พิมพ์หน้านี้
|
ปลาช่อนแดดเดียว เมื่อปี 2541 ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ผมเองก็ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยทำข่าวกีฬาด้วยเหมือนกัน โดยแรกๆ ก็ประจำอยู่ที่การแข่งขันสนุ้กเกอร์และบิลเลียด บอกตามตรงเลยครับว่า น่าเบื่อมากๆ ไม่ใช่เกมน่าเบื่อนะครับ เพราะนักสนุ้กเกอร์เหล่านี้ระดับประเทศทั้งนั้น น่าดูครับ แต่ที่บอกว่าเบื่อก็เพราะการแข่งขันสนุ้กฯ ต้องใช้สมาธิ ห้ามคุย ห้ามโทรศัพท์ ห้าม ฯลฯ แล้ววันที่ผมได้รับเอกราช (555 พูดให้ดูยิ่งใหญ่เข้าไว้ครับ) ก็มาถึง หัวหน้าข่าวคงรู้ว่าผมรู้สึกอย่างไร จะไม่รู้ได้ไงก็ผมเล่นบ่นกับแกทุกวันนี่นา อิอิ แกเลยให้ผมไปทำข่าวกีฬาทางน้ำดูบ้าง เช่น พวกวินเซิร์ฟ เรือใบ และวอลเล่ย์บอลชายหาด ชนิดหลังนี่ผมชอบมั่กๆ การแข่งขันกีฬาทางน้ำและวอลเล่ย์บอลชายหาดจัดแข่งที่ชายหาด รร.แอมบาสเดอร์ พัทยา ครับ แต่ผมไม่ได้พักที่นั่นเพราะโรงแรมถูกจองเต็มหมด เลยต้องระเห็จไปนอนที่พัทยาแทน ช่วงนั้นต้องบอกว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มไปหมด ทั้งเจ้าหน้าที่ สต๊าฟ และนักท่องเที่ยวจริงๆ ที่มาเที่ยวแล้วก็ได้ดูกีฬา เพราะฉะนั้นชายหาดพัทยาและเมืองชลฯ จึงเต็มไปด้วยสีสันของเอเชี่ยนเกมส์ คืนหนึ่งหลังจากทำข่าวเสร็จสิ้นผมกลับที่พักพร้อมกับคนขับรถ ที่พักของผมเป็นบังกะโลเล็กๆ มีเพื่อนจากสำนักพิมพ์อื่นเช่าอยู่ข้างๆ ด้วย เพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการกรำงานมาทั้งวัน เย็นนั้นจึงจบลงด้วยสุรากับเบียร์ (อันนี้ไม่แนะนำนะครับ แหะๆ) เรานั่งที่โต๊ะม้าหินหน้าบังกะโล คุยกันไปเรื่อยสัพเพเหระเท่าที่จะสรรหามาพูดคุยกันได้ กระทั่งพบเห็นชาวต่างชาติเดินผ่านมา 2 คน ผม : พี่ นั่นนักท่องเที่ยว ชวนมากินกะเราดีกว่า พี่นักข่าว : เออ แต่กรูสปีคอิงลิชไม่คล่องนา ผม : เหมือนกันแหละ ฝึกภาษาไง (หัวเราะ) ในวงวันนั้นมีผม พี่นักข่าวทีวี และคนขับรถ รวม 3 คน พอนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาใกล้ก็เลยตะโกนเรียกให้มานั่งกินด้วยกัน ตามมารยาทเจ้าบ้านที่ดี ประกอบกับช่วงนั้นประเทศไทยโปรโมทการท่องเที่ยวโดยใช้สโลแกนประมาณว่า "ร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี" ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ที่สำคัญคือผมเกรงว่าถ้าฝรั่งไปนั่งกินในที่เปลี่ยวๆ จะถูกลัก วิ่ง ชิง ปล้น ทำร้ายร่างกายจะเสียชื่อเมืองไทย (ฟังดูดีไหมครับ อิอิ) อ่อ ขอย้ำนะครับว่าเป็น "ผู้ชาย" ทั้งสองคน ไม่มีผู้หญิงเลย ฝรั่งทั้งสองคนหิ้วของมาด้วยพะรุงพะรัง พอนั่งปุ๊ปก็เทของออกมา มีเหล้าไทย 1 แบน แก้วเปล่า 1 ใบ น้ำเปล่า 1 ขวด และปลาช่อนแดดเดียวแร่แล้วเหมือนที่ขายตามข้างทางแถวอยุธยากรุงเก่า 1 ตัว !?! จากการพูดคุยสลับกับทำไม้ทำมือจึงรู้ว่าทั้งสองมาจากรัสเซีย มาเที่ยวพัทยาหลายวันแล้ว วันนี้ซื้อเหล้ากับปลาแดดเดียวจะนั่งกินริมหาด พูดเสร็จก็ฉีกปลาช่อนแดดเดียวเคี้ยวกร้วมๆ อย่างเอร็ดอร่อย ยกนิ้วโป้งชูให้เห็นว่ามันเด็ดสุดยอดจริงๆ อ่อ ปลานี่ยังไม่ได้ทอดนะครับ เพื่อนๆ ครับลองนึกถึงกลิ่นปลาที่ตากแดดได้เพียงแดดเดียว ยังไม่ทันแห้งดีด้วยซ้ำ ฉีกที กัดที มีมันเหลืองๆ เยิ้มติดมือติดปาก เหลือจะทนจริงๆ ครับ และแทนที่จะใช้ทิชชู่เช็ด เขากลับทำตรงข้ามด้วยการถูมือ ถูปาก เหมือนกับเป็นน้ำหอมยังไงยังงั้น เข้าใจว่าอยู่ที่รัสเซียเมืองหนาว พอมีมันอะไรๆ เทือกนี้จะช่วยถนอมผิวไม่ให้แตก แต่พี่แกคงลืมนึกไปว่าตอนนี้อยู่เมืองไทย ร้อนแสนร้อน แถมกลิ่นเหลือรับประทานอย่างนั้น แล้วก็มาถึงตอนสำคัญ หนุ่มรัสเซียอ้วนพุงพลุ้ยหยิบปลายื่นส่งมาให้พวกผม เราคนไทยสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะปฏิเสธน้ำใจได้อย่างไรไม่ให้เสียไมตรีจิต สุดท้ายเมื่อถูกคะยั้นคะยอไม่ไหวก็เลยฉีกมานิดนึงใส่ปากเคี้ยว รู้ไหมครับกลับบังกะโลผมล้างมือด้วยสบู่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนรุ่งเช้ากลิ่นก็ยังติดมืออยู่ และยังจำได้แม่นทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ อย่าได้ลองกินเช่นนี้เป็นอันขาด นี่คือคำเตือนด้วยความหวังดีครับ !?! |
| กรุงเทพฯ-ปาย 1 | ||
กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |