พิมพ์หน้านี้
|
ด.ช.จรจัด กับ น.ส.กำแพง ร่างผอมแกร็นมอมแมมสวมเสื้อยืดสีเทาหม่น กางเกงขาสั้นขาดวิ่น ซุกตัวอยู่ในซอกรั้วสวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟจากหลอดนีออนแทนที่จะช่วยขับไล่แมลง กลับดึงดูดแมลงนานาชนิดให้มาไต่ตอมตามเนื้อตัว บางตัวตอมเฉยๆ บางตัวตอมแล้วกัดด้วย จนแขนขาปรากฏรอยแผลและตุ่มเลือดเต็มไปหมด แต่ความสว่างเองก็ช่วยทำหน้าที่ปลอบประโลม ให้คลายจากความหวาดกลัวต่างๆ ได้มาก คืนนี้เป็นวันที่สามแล้วที่ท้องคอดกิ่วไม่มีอาหารตกถึง มีเพียงน้ำกลั้วคอพอไม่ให้กระหายเพียงเท่านั้น มีบางคนเคยบอกว่าคนเราอดอาหารได้นานเป็นสัปดาห์ แต่อดน้ำแค่สามวันก็รักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว หลายคนฟังแล้วคิดและคล้อยตาม แต่สำหรับคนอย่างเขาแล้วเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งกว่ามากมายนัก เขาเป็นเด็กผู้ชายวัยยังไม่ถึง 10 ขวบด้วยซ้ำ เด็กในวัยนี้สมควรอยู่ในบ้าน แวดล้อมด้วยพ่อแม่พี่น้อง ประกอบเป็นครอบครัวที่อบอุ่น เรียนหนังสือ เล่นซุกซนกับเพื่อนวัยเดียวกัน เขาชื่ออะไรจำไม่ได้เสียแล้ว ชายคนเดียวที่พอจะรู้ประวัติความเป็นมาก็มีเพียงลุงแก่ๆ ขี้เมาหยำเป วันๆ เอาแต่ดื่มเหล้าและทุบตียามขัดใจ หรือเวลาหาเงินมาให้ไม่ได้ เขาพยายามสอบถามลุงหลายครั้งถึงชื่อเสียงเรียงนาม คำตอบที่ได้รับคือคำสำรอกก่อนจะตวาดไล่ ไปเลย มึงไปไกลๆ ส้นตีนกูเลย ไอ้เด็กจรจัดหลังคาบ้านของเขาถูกแทนด้วยฟ้ากว้าง ฝาผนังคือสิ่งแวดล้อมรอบตัว คอนกรีตคือพื้นบ้าน และเรือนนอนของเขามีอยู่ทั่วไป แม้โลกทั้งโลกดูจะกว้างใหญ่ไพศาลแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นจากลุงผู้โหดร้าย ดูเหมือนว่าลุงจะรู้จักทุกหนทุกแห่งที่คนอย่างเขาไป เขาเคยหนีจากความทารุณไปได้ไม่กี่วันลุงก็ตามจนเจอ ผลตอบแทนที่ได้รับคือรอยแผลที่เพิ่มขึ้นบนเนื้อน่อง แรกๆ เขาไม่เข้าใจเอาเสียเลยกับคำว่า จรจัด มันมีความหมายว่ายังไงก็สุดจะคาดเดา วันแล้ววันเล่าที่เขาเดินผ่านไปทุกหนทุกแห่ง ค่ำไหนนอนนั่น เสื้อที่เคยเป็นสีขาวกลายเป็นเทาและเทาหม่นอย่างที่เป็นอยู่ และดูท่าจะกลายเป็นสีดำในไม่ช้านี้ เขาพบเห็นผู้คนหลากหลายรูปแบบ บางคนแต่งตัวดีมีน้ำใจ บางคนแตกต่างไปสิ้นเชิง หรือบางคนแต่งตัวไม่ได้เรื่องแต่กลับมีน้ำใจ ถึงแม้จะไม่มีอะไรเลยเขาก็ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า จะไม่ขอใครกิน แต่ถ้าใครจะให้ก็เป็นอีกเรื่อง ครัวของเด็กหนุ่มคือถังขยะที่มีอยู่เกลื่อนเมือง ทว่าคนรวยบางคนขี้เหนียวแม้กระทั่งเศษอาหารในถังขยะก็ยังหวง ??? ไปให้พ้นไอ้เด็กจรจัด เขาเริ่มคิดและไตร่ตรองทีละน้อยๆ ว่าเด็กจรจัดนั้นแท้ที่จริงคืออะไรกันแน่ เป็นชื่อของเขา ของเด็กเนื้อตัวมอมแมมที่ชั่วชีวิตไม่เคยวอนขอเศษอาหารจากใคร หรือมันเป็นชื่อของอาการระเหเร่ร่อน ไร้ที่ซุกหัวนอน ? ไม่ใช่สิ ทุกวันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่ที่สุด มีห้องนอนมากมายหลายร้อยห้อง ห้องน้ำ ห้องครัวอีกไม่รู้เท่าไร แวดล้อมด้วยสวนใหญ่ตกแต่งอย่างดี มีต้นไม้ใหญ่ร่มคลึ้ม จรจัดคงไม่ได้มีความหมายเช่นนี้แน่ เด็กน้อยยังคงออกเดินทางต่อไป ไม่ใช่อย่างไร้จุดหมาย เพียงแต่จุดหมายของเขา ของเด็กจรจัดตามความคิดของเขามันกว้างใหญ่กว่าของอีกหลายๆ คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาเดินทางและค้นหานานกว่าของคนอื่น @ @ @ หญิงสาวในชุดแซ็กสีแดงเข้ม แต้มหน้าทาปากเข้ากับชุดที่สวมใส่ ยืนอยู่ริมกำแพงสวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ กิริยาแก่นแก้วและมาดมั่น พูดแหย่ผู้ชายทุกคนที่เดินผ่าน พร้อมกับชม้ายชายหางตามองอย่างมีจริต แม้ภายนอกจะดูร่าเริงเพียงใด แต่แววตาไม่อาจซ่อนความหม่นหมองเอาไว้ได้ เธอยืนอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง ถึงตอนนี้ปาเข้าไปเที่ยงคืนเศษ ไม่มีผู้ชายคนใดสนใจเธอเลย ต่างกับเพื่อนรุ่นน้องที่ออกไปแล้วกลับมาใหม่แล้วออกไปใหม่ อย่างไรก็ตามเธอยังไม่ละความพยายาม ใส่จริตมากขึ้นไปอีก แต่ผลที่ได้กลับมาก็ไม่ต่างจากเดิม เธอเริ่มเหนื่อยและหิว พลันสายตาก็มองไปเห็นผู้ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ย หัวเถิก ไว้หนวดเฟิ้ม ตัวเตี้ยม่อต้อ เสื้อเชิ๊ตเปิดอกมีเสื้อยืดข้างในอีกตัว ทับเข้าในกางเกงยีนส์ รองเท้าหนังดำขัดมัน เธอเบือนหน้าหนีอย่างเร็ว แต่ก็ยังช้ากว่าสายตาที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาหาอย่างใจเย็น เหมือนเสือดาวจ้องตะครุบนางกวาง แม้สมองจะสั่งให้ก้าวหนีก็ไม่อาจทำได้ดั่งคิด ไปกับฉันหน่อย ชายกลางคนสั่ง สำเนียงเด็ดขาด พร้อมกับกระชากแขนถูลู่ถูกังไปตามฟุตปาทตรงไปที่รถมอเตอร์ไซด์ โดยไม่รอฟังคำตอบและเสียงทัดทานจากหญิงสาว ขณะที่คนอื่นๆ ได้แต่ยืนมอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องทนกับพฤติกรรมดิบเถื่อนเช่นนี้ บ่อยครั้งที่ชายกลางคนมักใช้อำนาจบาตรใหญ่บังคับให้เธอไปกับเขา ก่อนจะจบลงด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวตามใบหน้าและลำตัว เธอรังเกียจผู้ชายลักษณะนี้ ย่ำยีและดูหมิ่นเพศแม่ แต่ทำไงได้ในเมื่อผู้ชายลักษณะนี้อีกนั่นแหละ ที่สามารถสั่งเป็นสั่งตายได้ในชั่วพลิกฝ่ามือ หากไม่ยอมนะหรือเธอเคยโดนมาแล้ว มึง อีกะ_กำแพง ถ้ามึงขืนทำเก่งอีกละก้อ กูจะจับมึงเข้าคุก อ่อ ไปเลย มึงไปหากินนอกเขตกู ม่ายงั้นกูจับมึงแน่ ความรู้แค่ ป.4 แถมมีแม่กับน้องที่ต้องเลี้ยงดูอีกโขยง งานที่ทำเงินได้ชั่วพริบตามีให้เลือกไม่มากนัก เธอเลือกเดินบนเส้นทางนี้แล้วก็ต้องก้มหน้ารับชะตากรรม บ่อยครั้งที่ต้องปรนเปรอชายกลางคนโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือแม้แต่ค่ายารักษาตัว เพราะอารมณ์ซาดิสต์ที่ไม่เหมือนใคร แลกกับแหล่งทำกิน ผู้หญิงหลายคนนั่งทำงานในห้องแอร์เย็นสบาย แต่ออฟฟิศของเธอคือข้างกำแพงสวนสาธารณะ ในขณะที่บริษัทใหญ่ๆ สามารถกำหนดเกณฑ์ลูกค้าได้ ตรงกันข้ามกับเธอที่ไม่อาจเลือก แถมยังไม่สามารถปฏิเสธได้ หากลูกค้าคนนั้นเสนอค่าตอบแทนอย่างงาม สำหรับผู้หญิงวัยสามสิบปลายๆ หากเป็นอาชีพอื่นอายุแค่นี้มีทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเป็นที่สนใจของนายจ้าง ทว่าเป็นข้อยกเว้นสำหรับอาชีพที่เธอทำอยู่ เกือบ 2 ชั่วโมงที่หญิงสาวกลับมาในสภาพสะบักสะบอม เธอเดินมาหยุดที่มุมกำแพงห่างออกมาจากที่ประจำ เพื่อนๆ ทยอยกลับบ้านกันเกือบหมดแล้ว เธอยืนพิงกำแพงหมดแรงก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง ซบหน้าร้องไห้ เสียงสะอื้นดังเหมือนคนกระซิบกระซาบ ผู้คนเดินผ่านมาแล้วผ่านเลยไป ไม่หยุดแม้เหลียวมอง ไม่สนใจว่าเหตุไฉนหญิงสาวถึงร้องไห้
@ @ @ อีกฝั่งหนึ่งของกำแพงเด็กจรจัดสะดุ้งตื่น ตื่นเพราะเสียงๆ หนึ่ง ฟังดูทั้งเหงาทั้งเศร้าและเดียวดาย เหมือนเมื่อครั้งหนึ่งที่เขาได้ยินจากก้นบึ้งจิตใจของตัวเอง ใครกันหนอทำเสียงเช่นนี้ได้ คงเศร้าใจมากเกินทน หรือเราฝันไป เพื่อคลายข้อกังขาเขาลุกขึ้นขยี้ตาให้ชินกับความมืดรอบด้าน ก่อนจะลุกขึ้นชะเง้อมอง มองอยู่นานกว่าจะพบเจอเจ้าของเสียงเศร้า ใครคนหนึ่งอีกฝั่งของกำแพงก้มหน้าร้องไห้ โดยไม่อายผู้คนเดินผ่าน เขาชะโงกหน้าชิดกำแพงพูดลอดตาข่าย หวังเพียงปลอบประโลมพี่ พี่ เป็นอะไร ทำไมถึงมานั่งร้องไห้ที่นี่ หญิงสาวหยุดสะอื้น เงยหน้าเปื้อนคราบน้ำตามองหาต้นเสียง หลายปีมาแล้วที่ไม่มีใครมาใส่ใจเธอเลย มองฝ่าออกไปในความมืดอีกฝากหนึ่งของกำแพง พบเด็กน้อยหน้าตามอมแมม แต่แววตาเป็นประกายจ้องมองอยู่ เธอฉงนเล็กน้อย เหตุไฉนเด็กวัยนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่ตามลำพัง ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก ก่อนจะพากันไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อข้างถนน เธอรู้สึกถึงความกระตือรือร้นต่อการดิ้นรนมีชีวิตอยู่ของเด็กน้อย ขณะเดียวกันเด็กน้อยก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากหญิงสาววัยสาวสิบปลายๆ อย่างที่ลูกถวิลหาจากมารดา ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นานอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย มอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขับผ่านมาจอดแน่นิ่งหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ชายกลางคนนั่งคร่อมอยู่บนรถตะโกนเสียงดังแสดงอำนาจ มึงอีกะ_กำแพงกับไอ้เด็กจรจัด ไสหัวไปให้พ้นๆ ตากูเดี๋ยวนี้เลย ปะเดี๋ยวพ่อจับยัดตารางซะนี่ ทั้งสองมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะลุกจากไป อย่างน้อยเขาและเธอก็ไม่เคยขอใครกิน ตรงกันข้ามกับบางคนที่แบมือขอชั่วชีวิต เรื่องสั้นโดย : ฟาน ภาพประกอบโดย : ทวีชัย เจาวัฒนา ......................... |
| กรุงเทพฯ-ปาย 1 | ||
กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง |
||
|
View All |
||