที แต่ทุกคนกลับบอกว่าสนุกมากในการทำแผนที่ครั้งนี้ ฉันอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเราไม่ได้เรียนอยู่สาขาการพัฒนาสังคมเราจะไม่มีโอกาสได้ประสบการณ์แบบนี้ไหม เราจะมีโอกาสมาเดินทำแผนที่แบบนี้ไหมนะ ในการทำแผนที่เดินดินทุกครั้งที่หลงทางหรือลืมนับซอยเราจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่จุดเริ่มตนทุกที มันทำให้ฉันคิดว่าถ้าในชีวิตจริงของเราละ ถ้าเราทำผิดพลาดบ่อยขนาดนั้น เราจะมีโอกาสกลับมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งแบบนั้นไหมซึ่งในชีวิตจริงคนเรามันคงไม่มีโอกาสได้แก้ตัวบ่อยครั้งขนาดนั้นหรอก มันจึงทำให้ฉันรู้ว่าในการทำอะไรแต่ละครั้งต้องคิดอย่างรอบครอบและระมัดระวังในการกระทำของตัวเอง ซึ่งนอกจากการทำแผนที่เดินดินแล้ว เราต้องทำแผนที่ให้ชีวิตกับตัวเราเองด้วย จากประสบการณ์ทำแผนที่เดินดินทำให้ฉันกล้าที่จะลองผิดลองถูก กล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะแสวงหา และพร้อมที่จะรับประสบการณ์ใหม่ มุมมองใหม่เข้ามาในชีวิต สิ่งเหล่านี้หลอมให้ฉันมีมีมุมมองในการใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไปจากเดิม ซึ่งในการลงพื้นที่แต่ละครั้งฉันจะได้ประสบการณ์และมุมมองแตกต่างกันมันก็ทำให้ฉันเห็นคุณค่าสิ่งต่างมากขึ้นขอเพียงเรากล้าที่จะเรียนรู้และกล้าที่จะก้าวออกไปพบเจอสิ่งใหม่ ซึ่งยังมีอีกมากำมายหลายอย่างที่เรายังไม่รู้และคอยให้เราไปค้นหาในมหาวิทยาลัย โลกยังมีอีกอะไรหลายอย่างให้เราเรียนรู้อย่างไม่รู้จบ ขอเพียงที่เรากล้าจะก้าวเดินออกไปสู่เส้นทางแห่งประสบการณ์
|