• Anchalee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-10
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 4227
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
Anchalee and the Pets
ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสัตว์เร่ร่อน ไร้บ้าน ให้มีคนที่รัก อาหารและที่พักอาศัย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/anchalee
วันจันทร์ ที่ 21 มกราคม 2551
วัดถ้ำเสือ เกี่ยวกับกรณีต่างๆ
Posted by Anchalee , ผู้อ่าน : 322 , 03:10:15 น.  
พิมพ์หน้านี้


* โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

จากที่พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ไปเมื่อไม่นาน กรณีควายที่วัดถ้ำเสือขวิดนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ปกติส่วนตัวเราเกี่ยวกับวัดนี้อยู่ในแง่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของวัด แต่เรื่องควายที่ขวิดนักท่องเที่ยวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และอยากจะบอกว่าทางถ้ำเสือ (จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่หรือวัดก็แล้วแต่) ไม่มีความผิดทั้งหมดสำหรับเหตุการณ์นี้ และถ้าจะไม่รับผิดชอบก็ไม่ผิด แต่แน่นอนต้องแสดงความรับผิดชอบตามหลักมนุษยธรรม

ทำไมถึงไม่ผิด จากเนื้อหาในข่าว นักท่องเที่ยวผู้นั้นเห็นควายแล้วอยากจะถ่ายรูปด้วยเลยวิ่งเข้าไป ควายตกใจเลยหันมาขวิดเข้าให้ ไม่อยากจะบอกว่าสมควรจะโดนอยู่แล้ว ควายอยู่ของมันดีๆวิ่งเข้าไปอย่างนั้นเมื่อไหร่ก็โดน คนที่ผิดคือนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จักสงบสติอารมณ์ ดิฉันพอจะนึกออกว่านักท่องเที่ยวตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นควายเป็นๆมาก่อน แต่ก่อนที่จะเข้าวัด ทางวัดได้ให้ทุกคนเซ็นเอกสารรับรู้ว่า สัตว์ทุกตัวที่อยู่ในวัดนี้เป็นสัตว์ป่ามาอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ และมีอันตรายตามธรรมชาติของความเป็นสัตว์ป่า ถ้ามีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น นักท่องเที่ยวจะไม่ติดใจเอาความในเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าไม่เซ็นทางวัดจะไม่ให้เข้าไป ดังนั้นเมื่อได้อ่านและได้เซ็น(นอกจากว่าเขาให้เซ็นก็เซ็นไม่รู้ว่าเซ็นอะไรลงไป) แล้วก็ควรรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรในขณะที่อยู่ในนั้น อย่างเช่นที่ห้ามใส่เสื้อสีแดงเป็นตัวอย่าง และอีกผู้หนึ่งที่ควรมีความผิดคือมัคคุเทศก์ที่พานักท่องเที่ยวไป ควรจะบอกนักท่องเที่ยวว่าควรทำตัวอย่างไร ยิ่งมาเป็นกลุ่มใหญ่อย่างนี้ มัคคุเทศก์คนเดียวดูแลไม่ทั่วถึงยิ่งต้องอธิบายให้นักท่องเที่ยวฟังให้เข้าใจ เพื่อที่เขาจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ที่กล้าพูดอย่างนี้ได้ เพราะดิฉันเองเป็นมัคคุเทศก์เช่นกัน และได้พานักท่องเที่ยวไปวัดนี้มาหลายครั้ง เวลาเห็นลูกเสือซนๆห่ามๆ ยังเตือนเขาซ้ำอีกเลยว่าอย่าไปจับไปลูบมันมาก มันหมั่นเขี้ยวอยากเล่นจะหันมางับเอา ซึ่งงับเล็กๆเล่นๆของลูกเสือน่ะ มันเป็นกัดใหญ่ๆได้เลยเพราะลูกเสือไม่รู้ว่าตัวมันมีแรงแค่ไหนก็งับเต็มที่ ส่วนใหญ่ก็โดนข่วนๆกันเล็กน้อยหรืองับโดนเสื้อ ไม่มีใครว่าอะไรเพราะลูกเสือน่ารักเกินจะโกรธได้ และเคยมีคนไปจับม้าจับกวางเล่นก็ไม่เห็นจะโดนมันเตะเอาแต่อย่างใด เพราะจะค่อยๆเข้าไปถ้าเห็นมันทำหูกระดิกๆก็ไม่เข้าไปยุ่งกับมัน

จะขออธิบายให้เห็นภาพกันสักเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ไม่เคยไปวัดถ้ำเสือ (ไม่ขอพูดถึงประวัติ เดี๋ยวจะยาวเกิน) ซึ่งเป็นอย่างที่เข้าใจกันว่าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติเพราะค่าเข้าชมแพง และในหมู่คนไทยเองเห็นเสือกันจนชิน กับแค่เรื่องพระเลี้ยงเสืออาจจะไม่เป็นเรื่องแปลกมากซะจนต้องตามไปดู เพราะเรามีเรื่องแปลกอื่นๆอีกเยอะแยะ เท่าที่สอบถามชาวต่างชาติส่วนใหญ่รู้จักวัดนี้จากรายการ Animal Planet และจากเว็บไซต์ที่มีเป็นภาษาอังกฤษที่ดูดีมาก มีการพูดถึงการสร้างบ้านให้เสือ, รับสมัครอาสาสมัครมาเลี้ยงเสือโดยมีข้อกำหนดต่างๆที่อิงกับการปฏิบัติของชาวพุทธ เช่น ต้องถือศีลและทำวัตรตามแบบอย่างชาวพุทธ ที่พักแยกชาย-หญิง และในบางช่วงซึ่งคงจะเป็นปิดเทอมของเมืองนอกจะเห็นได้ว่ามีอาสาสมัครมาเลี้ยงเสือกันค่อนข้างหนาตา ข่าวส่วนหนึ่งก็จะมาจากอาสาสมัครเหล่านี้ การเดินทางไปวัด ไม่มีรถประจำทางผ่าน ต้องเอารถส่วนตัวไปเอง ถนนเมื่อก่อนเป็นลูกรังสีแดงแต่ได้รับการปรับปรุงเป็นถนนลาดยางอย่างดี เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาวัด บริเวณที่จอดรถมีการจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ มีโรงทานให้ทานข้าวฟรี ห้องน้ำสะอาดมาก เพราะต้องถอดเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะที่ทางวัดจัดไว้ก่อนเข้าไป ภายในวัดมีห้องน้ำบริการอยู่เป็นระยะเช่นกัน ทุกที่จะต้องเปลี่ยนรองเท้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ห้องน้ำดูสะอาดอยู่เสมอ ที่จุดขายตั๋วมีโปสการด์, หนังสือและของที่ระลึกขายเหมือนที่ท่องเที่ยวทั่วไป ตั๋วราคาอย่างที่ทราบ 300 บาท ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ มัคคุเทศก์มีใบเสร็จแยกต่างหากจากตั๋วให้ใช้เป็นหลักฐานการเบิกเงิน และต้องเซ็นจดหมายยินยอมในการรับผิดชอบตัวเองอย่างที่บอกไว้ข้างต้น

เมื่อเข้าไปในวัด จะเห็นสัตว์เดินปะปนอยู่กับเราอย่างหน้าตาเฉย กวาง ม้า ที่เยอะมากจะเป็นหมูป่า มากันเป็นครอบครัวและจะไม่ยุ่งกับคน ไฮไลต์ของที่นี่คือหุบเสือ เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวจะมาถ่ายรูปกับเสือ แดดแรงมากแต่ที่หุบเสือจะไม่ค่อยร้อนเพราะมีพัดลมขนาดใหญ่เปิดระบายอากาศอยู่ มีน้ำที่ทางวัดผลิตเองแจกฟรี เสือจะนอนสลบไสลอยู่ที่พื้น มีแถวสองแถวสำหรับรอถ่ายรูปกับเสือ แถวหนึ่งไม่เสียเงินแต่ถ่ายๆได้แค่นั่งข้างๆเสือกับเอามือแตะๆ ลูบๆ ซึ่งก็ได้ถ่ายจนคุ้มเพราะมีเสือให้ถ่ายหลายตัว อีกแถวหนึ่งบริจาคเงินเพิ่ม 1,500 บาท แล้วจะได้ถ่ายรูปโดยที่มีหัวเสือตัวใหญ่มากวางอยู่บนตัก ทั้งนี้ทั้งนั้น เสือทุกตัวหลับหมด จะมีตื่นบ้างเป็นบางครั้ง คนเลี้ยงเสือก็จะเข้าไปพัด เอาน้ำเอาใบอะไรไม่รู้ให้กิน แล้วก็กล่อมให้หลับต่อ ตัวไหนคึกมากๆก็จะไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าใกล้ เสือทุกตัวมีโซ่ล่ามไว้อีกทีหนึ่งคนเลี้ยงเสือจะอยู่กับนักท่องเที่ยวขณะที่ถ่ายรูปตลอดเวลาและจะจับมือไว้ตลอดขณะที่เดินเข้าออก หรือเดินอยู่ในบริเวณนั้น ป้องกันกรณีที่นักท่องเที่ยวอาจจะตกใจ วิ่งเตลิดหรือร้องเสียงดังซึ่งจะทำให้เสือตกใจและอาละวาดได้ ช่องทางซ้ายมือของแถวที่ต่ออยู่มีเชือกกันไว้และไม่อนุญาตให้ยืนบริเวณช่องทางนั้นเด็ดขาด แม้ว่าจะยืนอยู่ไกลๆก็ตาม เพราะช่องทางนั้นเป็นช่องทางที่เสือใช้เดินเข้าออกตอนที่มายังหุบเสือนี้ เป็นเหมือนบริเวณของเสือ ดังนั้นถ้าเสือเห็นว่าใครเข้าไปในที่ของมันอาจจะลุกขึ้นมาทำร้ายได้ แน่นอนว่าโซ่เส้นๆเล็กๆรั้งมันไว้ไม่อยู่ และถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น อาสาสมัครที่อยู่ที่นั่นจะต้องเอาตัวเข้ามาบังนักท่องเที่ยวไว้ไม่ให้โดนเสือทำร้าย ซึ่งเขาไม่อยากต้องทำแบบนั้น เพราะฉะนั้นอาสาสมัครตรงจุดนี้อาจจะดูไม่เป็นมิตรและดูดุเล็กน้อย เพราะเขาไม่อยากต้องไปยืนตรงกลางระหว่างคนกับเสือที่กำลังจะตะปบอยู่

นอกจากหุบเสือแล้ว อีกที่หนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวอยู่เยอะคือบริเวณถ่ายรูปกับลูกเสือ ซึ่งสามารถจับได้ เล่นได้ ป้อนนมให้มัน มีพระวัยกลางคนรูปหนึ่งเป็นผู้ดูแล นอกจากนั้นก็จะมีศาลาวัดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปดู น้ำตกเสือที่มีเสือตัวเมียซึ่งที่นี่บอกว่ามันดุเลยไม่เอาออกไปถ่ายรูปอยู่ แล้วก็อะไรไม่รู้สักอย่างกำลังก่อสร้างอยู่ หน้าตาเหมือนสวนสาธารณะ แล้วก็มีสระน้ำใหญ่มีควายนอนแช่น้ำ แช่โคลนสบายใจ กวาง ม้า หมูป่าเดินกันว่อน บรรยากาศสงบร่มรื่นดี

จะเห็นได้ว่าทางวัดมีการจัดการที่ดีมาก แต่ข้อกรณีต่างๆเกิดขึ้นมาจากข้อสงสัยที่ว่า วัดนี้ได้ทำหน้าที่ของวัดอย่างที่ควรจะเป็นหรือเปล่า มีคนตั้งข้อสังเกตว่าพระที่นี่เอาเวลาที่ไหนไปปฏิบัติกิจของสงฆ์ในเมื่อเลี้ยงเสือทั้งวัน ซึ่งในเว็บไซต์ถ้าจำไม่ผิดมีอธิบายเรื่องนี้ไว้ว่าพระท่านแบ่งเวลาอย่างไร และถ้าจะว่าไปการโปรดเสือก็เป็นการโปรดสัตว์อย่างหนึ่ง เสือก็คือชีวิตเหมือนกัน และจะว่าไปเราก็ไม่เคยเห็นว่าพระทำอะไรบ้างในแต่ละวันไม่ว่าจะที่ไหน เพราะฉะนั้นจะมาจ้องจับผิดพระที่นี่ที่เดียวก็ไม่ยุติธรรมนัก แต่การที่เก็บเงินค่าเข้าคนไทยหลังจากเวลาเที่ยงไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรกระทำ เพราะวัดควรเป็นสถานที่ที่เราสามารถไปได้ตลอดเวลาที่เหมาะสม ดังนั้นไม่ว่าจะเวลาไหนคนไทยที่ไปไม่ควรเสียเงินค่าเข้าเลย แต่ถ้าจะถ่ายรูปกับเสือต้องเสียเงิน เป็นอย่างนี้จะไม่ดีกว่าหรือ

ส่วนอีกหนึ่งข้อสังเกตคือ เสือที่หุบเสือหลับตลอดเวลา โดนยาหรือเปล่า ซึ่งก็น่าคิดโดยเฉพาะตัวใหญ่ที่เอาไว้ให้ถ่ายรูปแบบเอาหัวพาดไว้บนตัก ก็ขนาดเสือตัวเล็กนอนเฉยๆ คนไปจับไปลูบมันมันยังตื่นเลย แต่เสือตัวใหญ่นี่เวลามันหลับมันคงหนักมาก พอจะเอาหัวมันวางบนตักทีต้องใช้ถึงสองสามคนดึงหัวมันขึ้นมา แล้วพอถ่ายเสร็จก็ดึงมันขึ้นมาใหม่โดยที่มันคอตกคอตั้งคอหงายอยู่อย่างนั้นทั้งวัน แต่น้อยครั้งมากที่มันจะรู้สึกตัว ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันจะหลับสนิทอะไรขนาดนั้น (ไม่รู้ตื่นมามันจะงงหรือเปล่าว่าทำไมปวดคอจังว้า...) แต่ทางวัดอธิบายว่าตอกลางวันยิ่งอากาศร้อนๆเสือจะยิ่งหลับ และเป็นไปไม่ได้ที่เสือจะโดนยาเพราะเสือยิ่งโดนยา ยิ่งเบลอจะยิ่งหงุดหงิด ควบคุมไม่ได้เลย แต่มีสัตวแพทย์ต่างชาติบางคนที่มาเที่ยวบอกว่าดูจากม่านตาเสือแล้วน่าจะโดนวางยา และเขาเห็นอีกด้วยว่าบางครั้งที่เสือตื่นและคึกมากๆ คนเลี้ยงจะเอาผงสีขาวๆไปป้ายปากเสือแล้วสักพักเสือก็จะง่วงและหลับ ก็ไม่รู้ว่าผงนั้นคืออะไรอาจจะเป็นนมผงมั้ง เสือพวกนี้ไม่กินเนื้ออาจจะชอบกินนม พอได้นมเข้าไปเลยหลับเลย บางคนสงสัยว่าพระไม่กลัวเสือจริงหรือเปล่า เพราะเสือตัวใหญ่ที่ถ่ายรูปแบบพิเศษนั้น พระผู้ใหญ่จะมาคุมถ่ายรูปคอยยกหัวเสือขึ้นลงด้วยตัวเอง แต่พอเสือตื่นทีไร พระรูปนั้นจะเดินชิ่งออกก่อนทุกที ให้คนเลี้ยงเสือดูแลเสือจนมันหลับแล้วจึงค่อยเข้ามาใหม่ มองอีกแง่ ก็ท่านเป็นผู้ใหญ่น่ะ ท่านเหนื่อยและร้อนมีโอกาสก็ให้ท่านนั่งพัก เรื่องอื่นๆให้ลูกศิษย์จัดการไป ไม่ใช่หรือ

ส่วนข่าวลืออื่นๆที่ได้ยินมาก็เช่นว่า หลวงตาบัวไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับวัดนี้แล้ว ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใดยกให้เจ้าอาวาสคนปัจจุบันดูแลและไม่ได้มาที่นี่อีกเลย แต่ข่าวจากทางวัดเองบอกว่าหลวงตาบัวยังมาเยี่ยมเยียนวัดอยู่ตลอด จะเป็นไปได้ไหมว่าที่จริงแล้ว พระที่นี่ไม่ได้รู้เรื่องการบริหารกิจการของวัดแต่อย่างใด เพราะก็ดูเป็นเรื่องของทางโลกมากเกินกว่าที่พระจะนึกไปถึงได้ พระต้องการแต่จะดูแลเสือเท่านั้น ส่วนข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ โครงการจัดสร้างสถานที่ต่างๆนานาในวัด ภาพพจน์ของวัดมาจากบุคคลที่ดูแลกิจการของวัดอยู่ทั้งนั้น โดยอาศัยการเลี้ยงเสือของพระเป็นจุดขาย

www.tigertemple.org

หมายเหตุ ดิฉันถึงแม้จะไม่ใช่พุทธศาสนิกชนที่ดี แต่การนับถือพระสงฆ์ที่ถึงพร้อมด้วยพุทธปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องที่กระทำอยู่เสมอ เรื่องนี้เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าที่ได้ยินมา มีความเห็นส่วนตัวในเรื่องของนักท่องเที่ยวที่โดนควายทำร้ายเท่านั้น และไม่คิดลบหลู่พระที่วัดถ้ำเสือแต่อย่างใด ไม่ว่าวัดนี้จะเป็นวัดหรือสถานที่ท่องเที่ยวก็ตาม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
วิตามินบี วันที่ : 01/04/2008 เวลา : 14.42 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


@ ประกาศข่าวด่วนจี๋

เปิดประมูล "กระป๋องวิเศษ" และ"กล่องนมมหัศจรรย์"
เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือเด็กน้อยโรงเรียนพรุชิง จ.สงขลา
ที่ถูกโจรใต้เผาทำลายโรงเรียน
เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ไม่เหมือนใคร พร้อม
โปรโมชั่นแจกแถมอีกมากมายได้แล้ววันนี้ ที่บล็อกลุงกิ๊
ใกล้บ้านคุณ

http://www.oknation.net/blog/thaithai/2008/03/31/entry-1
ความคิดเห็นที่ 2
วิตามินบี วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 13.34 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ลูกเสือน่ารักจังค่ะ
มือใหญ่เบ้อเริ้มเลย

เรื่องราวที่นำมาเล่า และนำมาให้อ่าน
มีประโยชน์ดีมากค่ะ พลอยทำให้รู้สิ่งที่ไม่เคยรู้
โดยเฉพาะเวลาเสือหลับ ทำไมมันหลับสนิท
ขนาดมีคนมายกหัวมันยังไม่รู้สึกตัว
เรื่องนี้คงต้องถามคนที่มีความรู้เรื่องเสือ
น่าจะให้ความคิดเห็นที่ทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้น
แต่ถ้าเสือโดนยาจริง ก็ไม่เหมาะที่วัดจะทำเช่นนี้
เพราะถือเป็นบาปได้เหมือนกัน
แต่ถ้าทางวัดไม่ได้ทำ และโปรดสัตว์เหล่านี้ด้วยความ
เมตตา ก็ขออนูโมทนาบุญให้วัดเจริญรุ่งเรือง
เป็นต้นแบบแห่งความเมตตาตลอดไป
ความคิดเห็นที่ 1
chedtha วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 03.39 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

ผล ย่อมมาแต่เหตุครับ
นักท่องเที่ยวคนนั้น คงมีกรรมกับควายตัวนั้น
ชาติก่อนอาจเคยอาฆาตกันไว้ เมื่อมาเจอกันในชาตินี้อีกที
ก็เลยโดนทำร้ายแบบนี้

คงจะโทษใครไม่ได้หรอกครับ
กรรมชักนำไป
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31