พิมพ์หน้านี้
|
ครั้งนี้ก็เช่นกันผมตัดสินใจเอาวันก่อนออกเดินทางเพียง 2 วันเท่านั้น ตัดสินใจได้แล้วก็เก็บกระเป๋าเอาเช้าวันที่จะออกเดินทางกันเลย ! 2 ทุ่มตรง พฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2550 รถบิ๊กไบค์ 7 คัน ส่วนใหญ่เป็น Nake คือรถที่เปลือยให้เห็นตัวเครื่องไม่มีแฟริ่งเหมือนพวกรถสปอร์ตมารวมตัวกันที่จุดนัดหมายแถวพระราม 9 เมื่อรถเซอร์วิสมาถึงขนของขึ้นแล้วก็ออกเดินทางไปนอนค้างที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เสีย 1 คืน เพื่อรุ่งเช้าจะได้ไม่ต้องเร่งรีบออกเดินทาง ราวๆ 4 ทุ่มครึ่งถึงนครสวรรค์ นอนพักผ่อนเอาแรงเสร็จก็ออกเดินทางอีกทีตอนตี 5 ครึ่ง มุ่งหน้าไปกำแพงเพชร เข้าตาก ลำปาง ผ่านลำพูนแล้วก็เข้าเชียงใหม่ ซึ่งมีเพื่อนๆ กลุ่มเซอร์เวย์เส้นทางกับสมาชิกที่เชียงใหม่มาดักรอ รวมกับกลุ่มใหญ่จากกรุงเทพฯ สรุปแล้วมีรถขึ้นปายเกือบ 15 คัน ต้องบอกว่าใน 15 คันนี้มีเพียงคันเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าถิ่น ขึ้น-ลงปายมาเป็นว่าเล่นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นอกนั้นมือใหม่ทั้งสิ้น แม้ว่าพื้นราบหลายๆ คนจะขับเข้าขั้นระดับฝีมือแต่ก็ต้องยอมรับว่าโค้งปายนั้นมากมาย ท้าทาย และน่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกือบครึ่งเส้นทางผิวถนนขรุขระ ลองนึกภาพดูนะครับ ลำพังทางโค้งขึ้นเขา-ลงเขาก็ว่าอันตรายแล้ว แถมในโค้งยังเป็นหลุมเป็นบ่ออีกต่างหาก แล้วก็ได้เรื่องจริงๆ ครับ น้องคนหนึ่งสไลด์โค้งแรกยังขึ้นไปไม่ถึง 1/4 ของเส้นทางทั้งหมดด้วยซ้ำ โช๊คเบี้ยว ถ้วยไมล์แตก กระจกแตก ล้อคด ต้องช่วยกันยกขึ้นรถเซอร์วิส ส่วนน้องคนขี่กับแฟนเจ็บเล็กน้อย นับจากนั้นผม (ขอออกตัวคนเดียวละกันครับ แหะ แหะ แหะ) ก็ขยาดเพราะเห็นตำตาคากระจกตอนที่น้องสไลด์หลุดโค้ง เลยค่อยๆ ไป แต่กระนั้นก็เล่นจนเกือบหมดหน้ายาง แล้วทุกคนก็ถึงปายโดยสวัสดิภาพเอาตอน 6 โมงกว่าๆ ปาย 25 ตุลาคมยังไม่ถึงกับหนาวจัด อากาศเย็นสบายๆ กางเต๊นท์เสร็จก็พากันไปเดินเสพความเป็นปายกันที่ตลาด ซึ่งผมคงไม่ขออธิบายมาก หลายคนเคยไปหรือไม่ก็อ่านจากบล็อกเกอร์หลายๆ คนแล้วคงนึกภาพออก ส่วนตัวผมในฐานะคนชื่นชอบสุราก็ไปเสพสุราจนสมใจแล้วกลับที่พักนอนเอาแรง ซึ่งปาเข้าไปตี 3 กว่าๆ ถึงจะได้นอน อิอิ เช้าวันรุ่งขึ้นเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วก็ลงจากปายเข้าเชียงใหม่เกือบๆ เที่ยง ขาลงทุกคนขี่กันเซฟมาก โดยเฉพาะตัวผม แต่ก็ยังไม่วายมีอีก 2 คัน ที่ลงลายเซ็นไว้ที่โค้งปาย คนหนึ่งเป็นเพื่อนผมเองจากโค้งที่หักศอกแล้วก็เป็นหุบหายไปเลย ถ้าเข้าไลน์ในก็ติดภูเขา ไลน์นอกก็มองไม่เห็นโค้ง เสร็จครับ แต่โชคดีรถยังขี่ได้ คนขี่กับแฟนฟกช้ำดำเขียวกันไป ส่วนคันต่อมา แหะ แหะ ผมเองครับ เกิดจากอาการอะไรสักอย่างหนึ่ง (ไม่แน่ใจ ทุกวันนี้ก็ยังหาสาเหตุกันไม่เจอ) โค้งใหญ่เบ้อเริ่ม กว้างก็กว้าง ไม่อันตรายสักนิด แถมขี่มาราวๆ 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเกือบจะเรียกว่าคลาน จู่ๆ ก็ไม่รู้จะเข้าไลน์ไหนดี สุดท้ายปล่อยรถไหลเกือบจะหลุดโค้งแล้วเลยกดเบรคหน้าจนล้อล็อค บังเอิ๊ญตรงนั้นมีกรวดเล็กๆ ก็เสร็จสิครับ ล้มแปะเอาดื้อๆ เพื่อนๆ ทุกคนรู้ข่าวงง โดยเฉพาะเพื่อนที่ขี่ตามหลังถึงกับแซว "เออ อยากสูบบุหรี่ก็บอก ไม่ต้องถึงกับทิ้งรถหรอก" สวัสดีปาย เจอกันใหม่ปีหน้า |
| กรุงเทพฯ-ปาย 1 | ||
กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง |
||
|
View All |
||