พิมพ์หน้านี้
|
พฤษภาประชาธรรม
หากย้อนรอยเรื่องดังกล่าว เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจาก การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกสุจินดา คราประยูร(ในปี 2535) ในรัฐบาลผสม ประกอบด้วย พรรคสามัคคีธรรม พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม พรรคประชากรไทย และพรรคราษฎร นับเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่พอใจและการคัดค้านของประชาชน พรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยการคัดค้านยืนอยู่บนหลักการสำคัญ 2 ประการคือ ต่อมา พล.ต.ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรมได้มีจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.สุจินดา คัดค้านนายกฯ คนนอก และขอให้พล.อ.สุจินดา ถอนตัวจากตำแหน่งนายกฯ หลังจากนั้น มีการคัดค้านนอกสภามากยิ่งขึ้น โดยที่บริเวณหน้ารัฐสภา มีการอภิปรายต่อต้าน พล.อ.สุจินดา และมีผู้ร่วมอดอาหารเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีการแสดงคัดค้านจากประชาชนและองค์กรต่าง ๆ 4 พ.ค.2535 ซึ่งเป็นวันชุมนุมของประชาชนเพื่อคัดค้านนายกฯ คนกลาง ที่ท้องสนามหลวง มีประชาชนเข้าร่วมเกือบแสนคน โดยเรียกร้องให้พลเอกสุจินดา คราประยูร ลาออก และ พล.ต.จำลอง ขึ้นเวทีประกาศอดอาหารจนตาย หากพล.อ.สุจินดา ไม่ลาออก วันที่ 17 - 19 พ.ค.35 เหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ใช้กำลังเข้าสกัดกั้นการเดินขบวนประท้วงของประชาชนที่มี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ออกจากท้องสนามหลวงไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกสกัดกั้นที่สะพานผ่านฟ้าฯ โดยมีการใช้แก็สนำตาและยิงปืนเข้าใส่ผู้ชุมนุมจนมีผู้มีบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมทั้ง พล.ต.จำลอง ถูกคุมขังตัวไว้ หลังจากนั้นวันที่ 20 พ.ค. เวลาห้าทุ่มครึ่ง ทีวีพูลได้ถ่ายทอดข่าวสำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุจินดา และ พล.ต.จำลอง เข้าเฝ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเตือนสติและสั่งสอนบุคคลทั้งสอง ทรงชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่จะมีต่อประเทศชาติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ขอให้บุคคลทั้งสองเป็นตัวแทนฝ่ายต่าง ๆ หันหน้าเข้าหากันช่วยกันแก้ปัญหา ทำอย่างไรให้ประเทศชาติกลับคืนดีขึ้นมา บ่ายวันที่ 24 พ.ค.35 พลเอกสุจินดา คราประยูร ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย ที่มีการแตกแยกทั้งความคิดและการต่อสู้เป้าหมายทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ (16 ปีต่อมา ภาพเหล่านี้ดูเสมือนจะหวนกลับมาอีกครั้ง ?) โดยที่สังคมไทยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย การใช้ความรุนแรง เมื่อไหร่...สังคมไทยจะหลุดพ้นจากความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะตราบใด ที่สังคมการเมืองไทยแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรง แน่นอนว่า ย่อมมืดบอดปราศจากการใช้เหตุผล ปฏิเสธการใช้สันติวิธี การตกเป็นเหยื่อของความเครียดแค้น การใช้กำลัง-อาวุธเข้าประหัตประหารอีกฝ่ายหนึ่ง การใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ ข้าพเจ้าตระหนักว่า เราคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่เราสามารถมีวิธีการในการจัดการกับความขัดแย้งได้อย่างสันติ สังคมไทยก็เช่นเดียวกับสังคมมนุษย์อื่น ๆ ที่มีด้านมืดและด้านสว่าง การมองสังคมไทย โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาความรุนแรงอย่างพินิจรอบด้าน อาจเป็นก้าวแรก ๆ ของการค้นหา ร่าง ของสังคมไทย เพื่อทำความเข้าใจเหตุและรูปร่างลักษณะแห่งความรุนแรงอย่างละเอียดรอบคอบและเป็นจริงเท่าที่จะทำได้ กี่ศพกองทบแทบเท้า |
| View | ||
View |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |