• Treesirikul
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2020-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 145
  • จำนวนผู้ชม : 46473
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
ampro beauty สาระน่ารู้ ความสวย ความงาม ของประเทศไทย
blog ampro beauty แหล่งรวมสาระน่ารู้ ความสวยความงาม ของประเทศไทย ที่เน้นความจริงใจ เปลี่ยนภาษาที่เข้าใจยาก ให้เป็นเข้าใจง่าย ใครอ่านก็ได้สาระดีๆกลับไปครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/amprodental
วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม 2565
Posted by Treesirikul , ผู้อ่าน : 593 , 10:42:26 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฉีดโบท็อกไมเกรน แก้ปวดหัวเรื้อรัง โรคยอดฮิตวัยทำงาน 

ฉีดโบท็อกไมเกรน

การฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน เป็นทางเลือกสำหรับการรักษาอาการปวดไมเกรนที่กำลังเป็นที่สนใจและแนะนำอย่างแพร่หลาย การฉีดโบท็อกไมเกรนจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เชื่อว่าสามารถยับยั้งปลายประสาทที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองด้วย จึงลดความรุนแรงของอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี และอาจไม่จำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวดศีรษะเป็นประจำ เป็นอีกวิธีการรักษาที่ได้รับความสนใจ เพราะมีงานวิจัยยืนยันถึงผลลัพธ์หลังฉีด


โรคไมเกรน (Migraine)

โรคไมเกรน (Migraine) คือ โรคที่ทำให้เกิดอาการปวดขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว พร้อมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากจากเกิดการบีบตัว คลายตัวของหลอดเลือดแดงในสมองมากกว่าปกติ บางรายอาจมีอาการตาพร่ามัวหรือเห็นแสงระยิบระยับร่วม

สาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยอาการที่พบบ่อยที่สุดคือ ปวดศีรษะไมเกรน สาเหตุเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำให้สมองไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ หรือเกิดการอักเสบของเส้นเลือด สมอง เส้นประสาท

วิธีการรักษาไมเกรน นอกจากกินยา นวดกดจุด หรือฝังเข็มแล้ว การฉีดโบท็อกไมเกรนรักษาไมเกรน ยังเป็นอีกวิธีการรักษาที่ได้รับความสนใจ เพราะมีงานวิจัยยืนยันถึงผลลัพธ์หลังฉีด 

วิธีรักษาไมเกรนมีอะไรบ้าง

วิธีการรักษาไมเกรน สามารถรักษาหลากหลายวิธี โดยวิธีที่เห็นผลและเป็นที่นิยมใช้รักษาคือ การกินยา นวดกดจุด การฝังเข็ม หรือการฉีดโบท็อกไมเกรน 

  • การทานยาแก้ปวดไมเกรน

โดยโรคนี้มักรักษาไม่หายด้วยยาแก้ปวดพาราเซตามอลธรรมดา ยาที่ได้ผลดีคือ ยาแก้ปวดแอสไพริน ขนาด 2 เม็ด ในขณะปวด แต่ข้อระวัง ห้ามรับประทานแอสไพรินในขณะท้องว่าง หรือผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหารห้ามรับประทานแอสไพรินเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเลือดออกในกระเพาะได้มากๆ อาจนำทำให้เสียวีชิตได้ 

ในผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจว่าจะมีโรคกระเพาะหรือไม่ ให้รับประทานยาเคลือบกระเพาะ อาหารหรือนมร่วมด้วย ก็จะป้องกันการระคายเคืองของแอสไพรินต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารได้

  • การนวดกดจุด 

การนวดกดจุดแก้ปวดไมเกรนคือการนวดเพื่อลดอาการหดตึงของกล้ามเนื้อ ทำให้คลายอาการปวดเฉพาะจุดของโรคไมเกรนได้ดี

  • ฝังเข็มไมเกรน 

การฝังเข็มไมเกรน หลักการรักษา คือเปิดทวารสมอง ทะลวงเส้นลมปราณ เพิ่มการไหลเวียน การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาอาการปวดศีรษะที่ได้ผลดีวิธีหนึ่ง และได้มีการศึกษาวิจัยการรักษาปวดศีรษะไมเกรนด้วยการฝังเข็ม พบว่าได้ผลดี 

  • โบท็อกไมเกรน 

สุดท้ายการฉีดโบท็อกไมเกรน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์นำมาใช้รักษา ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เชื่อว่าสามารถยับยั้งปลายประสาทที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองด้วย จึงลดความรุนแรงของอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี และอาจไม่จำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวดศีรษะเป็นประจำ เป็นอีกวิธีการรักษาที่ได้รับความสนใจ เพราะมีงานวิจัยยืนยันถึงผลลัพธ์หลังฉีด


 อาการปวดไมเกรนที่ควรเข้ารับการรักษา

อาการปวดไมเกรน

บางคนอาจสงสัยว่า จะฉีดโบท็อกไมเกรนดีไหม แล้วแบบไหนถึงควรเข้ารับการรักษาไมเกรน บางท่านสามารถเข้ารับการรักษาได้

ทันทีหากเกิดอาการปวดไมเกรน เกิดอาหารปวดบ่อยๆจนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น หรือเกิดอาการปวดรุนแรงมากเฉียบพลัน 

บางท่านอาจเกิดอาหารหนักมากขึ้น โดยมีอาการข้างต้นดังนี้

  • เกิดอาการอัมพาตหรืออ่อนแรงใน 1 แขนหรือทั้งสองข้างหรือ 1 ด้านของใบหน้า

  • พูดไม่ชัดหรืออ่านไม่ออก

  • ปวดหัวอย่างกะทันหันทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงไม่เหมือนที่เคยเป็นมาก่อน

  • ปวดศีรษะร่วมกับมีไข้สูง คอเคล็ด จิตสับสน มองเห็นภาพซ้อน

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่นโรคหลอดเลือดสมองหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบและควรได้รับการประเมินโดยแพทย์โดยเร็วที่สุด


ฉีดโบท็อกไมเกรนคืออะไร

ฉีดโบท็อกไมเกรนคืออะไร

ฉีดโบท็อกไมเกรนคือ การฉีด Botulinum Toxin ชนิด A เป็นวิธีหนึ่งที่แพทย์นำมาใช้รักษาไมเกรน สามารถทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เชื่อว่าสามารถยับยั้งปลายประสาทที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองด้วย จึงลดความรุนแรงของอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี และอาจไม่จำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวดศีรษะเป็นประจำ

รู้จักโบท็อก (Botulinum Toxin) 

รู้จักโบท็อก (Botulinum Toxin)

 Botulinum Toxin หรือ Botulinum  toxin  type  A  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  ²BTA ² เป็นสารชีวภาพปราศจากเชื้อ  สกัดจากเชื้อ แบคทีเรีย  Clostridium  Botulinum  ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย กลุ่มเดียวกับเชื้อที่ทำให้เกิดบาดทะยัก และได้นำมาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์  ก่อนใช้จะนำมาผสมกับน้ำเกลือ ก่อนฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการแก้ไข เพื่อออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ยับยั้งปลายประสาทที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองด้วย จึงลดความรุนแรงของอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี


ฉีดโบท็อกช่วยรักษาไมเกรนได้อย่างไร

การฉีดโบท็อกไมเกรน Botulinum  toxin  type  A สามารถเข้าไปยับยั้งปลายประสาท Acetyl Choline ตัวกลางในการส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองที่ต่อกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งอยู่คลายตัวลง จึงช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะให้น้อยลงได้ครับ และยังช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดศีรษะได้อีกด้วย


ใครที่ควรเข้ารับการฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน

หากกำลังกังวล ว่าตัวเองควรเข้ารับการฉีดโบท็อกไมเกรนหรือไม่ สามารถตรวจสอบตัวเองได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ได้เลยครับ ว่าเข้าข่ายหรือไม่

  • ผู้ที่มีป่วยเป็นโรคไมเกรนทุกระดับ
  • ผู้ที่ปวดหัวอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
  • ผู้ที่ปวดหัวเรื้อรังเป็นระยะนาน
  • ผู้ที่ต้องทานยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  • ผู้ที่ปวดหัวไมเกรนบ่อยครั้ง
  • ผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยการทานยาได้ ทานยาแล้วไม่หาย
  • ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม
  • ผู้ที่ได้รักษาไมเกรนด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่เห็นผล
  • ผู้ที่ได้รับปวดหัวจากการรับประทานยาแก้ปวดที่มากจนเกินไป
  • ได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิตจากการปวดหัวที่รุนแรง เช่น ต้องหยุดเรียน ต้องหยุดงาน เป็นต้น

ใครที่ไม่ควรฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน

การรักษาก็จำเป็นจะต้องศึกษาให้ดีก่อนการตัดสินใจฉีดเพื่อความปลอดภัยของผู้รักษา ซึ่งนอกจากจะทำความเข้าใจว่าการรักษาไมเกรนด้วย Botulinum toxin เหมาะกับใครแล้ว ก็จำเป็นจะต้องศึกษาด้วยว่าใครที่ไม่ควรฉีด ซึ่งเราได้ลิสต์มาเพื่อเป็นสิ่งที่ควรระวังก่อนการตัดสินใจรักษา

  • ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ผู้ที่ปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ
  • ผู้ที่มีมีปัญหาด้านกล้ามเนื้อการกลืน
  • ผู้ที่มีภาวะการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ผู้ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณที่ต้องฉีดโบท็อก

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณอยู่ในภาวะข้างต้นที่อาจจะมีความเสี่ยงในระหว่างการฉีดหรือเข้ารับการรักษา จำเป็นที่จะต้องปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น


ข้อดี - ข้อจำกัดของการฉีดโบท็อกไมเกรน

การฉีดโบท็อกไมเกรน หรือการฉีด Botulinum  toxin  type  A นั้นมีข้อดีและข้อจำกัดดังนี้ 

  ข้อดี - ข้อจำกัด

ข้อดีของการฉีดโบท็อกไมเกรน

  • อาการตึง ปวดต้อคอ บ่า ไหล่ ดีขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อคลายตัวลง
  • ช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดไมเกรนได้ดี
  • ช่วยลดความถี่ของการปวดไมเกรน
  • ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่หดตัว
  • ไม่ต้องทานยาในปริมาณมากๆ
  • เห็นผลชัดเจนความปวดบรรเทาลง
  • ไม่มีผลข้างเคียงหลังการรักษา
  • ปลอดภัย และได้มาตรฐาน อย.ไทย
  • รักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบ ประสาทและสมอง

ข้อจำกัดของการฉีดโบท็อกไมเกรน

สำหรับข้อจำกัดที่สามารถเห็นได้ชัดเกี่ยวกับการฉีด Botulinum toxin ไมเกรน คือ ผลการรักษาจะอยู่ได้ที่ 3 – 4 เดือน ซึ่งอาจจะต้องมีการฉีดต่อเนื่องเพื่อรักษาและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยหลายคนก็ค่อนข้างพึงพอใจกับระยะเวลาการรักษาที่สามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือน ถึงกระนั้น การฉีดโบท็อกจำเป็นที่จะต้องมีการเว้นระยะการฉีด ไม่ควรฉีดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ รวมถึงอาการดื้อโบท็อก


ฉีดโบท็อกไมเกรนมีผลข้างเคียงหรือไม่

การฉีดโบท็อก (Botulinum  toxin  type  A)รักษาอาการไมเกรนมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย เราสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดอันตรายอย่างแน่นอน แต่เราจำเป็นจะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก ว่าสารที่ฉีดนั้นเป็นของแท้หรือไม่ โดยเราสามารถเลือกเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับสารของปลอมได้ดี

เพียงเท่านี้ก็จะสามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและลดปัญหาต่างๆ ได้ แต่ถ้าหากคุณยังคงมีอาการปวดหัวไมเกรนที่รุนแรงต่อเนื่องหลังจากฉีดโบท็อกไมเกรน รวมถึงอาการผิดปกติเพิ่มเติม แนะนำว่าควรที่จะรีบเข้าพบแพทย์ทันที


ขั้นตอนการฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน

ขั้นตอนการฉีดโบท็อก

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกไมเกรน ใช้เวลาน้อยและปลอดภัย หากคุณเลือกใช้บริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือเลือกโรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทางที่มีความชำนาญ จะช่วยให้เราสามารถเข้าสู่ขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

โดยขั้นตอนการฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน มีดังนี้ 

  1. พบแพทย์เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกไมเกรน แจ้งรายละเอียดและคำวินิจฉัยในการรักษาจากแพทย์เฉพาะด้าน
  2. เตรียมตัวเข้ารักษาการฉีดโบท็อก พร้อมศึกษาเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติตัวก่อนและหลังการฉีดให้ดี
  3. ในกระบวนการรักษา แพทย์จะเลือกโบท็อกปริมาณที่เหมาะสม พร้อมฉีดเข้าไปยังบริเวณจุดต่างๆ รอบศีรษะ 31 จุด
  4. หลังจากทำการฉีดเสร็จแล้ว เราจะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ภายในวันที่ 3 – 5 ของการฉีดโบท็อกไมเกรน

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกไมเกรน

การดูแลตัวเอง

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกไมเกรน นั้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้อาการกลับมากำเริบอีกครั้ง โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  • งดการกดหรือนวดบริเวณที่ทำการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นล้างหน้า การอบไอน้ำ หรือเลเซอร์หลังทำการฉีด 2 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีด 1-2 สัปดาห์
  • งดนอนราบ 3-4 ชั่วโมงหลังทำการฉีด
  • พยายามรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดความเครียดลง เป็นการลดการกระตุ้นอาการปวดศีรษะ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เลี่ยงอาหารที่ส่งผลกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น ชา กาแฟ
  • เลี่ยงการกระทำที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ง่าย เช่น อยู่ในที่ๆ  สภาพแวดล้อมที่แออัด มีเสียงดัง มีแสงที่สว่างจ้าเกินไป มีกลิ่นควันบุหรี่ หรือที่ที่อยู่แล้วเราจะปวดหัว เป็นต้น

ผลการวิจัยของ American Migraine Foundation ระบุว่าคนที่เป็นไมเกรนไม่ควรรับคาเฟอีนเข้าร่างกายเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจจะกระตุ้นทำให้เกิดอาการไมเกรนรุนแรงขึ้น


ฉีดโบท็อกไมเกรนกี่วันเห็นผล

แล้วฉีดโบท็อไมเกรน กี่วันถึงจะเห็นผล? หลังจากฉีดโบท็อกไมเกรน ตัวยาจะไม่ออกฤทธิ์ทันที อาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3 – 4 วันเพื่อแสดงผล และจะออกฤทธิ์สูงสุดในสัปดาห์ที่ 2 หลังการฉีด ซึ่งผลลัพธ์จากการฉีดจะอยู่ได้ประมาณ 3 - 4 เดือน


ฉีดโบท็อกไมเกรนราคาเท่าไหร่

ราคาในการฉีกโบท็อกไมเกรนนั้น เริ่มต้นได้ที่ราคา 5,500 บาท โดยราคาจะเพิ่มตามจำนวนการรักษาของแต่ละบุคคล


ฉีดโบท็อกไมเกรนที่ไหนดี 

แม้ว่าเราจะ ทราบข้อดี ข้อจำกัด รวมไปถึงข้อควรระวังแล้ว การเลือกฉีดโบท็อกไมเกรนที่ไหนดี เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เราสามารถใช้เกณฑ์ดังนี้ ช่วยประกอบการตัดสินใจเข้ารับการฉีดโบท็อกไมเกรนได้ครับ

  1. สถานพยาบาลมีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน
  2. มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ในการรักษาและให้คำแนะนำ
  3. สถานพยาบาลสะอาด พื้นที่ต่างๆ เป็นระเบียบเรียบร้อยและถูกสุขอนามัย
  4. อุปกรณ์ครบครัน เครื่องมือทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
  5. เจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญและใส่ใจในด้านการบริการเป็นอย่างดี
  6. Botulinum toxin เป็นของแท้และมีคุณภาพ
  7. ราคาคุ้มค่า สมเหตุสมผล สอดคล้องกับคุณภาพที่ได้รับ
  8. มีการติดตามเกี่ยวกับผลลัพธ์การรักษาอยู่เสมอ
  9. คลินิกเดินทางได้อย่างสะดวก เดินทางได้คล่องและง่าย 

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดโบท็อกไมเกรนใช้เวลานานเท่าไหร่

โดยปรกติแล้วการฉีดโบท็อกไมเกรนนั้นใช้เวลาน้อยมาก ใช้เวลาฉีกน้อย แต่ระยะเวลาการรักษาอาจนานขึ้นตามอาการของผู้ป่วยและการดูแลตนเองหลังฉีกของแต่ละท่านครับ

ฉีดโบท็อกรักษาไมเกรนให้หายขาดได้ไหม

 การฉีดโบท็อกไมเกรนนั้น ไม่สามารถรักษาโรคไมเกรนให้หายขาดได้ เพียงแต่จะช่วยบรรเทาอาการและลดความถี่ของอาการปวดไมเกรน ทั้งนี้การดูแลรักษาตัวเองหลังจากรับการฉีดโบท็อกไมเกรนตามคำแนะนำของแพทย์ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่หากเราปฏิบัติตามอย่างเคร่งครับ อาการปวดจากโรคไมเกรนก็อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกหรือเกิดขึ้นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดครับ


ข้อสรุป

ทั้งนี้ แม้การฉีดโบท็อกไมเกรน จะเป็นตัวเลือกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้เป็นอย่างดี แต่การดูแลตัวเองหลังการรักษาก็จำเป็นเช่นกัน หากเราทำตามคำแนะนำจากแพทย์ผู้เขี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด อาการปวดจากโครไมเกรน ก็อาจจะไม่กลับมาหาเราอีกเลยครับ


 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน