พิมพ์หน้านี้
|
ผิดที่ ผิดเวลา ปี 2545 ไม่มีคดีไหนใหญ่และครึกโครมเท่าคดี "ระเบิดแม่ ส.ส.คมคาย" อีกแล้ว 6 กันยายน 2545 ปฐมบทเกิดขึ้น ณ รร.อีสต์เทิร์น โรงแรมขึ้นชื่อที่สุดในเมืองจันท์ยุคนั้น วันรุ่งขึ้นผมก็ถูกส่งตัวไปทำข่าวในพื้นที่ทันที ไปกับคนขับรถอีกคน จะเรียกว่าคนเดิมคู่บุญก็คงไม่ผิดนัก ไม่รู้เป็นไงสิท่างานไหนงานนั้นผมเป็นต้องไปกับเจ้าหมอนี่ทุกที ถ้าจำกันไม่ได้ก็ลองย้อนกลับไปอ่านเรื่อง "รถติดหล่มที่บ้านอีต่อง กะ นอนวัด" จะช่วยย้อนความทรงจำเกี่ยวกับพ่อหนุ่มคนนี้ได้ดี ผมไปนอนพักที่ รร.อีสต์เทิร์น รุ่งเช้าก็วิ่งไป สภ.อ.เมืองจันทบุรี ทำงานร่วมกับนักข่าวมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่มาจากส่วนกลางแทบทั้งสิ้น เพราะกรุงเทพฯ-จันทบุรี ใกล้แค่ 200 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น วิ่ง 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึง ยุคนั้นกล้องดิจิทัลยังไม่แพร่หลาย ยังใช้วิธีส่งฟิล์มกันอยู่ บางครั้งถ้ามีเรื่องด่วนๆ ก็ตีรถจากจันท์เข้ากรุงเทพฯ กันเลย การทำข่าวก็มีการแข่งขันกันสูง คือ ถ้าเป็นข่าววิทยุก็แย่งเวลาเบรคข่าวกัน (คือการออกข่าวช่วงเบรคหรือตอนต้นชั่วโมงกับกลางชั่วโมง) จะเป็นการแข่งกับเวลาออกข่าว ณ นาทีนั้นๆ ส่วนหนังสือพิมพ์ก็จะวัดกันเรื่องความลึก ความเฉียบคมของประเด็นข่าว ซึ่งกว่าจะรู้ว่าใครนำใคร ใครไปถูกหรือผิดทางก็รุ่งขึ้นอีกวัน หนังสือพิมพ์วางแผงขายแล้ว ผมอยู่ที่เมืองจันท์เป็นเดือนๆ คดีก็เริ่มงวดเข้ามาทุกขณะ มีการตรวจค้นสถานที่ต่างๆ และจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคน ระหว่างนี้เองการแข่งขันของข่าวยิ่งดุเดือดยิ่งขึ้น สื่อหนังสือพิมพ์กับวิทยุเริ่มจับมือแบ่งเป็นสองฝ่าย เพราะข่าววิทยุต้องเร็วและเก็บรายละเอียด ณ ห้วงเวลานั้นๆ ให้ได้มากที่สุด ในขณะที่หนังสือพิมพ์ต้องไปเจาะประเด็นที่กองบรรณาธิการให้มา วันหนึ่งมีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม นายตำรวจใหญ่เองก็เข้ามาเรียกประชุมติดตามความคืบหน้า ส่วนชุดสืบสวนผู้ปฏิบัติก็เข้าค้นหลายจุด เพราะฉะนั้นจึงต้องแบ่งงานกันทำ ผมตื่นแต่เช้านั่งกินข้าวราดแกงริมถนนเจ้าประจำก่อนจะแวะเข้า สภ.อ.เมืองจันทบุรี พี่อีกสำนักนั่งคุยโทรศัพท์กับแหล่งข่าวเสร็จก็บอกให้ผมไปเฝ้าที่ สภ.อ.เมืองจันทบุรี ก่อน ส่วนตัวเขาจะไปทำข่าวตำรวจเข้าค้นแหล่งต้องสงสัย ทีนี้ หลักของการทำข่าวมันก็มีไม่มาก ไม่ถึงกับเป็นหลักการสำคัญ แค่เตรียมความพร้อมเอาไว้ทุกเมื่อก็แค่นั้น ประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกให้เรารู้ว่า ถ้ามีนายตำรวจใหญ่หรือคดีใหญ่ๆ เวลาจอดรถต้องพร้อมออกได้ทุกเมื่อ ต้องไม่จอดในที่อับ มีสิ่งกีดขวาง ง่ายๆ แค่นี้เอง แต่คนขับรถคู่บุญคู่กรรมของผมมันดันทำตรงกันข้าม "ผมจอดตรงนี้แหละ ไม่มีที่ไหนสะดวกกว่านี้อีกแล้ว" พูดพร้อมยิ้มแฉ่งแสดงความภาคภูมิใจที่เลือกที่จอดรถได้สุดยอดว่างั้น ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของผม ณ ตอนนั้น เพราะจุดที่จอดอยู่ติดกับสถานที่ก่อสร้าง เป็นหญ้าเปียกน้ำค้าง ไม่ใช่พื้นถนน มีแผ่นไม้วางระเกะระกะ ไม่รู้ล้อรถไปเหยียบตะปูบ้างหรือเปล่า แถมด้านหน้าก็ยังมีที่ว่างเปิดโล่งโจ้ง เลยหันไปบอกว่า ผมรู้จักความรั้นของเจ้านี่ดีพอๆ กับรู้ว่ามันไม่รู้เรื่องอะไรเลย จำต้องปล่อยให้เรื่องมันเป็นไป ผมออกไปทำงานสักพักเดียวก็เป็นเรื่อง หลังประชุมเสร็จนายตำรวจใหญ่ออกไปบ้านผู้ต้องสงสัย เพราะได้รับรายงานว่าพบระเบิด ทุกคนต่างวิ่งไปขึ้นรถของตัวเอง ผมก็เช่นเดียวกัน แต่ไปเพื่อจะพบว่ารถตัวเองไปไหนไม่ได้ !?! จะไปได้ยังไงละครับ ยางหลังซ้ายแบนเพราะเหยียบตะปูไป 2-3 ตัว แถมด้านหน้ามีรถช่างรับเหมาจอดขวางทางอยู่หลายคัน ด้านข้างก็มี เรียกว่าถูกประกบจนกระดิกไม่ได้ เจ้าตัวคนขับรถเองได้แต่หัวเราะแหะ แหะ ถามว่าทำไมเป็นอย่างนี้ มันบอกว่าไงรู้ไหมครับ "ผมไปหาซื้อน้ำกินแป๊ปเดียวเองนะเนี่ย" เฮ้อ ! สรุปวันนั้นผมต้องไปกับสำนักข่าวอื่น ตกเย็นพี่นักข่าวหนังสือพิมพ์และคนขับรถแวะมารับผมไปกินข้าวเย็น นั่งหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ส่วนผมขำไม่ออก รุ่งขึ้นหลังจากปะยางเรียบร้อยแล้วผมเลยให้ตีเข้ากรุงเทพฯ บอก บก.ว่าถ้าไม่มีคนอื่นมาเปลี่ยน ผมจะเช่ารถขับเอง ! 555 ----------- |
| กรุงเทพฯ-ปาย 1 | ||
กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||