พิมพ์หน้านี้
|
บนเวทีรูปตัวทีทอดยาวมาเกือบกลางร้าน หญิงสาวในชุดสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น สวมท็อปบูท สีสันฉูดฉาด ยักย้ายส่ายสะโพกเข้ากับจังหวะดนตรี ท่าทางยวนยั่วจงใจให้ชายหนุ่มหยุดเหลือบแล ปรายตา ยิ้มหวานชนิดที่ทำให้หิมะขั้วโลกละลายได้ในพริบตา ชายหนุ่มหลายคนถึงกับควักกระเป๋าหยิบธนบัตรเหน็บแก้วชอร์ตหยิบยื่นให้เป็นของกำนัล ชายหนุ่มโต๊ะหน้าเวทีเงยหน้ามองก่อนจะหันกลับไปสนใจเกมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกด้วยท่าทีเฉยเมย สิ่งที่เกิดขึ้นในนี้ไม่ทำให้เขาตื่นเต้นอีกต่อไป ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้า สูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า เหมือนกับเฝ้าคอยบางสิ่งอย่างใจจดจ่อ นานๆ ครั้งจึงจะหันมาวิสาสะกับเพื่อนตรงหน้า ที่ยังคงสนุกและตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะเคยเห็นเคยดูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย "พี่ เดี๋ยวน้องเค้าก็ออกมา รอแป๊ปนะ" เมื่อ 4 เดือนก่อน ชายหนุ่มยังเป็นคนแปลกหน้าและลูกค้าหน้าใหม่ของที่นี่ เขาไม่อาจปฏิเสธคำชักชวนของเพื่อนสนิทที่คะยั้นคะยอจะพามาเที่ยวดื่มกินที่นี่ให้ได้ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเขาก็กลายเป็นลูกค้าขาประจำ กระทั่งหญิงสาวบางคนในร้านถึงกับแซวเล่นด้วยถ้อยคำสัพยอกว่า "เป็นลูกค้าขาประจ๊ำประจำ" บัดนี้เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าของที่นี่อีกต่อไป เด็กรับรถ เด็กเสิร์ฟ เด็กชงเหล้า เด็กห้องน้ำ มาม่า หรือแม้แต่หญิงสาวหลายคนรู้จักมักคุ้นเขามากขึ้นเรื่อยๆ ตัวชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เขาชื่นชอบหรือหลงใหลอะไรในเมมเบอร์คลับแห่งนี้ หญิงสาว ? เหล้า ? หรือบรรยากาศ ? แม้ราคาค่าเหล้าแต่ละครั้งคราจะแพงเอาการอยู่ก็ยังคงแวะเวียนมาดื่มกินอยู่เสมอๆ แม้บางวันจะเริ่มมาตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดให้บริการ หญิงสาวนักเต้นกำลังซ้อมท่าต่อเพลง เด็กเสิร์ฟจัดโต๊ะเก้าอี้ หรือบางวันมาเอาตอนอีก 15 นาทีร้านจะปิดก็เคยมีมาแล้ว ชนิดหาคำตอบไม่ได้ "สวัสดีคะ" เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มยิ้มออกมาได้ นับตั้งแต่เข้ามาในร้านได้เกือบชั่วโมง เอื้อมมือไปจับมือหญิงสาวกระชับเบาๆ จ้องหน้าเหมือนจะให้มั่นใจว่าเป็นหล่อนจริงๆ บัดนี้เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้นบ้างแล้วว่า สิ่งที่เขาหลงใหลคือหล่อน ไม่ใช่บรรยากาศของร้าน เสียงเพลง หรืออะไรก็ตามแต่ที่ประกอบกันขึ้นเป็นที่นี่ มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนัก เหมือนกับดอกไม้ที่ผลิดอกแรกแย้มเมื่อฝนหยดแรกโปรยปรายลงมาหลังผ่านพ้นฤดูแล้งอันแสนยาวนานและทารุณต่อเมล็ดพันธุ์ "นานกว่านี้ก็รอได้" เขาจ้องหน้าหล่อนไม่วางตาเหมือนกับจะเก็บภาพตราตรึงนั้นไว้ตราบนานเท่านาน ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ถึงแม้เขาจะผ่านช่วงวัยรุ่นมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดความรู้สึกเหมือนได้พบรักครั้งแรกยังไงยังงั้น กระทั่งถูกทักนั่นแหละจึงเบือนหน้าไปมองด้านอื่นอย่างอาลัยอาวรณ์ ถึงแม้เธอจะทำงานลักษณะนี้ ทว่าการถูกจับจ้องมองจนดูเหมือนเพ่งก็ทำให้เกิดความเอียงอายได้เช่นกัน ความเอาอกเอาใจสารพัดอย่าง ไปจนถึงถ้อยคำไพเราะเสนาะหู รวมไปถึงการสัมผัสเนื้อต้องกาย ทำให้หัวใจชายหนุ่มเคลิบเคลิ้ม หลงคิดไปว่าทั้งหมดนี้คือความรักระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว อันเกิดจากความใกล้ชิดผูกพัน เห็นอกเห็นใจกัน ระหว่างที่เขามีปัญหาในที่ทำงานเมื่อแวะเวียนมาหาเธอมักจะเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอ บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่เธอมีปัญหากับลูกค้าก็มาระบายให้เขาได้รับรู้ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ทางใจลึกๆ และไม่อาจซ่อนเร้นเอาไว้ได้อีกต่อไป "คิดอะไรอยู่เหรอคะ ?" ชายหนุ่มหันมามองหล่อนแล้วยิ้มให้ บีบมือกระชับแน่นยิ่งขึ้น ก่อนจะเอ่ยปากขอสิ่งหนึ่งที่เขามักจะทำเป็นประจำทุกครั้งที่พบเธอ นั่นคือการสวมกอด หล่อนยินยอมด้วยความเต็มใจไม่บ่ายเบี่ยงเหมือนกับลูกค้าบางโต๊ะที่ไม่แม้จะถามไถ่ยังไขว่คว้าหักหาญน้ำใจและหลู่เกียรติเพศแม่ มันเป็นกอดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว ทั้งสองเท่านั้นที่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร ก่อนคลายวงแขนชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ "เดี๋ยวขอหนูขึ้นเต้นก่อนนะคะ" ระหว่างใจลอยคิดไปเรื่อยเปื่อยพลันสายตาเหลือบไปเห็นเด็กสาวหน้าใหม่ ดวงตากลมโต คิ้วงอนเรียวรับกับหน้ารูปไข่ ผมดักหยิกเป็นลอนใหญ่ไล่ระระดับไหล่ ริมฝีปากอวบหนา สายตาที่มองมาเชิญชวน กัดริมฝีปากล่างอย่างท้าทาย ขาเรียวรับกับน่องกลมกลึง นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าหน่อยๆ เขาจ้องกลับอย่างท้าทายไม่แพ้กัน ไม่นานก็ได้รับคำตอบที่กำลังตั้งคำถามเอากับตัวเอง "มาม่าเรียกน้องคนนั้นให้หน่อย !?!" เรื่องสั้น : ฟาน |
| กรุงเทพฯ-ปาย 1 | ||
กรุงเทพฯ-ปาย ขากลับจากเชียงใหม่เข้าลำปาง |
||
|
View All |
||