วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2550
รีบมากๆ จะไปไหน เคยถามตัวเองมั้ยว่าถ้าตายไปเสียใจละเปล่า
Posted by
คนรักอัมพวา
,
ผู้อ่าน : 181
, 19:22:29 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ชีวิตทั้งร่างกายและจิตใจต่างก็เรียกร้องหาความสงบ และผ่อนคลาย แต่สังคมยุคโลกาภิวัตร ยุค Hi-Tech เป็นสังคมแห่งการแข่งขันจะทำอะไรต้องรีบ เวลากลางวันเป็นเวลาทำงานตามปกติ โดยทั่วไปคนเราทำงานวันละประมาณ 8 ชั่วโมง และภาคค่ำเป็นเวลาแห่งการพักผ่อน เราใช้เวลา นอนไม่ควรต่ำกว่า 7-8 ชั่วโมงเช่นกัน แต่ความบีบคั้นที่เกิดจากการแข่งขันคนเราต้องทำงานมากขึ้น ใช้เวลาพักผ่อนน้อยลง เวลาที่ให้กับการสันทนาการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว และ ระหว่างคนรอบข้างก็น้อยลงไป ชีวิตจึงเครียดทั้งกายและใจ ฉะนั้นหลายคนหาทางคลายเครียดด้วย วิธีต่างๆ เช่น ให้เวลากับความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ บ้างก็พึ่งพาสิ่งมึนเมา ยาเสพติดเพื่อคลายเครียด การแข่งขันนอกจากสร้างความเครียดแล้วยังสร้างความวิตกกังวลซึ่งเพิ่มความเครียดเป็นทวีคูณ
ชีวิตสังคมยุคนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพแห่งความรีบเร่ง ลูกเล็กเด็กแดงก็พลอยเป็น เหยื่อของความเร่งรีบกับเขาด้วย พวกเขาต้องถูกปลุกให้ตื่นแต่เช้ารีบตามพ่อ-แม่ ผมเห็นเด็กบางคน ไม่มีเวลาพอที่จะรับประทานอาหารที่บ้านต้องรับประทานในรถขณะเดินทาง
ความเครียดที่เกิดจากความเร่งรีบส่งผลทางลบต่อชีวิตอย่างมากมาย เริ่มจากความ ผิดปกติใน ร่างกาย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บนานาชนิด ต่อมาความผิดปกติทางประสาท และนำไปสู่โรคจิต โรคประสาท เช่น โรคซึมเศร้า ประสาทหลอนและในที่สุดกลายเป็นคนวิกลจริต
ปัญหาสังคมที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ การแสดงออกของวัยรุ่นที่เราไม่เคยคาดคิด ไม่มีใคร ปฏิเสธได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความเครียด เขาทำเพื่อความสะใจและคลายเครียดทางอารมณ์ จนขาดจิตสำนึกว่าผลร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตน ครอบครัว และสังคม จะเป็นอย่างไร
ในเวลาเช่นนี้แต่ละคนควรตระหนักและมีสติ หยุดคิดสักนิดใช้การสังเกตสักหน่อย ถ้าจะ เปรียบกับตัวเองขณะนี้ขับรถด้วยความเร็วสูง กำลังเหยียบคันเร่งอย่างแรง จงมีสติและค่อยๆ ผ่อน คันเร่งลง ให้รถวิ่งช้าลง การลดความเร่งรีบจะลดความเครียด ในเวลานั้นเราจะมีโอกาสได้เห็นบางอย่างและได้พบความงามของชีวิตที่ไม่เคยมองเห็น เช่นเดียวกันกับเมื่อเราชะลอความเร็วของรถเราสักหน่อยก็จะเห็นความงามของธรรมชาติล้อมรอบตัวเรา
วิธีที่จะช่วยให้ความเครียดจากความเร่งรีบค่อยๆ ผ่อนคลาย แต่ละคนควรเรียนรู้ที่ จะไปหาความสงัดของธรรมชาติ การเข้าหาความสงัดในธรรมชาติไม่ใช่การหนีชีวิตหรือเป็นคนว้าเหว่ แต่เกิด จากความตั้งใจของเราเพื่อให้ชีวิตมีความสงบ จะเรียกว่าธรรมบำบัดคงจะไม่ผิด
ผู้นำศาสนาสำคัญๆ เช่น พระพุทธเจ้าก็ได้พบธรรมในความสงัดท่ามกลางธรรมชาติ พระเยซู คริสต์พระองค์ปลีกเวลาและแยกพระองค์เองจากฝูงชนไปในที่สงัดหลายครั้ง โมเสสใช้เวลา 40 วัน 40 คืน ในที่สงัดกับธรรมชาติในการติดต่อกับพระเจ้า
ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ชีวิตเกิดอุบัติเหตุ อยากให้ร่างกายมีสุขภาพดี อยากให้ความคิดโปร่งใส มองเห็นธรรม มองเห็นความจริงและรายละเอียดของชีวิตและอยากให้ครอบครัวและสังคม มีความสงบสุข ขอให้จัดตารางเวลาหาที่สงัดเข้าหาธรรมชาติอันงดงามที่พระเจ้าทรงประทานให้ เราจะพบว่าในธรรมชาติแท้จริงเช่นมหาวิทยาลัยชีวิต
ถ้าท่านรักชีวิตทั้งของตนเองและผู้อื่นจงลดความเร่งรีบและหาที่สงบมองดูชีวิตให้ดีว่ากำลัง ไปทางไหน เพื่ออะไรถูกทางจริงๆ หรือไม่จงไปหาที่สงัดและช่วยให้ใจสงบ บทความพิเศษ : ให้ข้อคิดและกำลังใจโดย อ.วีระชัย โกแวร์
|