• อนลัส
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : analus-26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 7053
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
analus
เมื่อเรายังหายใจ ย่อมมีเรื่องราวให้เล่าขาน !?!?
Permalink : http://www.oknation.net/blog/analus
วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤษภาคม 2550
บังเหียนกรรม
Posted by อนลัส , ผู้อ่าน : 251 , 19:43:17 น.  
พิมพ์หน้านี้


     บังเหียนกรรม

     การจราจรบนถนนพิษณุโลกแทบจะไม่เคยว่างเว้นจากรถราขวักไขว่เลยแม้แต่วันเดียว โดยเฉพาะวันอาทิตย์ปลายสัปดาห์ที่มีการแข่งม้าเป็นไม่ต้องพูดถึง ยิ่งใกล้เวลาเลิกเท่าไรทั้งรถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ไหนจะรถตุ๊กตุ๊ก แย่งจอดรอรับลูกค้าอยู่สองข้างทางกินช่องจราจรออกมา 2 เลน ทำให้รถยิ่งติดมากขึ้นไปใหญ่

     เข็มยาวบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือราคาถูกชี้บอกเวลา 18.30 น. “น้าชุ่ม” นั่งกระสับกระส่ายอยู่หลังพวงมาลัยรถแท็กซี่เขียวเหลืองค่อยๆ ขับออกจากลานจอดรถสนามม้านางเลิ้ง เปล่า ! แกไม่ได้มารอรับลูกค้า แต่แกเป็นลูกค้าของสนามม้าแห่งนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว ตั้งแต่ผมยังไม่หงอกกระทั่งปัจจุบันหาผมดำได้ยากก็ยังไม่เลิกเล่น

     “มันจะติดกันไปถึงไหนวะ” อารมณ์หงุดหงิดเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อเห็นรถติดแทบจะเรียกว่าคลานแทนวิ่ง วันนี้ก็เหมือนทุกวันน้าชุ่มเล่นม้าไม่เคยได้ติดต่อกันมานานหลายสิบปีแล้ว ถึงแม้ความพ่ายแพ้จะอยู่กับแกมานานจนชาชิน แต่น้าชุ่มก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดีทุกครั้งที่เล่นเสียเป็นต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง บ่นไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่เรื่องดินฟ้าอากาศไปจนถึงปัญหาการจราจร และราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานขึ้นทุกวันๆ อย่างไม่มีเหตุมีผล

     เทพีโชคชะตาประจำตัวน้าชุ่มพักร้อนนานกว่าคนอื่นๆ แกมักคิดเข้าข้างตัวเอง และคาดหวังอยู่เสมอว่า สักวันหนึ่งโชคหรือดวงก็ตามแต่จะกลับมาอยู่กับแกเหมือนเคย ทว่าวันนั้นก็ยังมาไม่ถึงสักที รอแล้วรอเล่าจนกระทั่งครอบครัวมีอันต้องแตกแยก เมียทนอยู่ต่อไปไม่ไหวหนีออกจากบ้านไปทิ้งลูกสาวไว้ให้แกเลี้ยงดูอยู่จนถึงทุกวันนี้

     น้าชุ่มเป็นคนหัวเมืองปักษ์ใต้ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่ยังเล็ก พอเริ่มเป็นหนุ่มจึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ นำสินค้าหนีภาษีจากชายแดนใต้มาขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำ เพียงธุรกิจแรกที่จับก็ทำกำไรให้อย่างงดงาม จากคนที่ไม่มีอะไรกลายเป็นคนพอมีพอกินและมีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานน้าชุ่มก็แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน

     ระหว่างที่ทำธุรกิจค้าสินค้าหนีภาษีนี้เอง น้าชุ่มมีโอกาสได้พบกับคนมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะคนในเครื่องแบบทั้งสีกากีและสีเขียว คนเหล่านี้ชักชวนเขาเข้าสนามม้า แรกๆ ก็แทงครั้งละไม่กี่พันบาทเอาใจคู่ค้า ถือว่าเล่นเป็นเพื่อนไม่จริงจังอะไร แต่พอนานๆ ไปจากครั้งละไม่กี่พันเป็นเที่ยวละหลายพัน วันหนึ่งมีแข่ง 10 เที่ยว ตกแล้วหลายหมื่นบางวันถึงหลักแสน

     ยิ่งแทงมากขึ้นเท่าไรอัตราความเสี่ยงได้-เสียก็มีเท่าๆ กัน หากเสียก็เสียมาก แต่ถ้าได้ก็ได้มากเต็มเม็ดเต็มหน่วย และดูเหมือนช่วงนั้นเทพีโชคชะตาจะอยู่เคียงข้างน้าชุ่มเสมอ ชายหนุ่มผู้พกพาโชคเข้ามาในสนามม้าทุกครั้งต่างเป็นรู้ที่จักมักคุ้นของบรรดาโต๊ดเถื่อน ก่อนแข่งแต่ละเที่ยวโต๊ดเถื่อนเหล่านี้เป็นต้องห้อมหน้าล้อมหลังสอบถามด้วยถ้อยคำยกยอปอปั้นและประจบประแจง

     “เสี่ยเที่ยวนี้แทงตัวไหนดี?”

     “คอกนี้ก็ดีนาเสี่ย ฟิตทั้งม้าทั้งจ๊อกกี้ ชนะมา 3 สนามแล้ว”

     ยามนั้นน้าชุ่มไม่เคยนึกเสียดายเงินทองที่เสียไป ด้วยคิดเพียงว่า ประเดี๋ยวก็หาใหม่ได้ เขาแทงไม่อั้น แทงทุกเที่ยวๆ ละหลายหมื่นชนิดคนนอกมองว่า “แทงอย่างบ้าคลั่ง” แน่นอนไม่มีเสียงปริบ่นออกจากปากบริวารแวดล้อม แต่กลับมีเสียงพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจแทน

     “ไม่เป็นไรเสี่ยเที่ยวหน้ายังมี”

     มีคนกล่าวเอาไว้ว่า “โชคชะตาอยู่กับเราไม่ได้นาน หากไม่รู้จักรักษามันไว้” ดูเหมือนน้าชุ่มน่าจะเข้าใจความหมายของมันได้ดี ไม่นานนักเขาก็กลายสภาพจาก “เสี่ยชุ่ม” มาเป็น “น้าชุ่ม” และ “ไอ้ชุ่ม” บางเวลาเมื่อบากหน้าไปขอยืมเงินอดีตลิ่วล้อคนที่เคลียแข้งเคลียขาอยู่เมื่อก่อน

     บ้านเดี่ยวบนเนื้อที่ 82 ตารางวา ราคา 3.5 ล้านบาท ริมถนนพุทธมณฑลสาย 4 ถูกเสนอขายให้เพื่อนในสนามม้าราคาหลังละ 2 ล้านบาท ก่อนจะหมดไปกับม้าเที่ยวสุดท้ายของวันเดียวกันนี้เอง น้าชุ่มกลับไปบ้านตามลำพังพร้อมกับความรันทดปราศจากเทพีโชคชะตาเคียงข้างอย่างเมื่อก่อน แต่ในใจยังคงพร่ำคิด

     “วันหน้ายังมีมันต้องได้บ้างสิวะ”

     หลังจากคืนวันนั้นเป็นต้นมาน้าชุ่มต้องเลี้ยงลูกสาววัย 3 ขวบตามลำพัง เนื่องจากเมียทนไม่ไหวกับพฤติกรรมอันเหลวแหลก ไม่ทำมาหากินแถมนำเงินเก็บไปแทงม้าจนหมดตัวไม่เหลือแม้แต่บ้านซุกหัวนอน น้าชุ่มหอบลูกสาวไปเช่าบ้านในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งเป็นที่ซุกหัวนอนและเริ่มคิดว่าจะทำมาหาเลี้ยงชีพอย่างไรดี

     ต่อมาแกไปกู้เงินมาก้อนหนึ่งซื้อรถแท็กซี่เขียวเหลืองมือสองราคา 4 แสนบาท ขับตระเวนรับคนหาเงินค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าหนี้สินที่กู้มาซื้อรถ และค่าเลี้ยงดูลูกสาวที่โตขึ้นทุกวันๆ แต่การตรากตรำทำงานหนักไม่ได้ช่วยให้ดวงจิตของน้าชุ่มออกห่างจาก “ม้า” ได้เลยแม้แต่น้อย เงินเก็บจากการขับรถแท็กซี่ที่อยู่เหนือค่าใช้จ่ายทั้งมวลถูกนำไปถลุงให้กับม้า สนามม้า และเจ้าของคอกม้าทุกบ่ายวันอาทิตย์อย่างบ้าคลั่ง

     แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติชิ้นสุดท้ายที่มีอยู่ก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้ น้าชุ่มตัดสินใจขายรถแท็กซี่ให้กับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนที่พานพบในสนามม้าอีกนั่นแหละ ได้เงินมา 2 แสนบาท โดยมีข้อแม้ว่า จะต้องให้เขาเช่าขับต่อจึงจะยอมขายให้

     ทุกวันนี้น้าชุ่มต้องเช่าแท็กซี่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของตัวเองขับหาเงินเลี้ยงลูก !?!

     @     @     @

     พอออกจากสนามม้านางเลิ้งมาได้ไม่ไกลนัก แกเปิดไฟเลี้ยวแล้วหักเข้าซ้ายทันทีที่เห็นผู้โดยสารโบกรถ

     “มาแทงม้าเหมือนกันเหรอหนุ่ม” น้าชุ่มทักทายเหมือนพยายามหาเพื่อนปรับทุกข์

     “มาดูครับไม่ได้เล่น” ผมตอบ

     “ดีแล้วที่น้องไม่เล่น ถ้าเล่นจะเป็นเหมือนผม” จากนั้นน้าชุ่มก็เล่าถึงเรื่องราวในอดีตอันสุขสมชื่นมื่นก่อนจะมาพบกับความขมขื่นในบั้นปลายชีวิต วันนี้ผมของน้าชุ่มเป็นสีขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ดวงตาขุ่นมัวอยู่หลังกรอบแว่นตาใหญ่เทอะทะ ตัวเล็กแกร็น ผิวคล้ำ เมื่ออยู่ในชุดคนขับแท็กซี่สีฟ้าซอมซ่อ สวมกางเกงยีนส์สีซีดจนหมอง จึงทำให้ดูแก่กว่าอายุจริง

     ไม่น่าเชื่อว่าคนอายุเพียง 50 ต้นๆ จะแก่ได้ถึงขนาดนี้ ?

     “มันเป็นเหมือนยาเสพติดนะ น้องรู้ไหมเวลาที่มีเงินอยู่ในกระเป๋าแล้วไม่ได้เล่นเนี่ยมันหงุดหงิดรำคาญตัวเองมาก ถ้าไม่มีไม่เป็นไร มีเมื่อไรต้องขับรถแวะเข้าสนามม้าทุกอาทิตย์” โชเฟอร์ทาสม้าแข่งสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนหนึ่งของการสนทนา

     ความยับยั้งชั่งใจดูเหมือนจะห่างไกลเหลือเกินสำหรับน้าชุ่ม ครั้งหนึ่งมีผู้โดยสารเหมารถจากกรุงเทพฯ ให้ไปส่งพัทยาและรอรับกลับด้วย ได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 3 พันบาท ระหว่างนั่งรอผู้โดยสารทำธุระอยู่นั้นน้าชุ่มเกิดความกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก พยายามข่มสติอย่างไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเลยตัดสินใจนำเงินครึ่งหนึ่งไปคืนแล้วตีรถกลับกรุงเทพฯ

     คงไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าน้าชุ่มตรงไปที่ไหนเป็นแห่งแรก

     ระยะทางจากพัทยาถึงกรุงเทพฯ กว่า 200 กิโลเมตร แกเหยียบคันเร่งจนมิดใช้เวลาเดินทางเพียงไม่ถึงชั่วโมง ทั้งๆ ที่ขาไปใช้เวลาชั่วโมงกว่า

     บางครั้งความเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปก็บังเกิดผลร้ายเช่นกัน โชเฟอร์แท็กซี่ผู้นี้เข้าใจว่า ตัวเขาดูม้าออกว่าตัวไหนสมบูรณ์แข็งแรงและพร้อมจะเข้าวินหากให้วิ่งแข่งขันกันจริงๆ ปราศจากการดึงม้าจากจ๊อกกี้และกลโกงระหว่างเจ้าของคอกม้าที่รู้เห็นเป็นใจเจรจาต้าอ่วยกำหนดผู้ชนะเอาไว้ล่วงหน้า เป็นเหมือนการล่อลวงให้แมลงเม่าสนามม้าบินเข้ากองไฟอันลุกโชน ปล่อยให้เผชิญชะตากรรมของตัวเองอย่างโดดเดี่ยว

     “ถ้าผมดูม้าไม่เป็นป่านนี้ผมคงเลิกได้นานแล้ว”

     “ลึกๆ ผมยังคิดว่าผมน่าจะยังเล่นได้อยู่”

     อันที่จริงแล้วน้าชุ่มรู้และเข้าใจสรรพปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ตระหนักดีถึงสิ่งที่บันดาลให้เป็นไปล้วนเกิดจากการกระทำของตัวเองทั้งสิ้น แกไม่เคยกล่าวโทษเทวดาฟ้าดิน โชคชะตาราศี หรือเวลาตกฟาก ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการแม้แต่คำปลอบประโลมจากใคร ขอเพียงแค่ให้ได้ระบายความอัดอั้นออกมาบ้างเท่านั้น

     แต่ถึงแม้จะรู้ตัวดีว่าอย่างไรเสียที่เล่นไปก็ไม่ได้เงิน ทว่าชายผู้นี้ก็ยังคงแสวงโชคจากการพนันรูปแบบนี้ชนิดถอนตัวไม่ขึ้น เป็นเหมือนบังเหียนกรรมที่ชักจูงให้เข้าและออกสนามม้าเสมือนม้าแข่งตัวหนึ่ง แต่แทนที่จะเป็นจ๊อกกี้ที่ลากจูงกลับกลายเป็นกรรมที่กำหนดวิถีแห่งน้าชุ่มตั้งแต่หนุ่มยันแก่และเชื่อว่าจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

     “ลูกสาวผมก็ขอร้องให้เลิกนะ แต่มันเลิกไม่ได้ เวลามีเงินมันจะหงุดหงิดมาก ปวดหัว ทำอะไรก็ไม่เป็นสุขต้องแวะเข้าสนามม้าทุกครั้ง พอเล่นเสร็จไม่ว่าได้หรือเสีย แต่ส่วนใหญ่จะเสียก็สบายใจขับรถหาเงินต่อได้ ถ้าไม่อย่างนั้นมันอยู่ไม่เป็นสุข” น้าชุ่มให้เหตุผลซึ่งดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้นเลยสำหรับคนไม่เล่นการพนันเช่นผม แต่มันก็คือข้อเท็จจริงที่เกิดกับชายผู้นี้

     ก่อนผมจะลงจากรถน้าชุ่มหันมามองพร้อมกับเอ่ยวาจาเหมือนกับจะให้สัญญากับตัวเอง

     “อาทิตย์หน้าจะเข้าสนามม้าอีก” ผมได้แต่พยักหน้าแล้วเดินเข้าบ้าน

      เรื่องสั้นโดย : ฟาน

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
ยิปซีทะเล วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 17.48 น.
http://www.oknation.net/blog/gypsysee
มะละกอใบน้อย แต่เสียวWa ...เอาเรื่องจริงมาเล่าแบบขำขำ

ผี...พนัน
ความคิดเห็นที่ 3
วิตามินบี วันที่ : 27/05/2007 เวลา : 21.12 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


แปลกเนอะทำไมเล่นการพนันถึงติด
ทั้งๆที่รู้ว่า ยิ่งเล่นยิ่งจนลง

ลองมาเดาเล่นๆ
http://www.oknation.net/blog/babymind/2007/05/25/entry-2
ความคิดเห็นที่ 2
หญิงน้อย วันที่ : 27/05/2007 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/lifeon
SorroW Holds TiGht TO tHOsE WhO wiLL NoT LEt GO ^-^ความทุกข์ อยู่ในมือ ของผู้ที่ไม่ย่อม "ปล่อย" ^-^

ดิฉันเชื่อในเรื่อง"กรรมแห่งอดีต" เพราะเราไม่รู้ได้เลยว่าเคยทำอะไรมาบ้าง..
.พอได้รู้ได้เห็นในปัจจุบัน.ก็เลยเลือกที่จะสร้างแต่กรรมดี.
"น้าชุ่ม"เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเราจะมาโทษเวรกรรม...
ไม่ได้เลย...เพราะว่าแกทำตัวเอง.
ความคิดเห็นที่ 1
LunLa วันที่ : 24/05/2007 เวลา : 19.46 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เล่นการพนันไม่ดีหรอกค่า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กรุงเทพฯ-ปาย 1

กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง

View All