พิมพ์หน้านี้
|
วันฟ้าหม่น เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนมาตั้งแต่ก่อนเที่ยง บ้านไม้หลังเล็กโดดเด่นอยู่ชายทุ่ง ชายคาปลิวพะเยิบพะยาบตามแรงลม ตะแบกใหญ่หลายคนโอบสั่นไหวแค่เพียงกิ่งก้าน แตกต่างจากต้นหมากและมะพร้าวที่ลู่เอน สมหวัง หนุ่มใหญ่วัยกลางคนนั่งอยู่นอกระเบียงเหม่อมองออกไปปราศจากจุดหมาย ข้างกายมีหญิงชรานั่งตัวสั่นงันงก สะท้านสะเทือนทุกครั้งยามฟ้าแลบฟ้าร้อง เด็กชายวัย 3 ขวบเศษนอนห่มผ้าจะหลับมิหลับแหล่อยู่มุมบ้าน ไม่นานม่านฝนก็เทกระหน่ำลงมาเหมือนทำนบแตก ยามฝนตกหนักทุกคนในบ้านต้องมารวมกลุ่มกันอย่างนี้ทุกครั้ง ครอบครัวตามชนบทห่างไกลมักเป็นเช่นนี้ ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้แยกตัวออกไป ฟ้าฝนเป็นมากกว่าปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ หรือวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการกลั่นตัวของไอน้ำกลายเป็นเม็ดฝน แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับและเรื่องเล่าขาน ฝนตกติดต่อกันมานานหลายวันแล้ว เสียงกบและอึ่งอ่างร้องระงม คลองหลังบ้านเดิมเคยแห้งขอด มาบัดนี้น้ำเอ่อท้นจนล้นตลิ่ง ผู้ชายหลายคนสะพายข้อง เดินท่อมๆ ไปตามท้องนาที่ดูเหมือนจะแปรสภาพกลายเป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ ผู้หญิงบางคนสวมงอบยกยออยู่ริมฝั่งคลอง ครั้งหนึ่งสมหวังเคยชอบบรรยากาศเหมือนเช่นวันนี้ เขาชอบความชุ่มฉ่ำของม่านฝน และชีวิตใหม่ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาจากไหนไม่รู้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้แทบไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างอึ่งค่าวที่คนภาคเหนือชอบนำมาคั่วใส่กะทิซอยใบมะกรูดโรย ด้วยจากบ้านไปนานหลายสิบปี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ให้ชวนหลงไหล กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เองที่เขากลับมาปักหลักอยู่ที่นี่ สมหวังรับราชการตำรวจอยู่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติด ด้วยรูปร่างผอมสูงเหมือนคนติดยา จึงได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำหน้าที่เป็นสายลับนอกเครื่องแบบ ฝังตัวอยู่ในสลัมใหญ่ใจกลางกรุง หาหลักฐานเอาผิดพ่อค้ายารายใหญ่ ชื่อของเขาถูกจำหน่ายออกจากราชการ เพื่อตัดเส้นสายวงในที่โยงใยกับขบวนการค้ายาเสพติดเหมือนใยแมงมุม ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อเขา มีเพียงผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่รู้ว่าสมหวังยังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อยู่ สายลับยาเสพติดคนใหม่เริ่มต้นจากการหาบ้านเช่าหลังเล็กๆ และขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เขาคิดว่าหากจะมีอาชีพใดที่ทำให้รู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวในชุมชนได้ดีที่สุดก็ควรเป็นอาชีพนี้ เพราะต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดีไม่นานนัก จ่าหวัง ของผองเพื่อนสีกากีก็กลายเป็น ไอ้หวัง ของคนในสลัม เรื่องราวหลากหลายผ่านเข้ามาให้รับรู้ ทั้งเรื่องป้าแดงถูกล็อตเตอรี่แจ็คพ็อตหลายสิบล้านบาท น้าสมถูกนักเลงต่างถิ่นแทง ไอ้นิดเด็กหนุ่มเมื่อหัวฝนถูกจับ เพราะไปขโมยของ แต่ข่าวไหนก็ไม่ทำให้ไอ้หวังสนใจเท่ากับข่าว นังศรี โสเภณีค่าตัวต่ำ แค่เพียงกรรมกรแบกหามก็ซื้อบริการได้ เสพยาเกินขนาดแล้วช็อคตาย มันไปเอายามาจากไหนว่ะ ไอ้หวังเปรยลอดไรฟัน กรามขบนูนเป็นสัน อย่างไม่รู้สึกตัว มึงอยากได้มั่งป่ะ เพื่อนในวินมอเตอร์ไซด์กระซิบถาม ตีเจตนารมย์ไปอีกทางหนึ่ง เออ ตั้งแต่วันที่ตบปากรับคำเป็นครั้งแรก จ่าหวังเริ่มเข้าใจโครงข่ายของขบวนการค้ายาเสพติดในสลัมแห่งนี้ เริ่มจากเด็กเดินของที่เป็นเด็กเล็กๆ ในสลัม ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่นานนักคนเหล่านี้ก็จะพัฒนากลายมาเป็นพ่อค้ารายย่อย มีคนในสลัมจำนวนไม่น้อยที่สร้างเนื้อสร้างตัวจากยาเสพติด ส่วนจุดพักยา มีตั้งแต่ในบ้าน ส้วม หรือแม้แต่ในโบสถ์ ? ด้วยความที่สมหวังเป็นตำรวจทั้งกายและจิตวิญญาณ เขาตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ใช้ยาเสพติด แม้หน้าที่การงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวพันกับเรื่องยาเสพติดก็ตาม ทว่างานชิ้นนี้แตกต่างออกไป มันมากกว่าการล่อซื้อยาเสพติดธรรมดาๆ ดังนั้น การบ่ายเบี่ยงหลายๆ ครั้งย่อมสร้างความผิดสังเกตให้เกิดขึ้น สมหวังเองก็รู้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เขาสวมวิญญาณไอ้ขี้ยาอยู่ !!! ยาบ้าเม็ดแล้วเม็ดเล่าที่เสพเข้าไปเป็นการแลกกับข่าวชิ้นเล็กชิ้นน้อย เช่น ไอ้กลอยคนสนิทเสี่ยใหญ่ไปติดพัน บังอร สาวเสิร์ฟร้านคาราโอเกะหน้าสลัม หรือ สมร นักศึกษาสาว ปี 1 เป็นเมียลับของไอ้นกคนขับรถของเสี่ย คนอื่นอาจจะฟังผ่านๆ อย่างมากก็นินทาเล่นพอขำๆ ตรงกันข้ามกับไอ้หวังที่เริ่มยิ้มออกเป็นครั้งแรก ไอ้หวังตีซี้ทั้งไอ้กลอยและไอ้นก ขณะเดียวกันก็สร้างความแตกแยกให้กับบุคคลทั้งสอง ยามอยู่กับไอ้กลอยก็จะให้ร้ายไอ้นก พี่กลอย วันก่อนผมเห็นไอ้นกมันมาตอแยกับนังอรแน่ะ มีอย่างที่ไหน นังอรมันเป็นเด็กเสิร์ฟไม่ใช่นักร้อง ไอ้นกมันเสือกให้พวงมาลัยเฉย ไม่รู้มันคิดยังไงของมัน มีคนมาเล่าให้ฟัง ไอ้นกมันโพทะนาไปทั่วว่า พี่กลอยน่ะลูกกระจ๊อกของมัน เสี่ยเลี้ยงไว้เพราะสงสาร เห็นว่าเป็นเด็กกำพร้า วันใดที่อยู่กับไอ้นกก็จะพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ พร่ำเยินยอด้วยถ้อยคำหวานหู และก็เช่นเดียวกันคือ การให้ร้ายไอ้กลอย พี่นก ไอ้กลอยมันไปส่งสมรที่แฟลต เขาเห็นกันทั้งวิน ไม่เชื่อลองถามดูได้ มันชักยังไงๆ อยู่นาพี่ หลายครั้งแล้ว เมื่อวานผมไปส่งสมรที่หน้าห้างฯ ผมเห็นไอ้กลอยมันนั่งรอที่ร้านกาแฟ ผมได้ยินมานะ ไอ้กลอยมันว่าพี่ก็แค่คนขับรถ เสี่ยจะไว้ใจได้ยังไงกะอีแค่คนขับรถ เหมือนลูกกะโปก ไม่มีก็ได้ เพราะไร้ประโยชน์ ได้ผลไม่นานนักคนสนิทของเสี่ยใหญ่ก็ระหองระแหงกัน ต่างคนต่างคิดกำจัดฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกันก็พยายามชักนำให้ไอ้หวังเข้ามาทำงานให้เสี่ยอย่างเต็มตัว เริ่มจากส่งของครั้งละมัดสองมัด ก่อนจะเพิ่มเป็นสิบมัดและร้อยมัดในเวลาต่อมา ระหว่างนี้ไอ้หวังไม่มีโอกาสได้พบเจอเสี่ยใหญ่เลย สิ่งเดียวที่ดูเหมือนจะเข้าใกล้มากที่สุดคือการได้เหยียบย่างเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ย่านชานเมือง วันเวลาที่เนิ่นนานออกไปเท่าไร ยิ่งหมายถึงอาการติดยาที่เพิ่มมากขึ้น มาบัดนี้ความคิดหลายสิ่งหลายอย่างดูเหมือนจะเป็นของไอ้หวัง มากกว่ามาจากจ่าหวังสายลับยาเสพติด ที่แฝงตัวเข้ามาหาหลักฐานมัดพ่อค้ายาตัวเอ้ สิ่งยึดเหนี่ยวเดียวคือกำลังใจและวิญญาณผู้พิทักษ์สินติราษฎร์เท่านั้น แล้ววันสำคัญก็มาถึง เมื่อเสี่ยใหญ่เรียกให้เข้าไปพบที่คฤหาสน์หลังเดิม ในห้องโถงใหญ่ซึ่งเขาไม่เคยเข้ามาก่อนเลย ที่นั่นมีผู้คนมากมาย แต่สิ่งที่สร้างความแปลกใจไม่น้อยคือ บนผนังมีรูปใส่กรอบติดไว้ เป็นภาพเสี่ยใหญ่ถ่ายคู่กับบิ๊กตำรวจบ้าง นักการเมืองบ้าง รัฐมนตรี หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรี ความท้อแท้ปรากฏอยู่บนใบหน้าไอ้หวัง หากใครช่างสังเกตสักหน่อยก็คงจะเห็น แต่ก็เป็นเพียงชั่วแวบเดียว เอ็งไปรับของที่ไอ้กลอยมันทำหกไว้ เสือกทิ้งไว้ให้พ่อมึงยึดได้ แล้วกลับมาให้กูเห็นหน้า มันจะฉิบหายกันหมด เสี่ยพูดไปสบถไป ที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะเต็มไปด้วยเถ้าและก้นบุหรี่ แต่คนในที่นั้นแทบไม่ใส่ใจกับมัน ไม่ต้องถามมาก เดี๋ยวท่านรองจะโทรหาเอ็ง แค่ทำตามที่เขาบอก แล้วขับรถออกมา เอาไปเก็บไว้ที่โกดังริมน้ำ ไอ้หวังออกจากคฤหาสน์ตรงไปที่โรงพักแห่งหนึ่ง ระหว่างระล้าระลังว่าจะทำอย่างไรดี เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อรับสายเสียงหนึ่งซึ่งคุ้นหูดีสั่งการมาเป็นชุดๆ เอ็งไปหาผู้กำกับบอกว่าท่านรองให้มาเอารถต้องสงสัยที่ยึดไว้ แค่นี้แหละ เดี๋ยวเขาจะจัดการให้ ปลายสายวางหูไปนานแล้ว แต่ไอ้หวังยังยืนนิ่ง เหม่อลอย เหมือนคนที่หลับไปนานไม่รู้เรื่องราวอะไร จู่ๆ พอตื่นขึ้นมาโลกทั้งโลกก็เปลี่ยนแปลงไป คนดีๆ ที่เคยรู้จักกลายเป็นมหาโจร คนที่เป็นมหาโจรกลับกลายเป็นนักบุญ แล้วอย่างนี้จะให้เชื่อสิ่งไหนดี ระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหลับกับสิ่งที่พบเห็นยามตื่น เวลาจะผ่านไปนานสักเพียงใดก็ตาม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นมุมปาก ไอ้หวังเชิดหน้าไปเอารถเก๋งพร้อมกับของที่ไอ้กลอยทำหกไว้เป็นยาบ้า 1 ล้านเม็ด ที่ซุกซ่อนมากับรถซึ่งดัดแปลงมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทุกอย่างราบรื่น ระหว่างทางไปโกดังริมน้ำ ไอ้หวังแวะโทรศัพท์ข้างทาง ก่อนจะกลับขึ้นรถผิวปากสบายใจ
@ @ @ สมหวังถูกส่งไปบำบัดอาการติดยาเสพติด พร้อมฟื้นฟูสมรรถภาพ เนื่องจากการใช้ยาเสพติดติดต่อกันนานกว่า 10 ปี ทำให้สมองบางส่วนถูกทำลาย มีอาการทางประสาท เขาอยู่ในโรงพยาบาลนานเกือบปี ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ เขากลับมาอยู่กับแม่และลูกชายที่เกิดกับ บังอร เด็กเสิร์ฟร้านคาราโอเกะ ความผูกพันอันเกิดจากความสงสาร ที่ใช้ผู้หญิงเป็นหนทางไปสู่ขบวนการค้ายาเสพติด ทำให้สมหวังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ แต่สุดท้ายเมื่อต้องมาอยู่ในสภาพของผู้ป่วยติดยา บังอรในวัยสาวสะพรั่งจึงหอบเสื้อผ้าหนีไป เช่นเดียวกับเส้นทางสายอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็จบลง เขาถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงตรงนี้หยดน้ำตาพลันไหลอาบแก้ม โชคดีที่เขาหันหน้าออกสู่ทุ่งกว้าง ทั้งแม่เฒ่าและลูกน้อยจึงไม่มีโอกาสได้เห็น บางครั้งก็นึกน้อยเนื้อต่ำใจในสิ่งที่ทำลงไปไม่มีใครเห็น ไม่มีเหรียญตรา หรือโล่เกียรติคุณ แต่พอคิดดูอีกทีก็เกิดความภาคภูมิใจ ปลาบปลื้มใจ ที่อย่างน้อยได้ช่วยเหลือคนจำนวนมากให้รอดพ้นจากยานรก @ @ @ ...บ่ายวันที่ไอ้หวังไปรับรถเก๋งขนยาบ้า แทนที่จะเลี้ยวไปโกดังริมน้ำ กลับมุ่งตรงมายังคฤหาสน์หลังใหญ่ เมื่อรถจอดได้ไม่นาน ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของเสี่ยใหญ่และลูกสมุน ที่กรูเข้ามาด่าทอเสียงขรม จู่ๆ กำลังตำรวจคอมมานโดเข้าชาร์จถึงตัว ก่อนจะเกิดการนองเลือด พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ที่เข้ามาสนับสนุนปฏิบัติการ เสี่ยใหญ่พร้อมลูกน้องถูกจับพร้อมของกลางยาบ้าล็อตใหญ่ ส่วนไอ้หวังถูกกันไว้เป็นพยาน พร้อมกับส่งตัวไปบำบัดฟื้นฟู !!! ...ฝนซาพระอาทิตย์เริ่มลับเหลี่ยมเขา แม่เฒ่ากับลูกน้อยผล็อยหลับไปแล้ว สมหวังคว้าวิทยุเครื่องเก่าหมุนหาคลื่นข่าว เสียงหนึ่งที่คุ้นหูกำลังแถลงนโยบายปราบปรามยาเสพติด เสียงหนึ่งนี้ที่เขาไม่มีวันลืม !!! เรื่องสั้นโดย : ฟาน ภาพโดย : ธัชดล ปัญญาพานิชกุล
|
| กรุงเทพฯ-ปาย 1 | ||
กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง |
||
|
View All |
||