• อนลัส
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : analus-26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 7508
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
analus
เมื่อเรายังหายใจ ย่อมมีเรื่องราวให้เล่าขาน !?!?
Permalink : http://www.oknation.net/blog/analus
วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม 2550
โศกนาฏกรรมสีชมพู
Posted by อนลัส , ผู้อ่าน : 134 , 18:14:21 น.  
พิมพ์หน้านี้


โศกนาฏกรรม “สีชมพู” 

 

        ตึกแถวซ่อมซ่อสีเทาทึมทึบเต็มไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว้ประสานเซ็งแซ่ด้วยเสียงสั่งของวุ่นวาย โต๊ะมุมในสุดชายวัยกลางคนผอมกระร่องกระแร่งตะโกนแข่งกับลูกค้าโต๊ะข้างๆ “เฮีย หมี่แห้งพิเศษชาม เร็วๆ หน่อย หิว” จากนั้นจึงหันไปสั่งกาแฟเย็นกับเด็กเสิร์ฟตรงหน้า ไม่วายกำชับสั่งท้ายให้เร็วๆ อีกเช่นเคย

        “เล็ก” หรือที่คนในชุมชนแออัดรู้จักกันดีในชื่อ “นกเล็ก” เป็นชายร่างเล็กสมชื่อ อาศัยอยู่ในเพิงไม้มุงสังกะสีผุๆ ใช้กล่องกระดาษแทนฝาบ้านโกโรโกโส ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าห้องเก็บของบ้านผู้มีอันจะกิน แต่กระนั้นก็ยังเป็นที่ซุกหัวนอนของ 5 ชีวิต คือ พ่อกับแม่ที่แก่ชรากับลูกสาวฝาแฝดวัย 12 ขวบ รวมทั้งตัวของเขาเอง ส่วนเมียนั้นหนีไปกับชายอื่นนานหลายปีแล้ว

        ชายวัยกลางคนผู้นี้ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง อาศัยรับจ้างทั่วไปหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องทั้ง 5 ชีวิต แต่เขาก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือ หลายคนสงสัยถึงขั้นสรุปเอาเองว่า ไอ้นกเล็กมันค้ายาเสพติดเหมือนกับคนอื่นๆ อีกจำนวนไม่น้อยในชุมชน ด้วยเป็นช่องทางทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำและง่ายดาย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า จริงๆ แล้วนกเล็กมันทำอาชีพเสริมอะไร

        “เป็นไง วันนี้มีข่าวอะไรมั่ง” ชายรูปร่างสูงใหญ่ไว้หนวดเฟิ้มก้าวมาจากด้านหลัง วางมือที่ใหญ่เหมือนใบลานลงบนบ่าจนนกเล็กสะดุ้ง เงยหน้าจากชามบะหมี่ ก่อนที่ชายคนเดิมจะดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามถือวิสาสะนั่งลง หน้าตาเหมือนจะยิ้มหรือแสยะบอกไม่ถูก เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่มีชายอีกคนที่ค่อนข้างอ้วน สั้นม่อต่อเหมือนมะขามข้อเดียวเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งข้างๆ

        ที่นกเล็กสะดุ้งไม่ใช่เพราะการมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวของทั้งสอง แต่หากเป็นเพราะสถานที่นี้โจ่งแจ้งเกินไปที่จะพบเจอ เขาหันซ้ายหันขวามองจนแน่ใจว่า ปลอดคนรู้จักแล้วจึงพูดเชิงตำหนิ แต่ก็ไม่เต็มเสียงนัก

        “โธ่ ดาบนวย เล่นมาเจอกันอย่างนี้ ผมก็แย่ซิ เดี๋ยวซวยเจอคนรู้จักละก็” พูดยังไม่ทันจบชายอ้วนที่นั่งข้างๆ ก็คว้าคอหมับเข้าให้จนมันต้องหดหัวแยกเขี้ยวหยุดพูด

        “อย่านอกเรื่องไอ้นกเล็ก ดาบนวยเขาถามมึงก็ตอบให้ตรงคำถาม เดี๋ยวพ่อซัดให้” ไม่บอกก็รู้ว่าชายคนดังกล่าวสามารถลงมือทำได้จริงๆ ตามคำขู่ กรามขบเป็นสันนูนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นบริเวณคางโดดเด่นขึ้นมา ชายคนนี้ชื่อ “จ่าเป๊ปซี่” เหตุใดถึงชื่อนี้ไม่มีใครรู้ได้ แต่เขาก็ชื่นชอบมันเป็นพิเศษ เพราะน้อยคนจะมีชื่อแปลกๆ เช่นนี้

ชายฉกรรจ์ผู้ปราศจากรอยยิ้มชื่นชมชื่อ “เป๊ปซี่” พอๆ กับรอยแผลเป็นที่ได้มาจากการดวลกับนักเลงขี้เมากลุ่มหนึ่งตามที่เขาบอกกับทุกๆ คน ระหว่างเข้าไปนั่งดื่มเบียร์ในร้านคาราโอเกะเล็กๆ ต่างจังหวัดขณะไปตามจับผู้ต้องหาฆ่าคนที่หนีไปกบดานในถิ่นเกิด แม้จะไปตามลำพัง แต่ด้วยความเจนจัดในชีวิตการเป็นตำรวจ เขาจึงกำราบนักเลงหัวไม้เจ้าถิ่น 3 คน จนสลบคาที่ กระนั้นเขาเองก็สะบักสะบอมไม่น้อย เมื่อถูกขวดปากฉลามแทงเข้าที่ปลายคางปรากฏเป็นรอยแผลเป็นจนถึงปัจจุบัน

“เอางี้ดาบนวยกะจ่าเป๊ปซี่ไปรอผมที่...” พูดยังไม่ทันจบทั้งสองก็จับนกเล็กใส่กุญแจมือ กระชากแขนถูลู่ถูกังออกจากร้านตรงไปที่รถเก๋งสีขาวที่จอดอยู่หน้าร้าน ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะวิงวอนร้องขออย่างไรก็ตาม พอก้าวขึ้นรถปิดประตู ชายรูปร่างเล็กที่นั่งรออยู่แล้วก็สตาร์ตเครื่องวิ่งฝ่าผู้คน ที่เริ่มหันมามองด้วยความสนใจใคร่รู้มากกว่าจะช่วยเหลือ พวกเขาไม่สนใจว่าใครจะเป็นอย่างไรมากไปกว่าการหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่อยากรู้เอาไว้พูดนินทาและซ้ำเติม เหมือนกับการได้เหยียบย่ำคนให้ต่ำกว่าจะทำให้ชีวิตของพวกเขาดูมีคุณค่าขึ้นมา

รถเก๋งสีขาวแล่นห่างออกไปทิ้งความวุ่นวายในชุมชนแออัดไว้ข้างหลัง ขับไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง ระหว่างนี้ทั้งรถเงียบกริบบรรยากาศน่าอึดอัดจนนกเล็กอดรนทนอยู่ไม่ได้เลยต้องเอ่ยถาม “จ่าจะพาผมไปไหน” ครั้งนี้เขาถามชายร่างเล็กคนขับรถ ซึ่งรู้จักในชื่อ “จ่าชาติ” เงียบ...ไม่มีคำตอบใดๆ จากปากทั้งสามคน แทนคำตอบจ่าเป๊ปซี่ซัดหลังมือเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง

“ไอ้นกเล็กมึงหลอกพวกกู ฉิบหายบอกมาได้ว่าจะมีการขนของเมื่อคืนก่อน นายกูย้ำนักย้ำหนาว่าจะพลาดไม่ได้ กูกับดาบนวยก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ มึงรู้ไหมพวกกูยกกำลังไปแทบหมดกองกำกับ แต่ไม่ได้ของสักเม็ดเดียว ถูกนายด่าป่นปี้หมด เสือกหลอกกูได้ มึงนะมึง” 

ไม่พูดเปล่าจ่าเป๊ปซี่จับหัวไอ้นกเล็กโขกกับพนักพิง จนอีกฝ่ายรู้สึกมึนงงคลื่นไส้แทบอาเจียนเอาหมี่แห้งออกมา ไอ้นกเล็กจำได้ว่า ข่าวที่จ่าหน้าเหี้ยมพูดถึงคือข่าวการลักลอบขนยาบ้าล็อตใหญ่จากชายแดนภาคเหนือมาเก็บกักไว้ที่บ้านหลังหนึ่งในชุมชน นำมาสู่การระดมกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเกือบร้อยนาย นอกจากนี้ยังมีกำลังตำรวจคอมมานโดและสุนัขดมยาเสพติดอีกหลายตัว เดินพาเหรดอยู่ในชุมชนเมื่อไม่กี่วันก่อน

ความล้มเหลวในปฏิบัติการปิดล้อมชุมชนตรวจค้นยาเสพติดครั้งนั้น ทำให้นกเล็กเพิ่มความระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ลำพังเป็นสายยาเสพติดก็บ่มเพาะศัตรูมากพออยู่แล้ว ความล้มเหลวของตำรวจยังเป็นเครื่องยืนยันอีกอย่างว่า ฝ่ายพ่อค้ายาเสพติดเริ่มไหวตัว และเริ่ม “เช็ค” หาหนอนบ่อนไส้ เขาต้องระมัดระวังทั้งกับพ่อค้ายาและตำรวจในข้อหาเดียวกัน คือ “การหักหลัง”

ตลอดชีวิตที่ผ่านมานกเล็กจำได้ว่า แม้การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็เป็นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เริ่มจากเสพและเป็นเด็กเดินของเหมือนวังวนของคนในชุมชนแออัด เขาถูกตำรวจหรือจะเรียกให้ถูกก็คือ ดาบนวยและจ่าเป๊ปซี่จับหลายครั้งหลายครา แต่ไม่รู้เป็นอย่างไรเขาได้รับการปล่อยตัวมาทุกครั้ง แรกๆ คิดว่าอาจเป็นเพราะยาบ้าที่ยึดได้มีไม่มากนัก ไม่พอกับการได้หน้าสร้างชื่อเสียง ทว่าเขาคิดผิด

ชีวิตของนกเล็กเปลี่ยนแปลงไปในคืนหนึ่งเมื่อ 5 ปี ก่อน เมื่อดาบนวยและจ่าเป๊ปซี่จับเขาได้อีกครั้ง ขณะเดินเตร็ดเตร่อยู่ริมถนนปากทางเข้าบ้าน แตกต่างกันเพียงครั้งนี้เขาไม่มียาบ้าเลย ตรงกันข้ามกับทั้งสอง ซึ่งมียาบ้ามัดใหญ่พอทำให้ติดคุกได้ตลอดชีวิต ก่อนจะยื่นข้อเสนอให้ทำงานเป็น “สาย” ยาเสพติด !?!

ทั้งสองทำงานกันอย่างเข้าขา อีกคนพูดข่มขู่ถึงโทษที่จะได้รับหากเขาปฏิเสธ ซึ่งมากพอที่จะทำให้ไม่มีโอกาสได้กลับมาใช้ชีวิตอิสระได้อีกต่อไป ส่วนอีกคนก็พูดปลอบประโลมให้คิดถึงแง่ดีต่างๆ นานาของการเป็นสายยาเสพติด นอกจากเขาจะได้รับการคุ้มครองแล้ว ครอบครัวก็จะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยง และเงินส่วนแบ่งนำจับยาเสพติดในการจับกุมแต่ละครั้งอีกด้วย

อันที่จริงนกเล็กไม่มีหนทางให้เลือกมากนัก ทั้งดาบนวยและจ่าเป๊ปซี่มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว จึงมายื่นข้อเสนอ เมื่อไม่มีทางเลือกจึงตบปากรับคำ เขาทำงานให้กับทั้งสองมานาน สร้างผลงานให้มากพอดู ขณะเดียวกันก็นานพอจะรู้ลับลมคมในของทั้งคู่เป็นอย่างดี เงินรางวัลนำจับที่ได้ในการจับยาเสพติดแต่ละครั้งถูกหักไว้เกินครึ่งเข้ากระเป๋าทั้งสอง มีกระเด็นมาถึงนกเล็กบ้างแต่ก็ไม่มากนัก

ที่หนักกว่านั้นก็คือ มียาบ้าของกลางจำนวนไม่น้อยที่ “หาย” ไปก่อนจะนำมาลงบัญชีของกลางไว้เป็นหลักฐาน โดยยาบ้าเหล่านั้นถูกส่งกลับลงไปในตลาดมืด แปรเป็นเงินเข้ากระเป๋าทั้งสองอีกเช่นเคย นกเล็กเคยสงสัยว่าตำรวจชั้นประทวนเล็กๆ เพียงสองคนจะทำงานใหญ่ลักษณะนี้ตามลำพังได้อย่างไรกัน แต่ก็ไม่กล้าถามและจนแล้วจนรอดก็ยังหาคำตอบไม่ได้

 

@    @    @

 

รถเก๋งสีขาวเลี้ยวขวาแยกจากถนนใหญ่เลาะเลียบไปตามความคดเคี้ยวของซอยแคบ นกเล็กจะนั่งรถมานานเท่าไรไม่ทราบได้ เพียงแต่บัดนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม แสงไฟนีออนเข้ามาแทนที่แสงตะวัน เขาจำไม่ได้ว่าที่นี่ที่ไหน แต่รู้ว่าหากความมืดมาเยือนมันคงเปลี่ยวน่าดู เพียงแค่คิดขนก็ลุกซู่ เขาหันไประล่ำระลักวิงวอนไม่เป็นภาษา ยกมือไหว้คนนู้นทีคนนี้ที น้ำตาไหลพราก

“จ่าเป๊ปซี่ไม่นะครับ ไม่ สงสารผมเถอะครับ หรือเห็นแก่ลูกแฝด พ่อกับแม่ก็แก่ นะครับจ่า ผมขอโทษ ต่อไปจะไม่พลาดอีกแล้ว นะจ่า จ่าครับ จ่า” อีกฝ่ายเฉยเมย เงียบขรึม “ดาบนวยครับ ช่วยขอร้องจ่าเป็ปซี่ทีครับ ดาบ ผมไม่เคยทรยศดาบก็รู้ ผมทำงานให้ดาบกับจ่าเต็มที่ทุกครั้ง ได้เงินไม่ครบผมก็ไม่เคยบ่น ดาบยังจะฆ่าผมลงคอเหรอ” 

พูดถึงตรงนี้นกเล็กถึงกับก้มหน้าร้องไห้ กายสั่นระลิกฟุบลงกราบบนตักดาบนวย ทั้งรถเงียบกริบยกเว้นเสียงสะอื้นไห้ของชายร่างผอมกระร่องกระแร่ง เขาวิงวอนอยู่นานจนเสียงแหบแห้งก็ยังไร้ผล ความรู้สึกเมื่อรู้ชะตากรรมในอนาคตอันใกล้บั่นทอนกำลังใจและกำลังกายของนกเล็กจนสิ้นเรี่ยวแรง ฟิล์มดำทึบตลอดทั้งคันทำให้เหตุการณ์ในเก๋งปราศจากสายตารู้เห็น จ่าชาติเบือนหน้าจากกระจกมองหลัง ถอนหายใจ น้ำตาซึม

“นายสั่งวะ ไอ้นกเล็ก ยกโทษให้กูด้วย” ดาบนวยหลุดคำพูดออกมายากเย็น เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอหอย รถทั้งรถกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง

ท้ายซอยมีป่ากกน้ำขังตลอดทั้งปี รกครึ้มด้วยไม้ใหญ่ วัชพืช และกองขยะ ถนนลูกรังขรุขระ เจิ่งนองไปด้วยน้ำเน่า ใต้ต้นฉำฉามีคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว นกเล็กสะดุ้งเมื่อมองเห็นหน้าได้ชัดว่าประกอบด้วยใครบ้าง เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้า ฉี่ราดโดยไม่รู้ตัว แขนขาหมดเรี่ยวแรง พร้อมกับสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนคนสิ้นหวัง

“ดาบนวย จ่าเป๊ปซี่ จ่าชาติด้วย ผมขอฝากลูกและพ่อกับแม่ด้วย ไม่เห็นแก่ผมก็นึกว่าสงสารคนแก่กับเด็กด้วย ไม่มีผมพวกแกคงลำบาก ใครจะหาเลี้ยง” พูดจบก็ก้มกราบลงบนตักดาบนวยและจ่าเป๊ปซี่ จากนั้นหันไปยกมือไหว้จ่าชาติที่นั่งเบือนหน้ามองออกนอกหน้าต่างรถ

...เช้าวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์หัวสีทุกฉบับพาดหัวข่าวใหญ่โต “วิฯ 2 ศพพ่อค้ายาตัวเอ้ หาญสู้ชักปืนยิง ตร.” สถานีโทรทัศน์ทุกช่องรายงานข่าวความคืบหน้าตรงกันเหมือนมีสคริปต์ “1 ในผู้ตายเป็นเอเย่นต์ยาบ้ารายใหญ่ในชายแดนภาคเหนือ มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของตำรวจ ส่วนอีกรายเป็นพ่อค้ายาในชุมชนแออัดที่ตำรวจต้องการตัว มีประวัติถูกจับกุมคดียาเสพติดหลายครั้งและหลบหนีการจับกุม ทั้งสองถูกยิงเข้าที่หน้าอก 2 นัดเสียชีวิตคาที่”

พ.ต.อ.รองผู้บังคับการตำรวจ ให้สัมภาษณ์ว่า ตามแนวทางการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองนัดส่งยาบ้ากัน ณ ที่เกิดเหตุ จึงวางกำลังดักซุ่ม กระทั่งถึงเวลานัดหมายเห็นทั้งสองกำลังยืนเจรจากันอยู่จึงแสดงตัว แต่ทั้งสองต่อสู้ด้วยการชักปืนยิงเข้าใส่ ตำรวจจึงจำเป็นต้องทำวิสามัญฆาตกรรม จากการตรวจสอบในรถเก๋งสีขาวพบยาบ้า 2 แสนเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในฝากระโปรงท้าย

 

           เรื่องสั้นโดย : ฟาน

               ภาพโดย : นันทสิทธิ์ นิตย์เมธา


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
อนลัส วันที่ : 10/05/2007 เวลา : 18.38 น.
http://www.oknation.net/blog/analus

จริงๆ แล้วทุกวันนี้ก็ยังมีให้เห็นนะครับคุณลูกเสือหมายเลข 9
ความคิดเห็นที่ 2
ยิปซีทะเล วันที่ : 10/05/2007 เวลา : 18.32 น.
http://www.oknation.net/blog/gypsysee
มะละกอใบน้อย แต่เสียวWa ...เอาเรื่องจริงมาเล่าแบบขำขำ

ตัวหนังสือ อ่านลำบากลายตาครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/05/2007 เวลา : 18.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

หักมุมดีครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กรุงเทพฯ-ปาย 1

กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง

View All