พิมพ์หน้านี้
|
เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขและสนุกมากๆกับการไปทำข่าวคอนเสิร์ตขาโจ๋ในเทศกาลอัลเทอร์เนทีฟไทย ที่บางกอกฮอลล์ สวนลุมไนท์บาร์ซ่า คงเป็นเพราะได้เจอศิลปินหลายๆคนที่เราเคยแทบคลั่งเมื่อครั้งยังเป็นสาวๆ แถมร้องตามได้เกือบหมด แถมตระเวณซื้อซีดีเก่าๆที่เราอยากได้มาอีกเพียบทำเอาตัวเบาไปเลย แถมได้ลุ้นว่าเพลงที่จะเล่นต่อไปเป็นเพลงอะไร บางทีนึกชื่อไม่ออกแต่ร้องได้ ก็ต้องพยายามนึกอยู่นั่นแหละ ...สนุกดี ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ในขณะนั้นวงการเพลงโลกกำลังอิ่มกับเพลงป๊อบที่จำเจ เพลงเฮฟวี่ร็อคที่เริ่มตีบตัน ทำให้กระแสความนิยมอัลเทอร์เนทีฟในตอนนั้นพุ่งขึ้นสูงสุดและเกินเลยมากไปกว่าการนิยามแนวดนตรี อัลเทอร์เนทีฟจึง เหมือนจะมีความหมายโน้มเอียงไปในลักษณะของความหมายว่า ดี, แตกต่าง หรือ ทันสมัย วงการเพลงไทยทำความรู้จัก อัลเทอร์เนทีฟ ผ่านการมาถึงของวงดนตรีอย่าง โมเดิร์นด๊อก และ ครับ วงดนตรีสองวงนี้เป็นศิลปินกลุ่มแรกๆ ที่ทำให้ อัลเทอร์เนทีฟ มีเสียง และเป็นเสียงเฉพาะตัวของมันเอง ความสำเร็จของวงดนตรีสองวงนี้ ได้วางรากฐานให้กลุ่มศิลปินและวงอัลเทอร์เนทีฟรุ่นๆ ต่อมา ไม่ว่าจะเป็น พราว, สไมล์ บัฟฟาโล่, แบล็คเฮด, อรอรีย์ จุฬาลักษณ์, นครินทร์ กิ่งศักดิ์, ออดี้ฯลฯ
ต้องยอมรับว่า อัลเทอร์เนทีฟ เป็นสีสันที่น่าจดจำยิ่งช่วงหนึ่งของวงการเพลงไทย อย่างน้อยๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว (ราว พ.ศ.2537- 2542) ประเทศเราก็มีค่ายเพลงและสิลปินอัลเตอร์เกิดขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ พราว พาราด็อกซ์ ซิลลี่ฟูลส์ คิด แนปเปอร์ส
ยุคของดนตรีอัลเทอร์เนทีฟต้องถึงกาลอวสานลงเนื่องจากในช่วงหลัง ปริมาณของศิลปินอัลเธอร์เนทีฟมีมากจนเกินไป ต้าร์ พาราด็อกซ์ ให้คำเปรียบเปรยความล่มสลายของกระแสดนตรีอัลเทอร์เนทีฟไว้ว่า "เหมือนโป๊ะล่ม เพราะคนเข้ามายืนในโป๊ะมากไป" จนคำว่าดนตรีอัลเทอร์ มันเยอะจนไม่ได้เป็นทางเลือกอีกต่อไป จนถึงวันนี้ ศิลปินหลายคนเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ไม่ใช่เฉพาะหน้าตา รูปร่าง แต่รวมถึงบุคลิก การแสดงออกบนเวที การสื่ออารมณ์เพลง ไม่ใช่แต่ศิลปินที่มีความเปลี่ยนแปลงแต่คนดูก็เปลี่ยน เมื่อก่อนเวลาไปดูคอนเสิร์ตเหล่าศิลปินอัลเทอร์ เรางี้... ได้ยินเพลงไม่ได้ เหมือนน้ำร้อนลวก เป็นต้องกระโดดตัวลอย สะบัดหัวซะ....คอแทบหลุด /ร้านซีดีแบบดีเจสยาม ที่มักจะมีเทปเพลงของศิลปินมาฝากขาย เราเจอเป็นไม่ได้ ซื้อมันหมดแทบทุกม้วน ข้าวปลาไม่ต้องกิน กินเทปต่างข้าว จำได้ว่า ตอนสไมล์บัฟฟาโล่ พี่ป้าง และโมเดิร์นด๊อก ดังสุดๆ ตอนมีประกวดวงดนตรีที่โรงเรียน ทุกวงจะต้องเปิดเวทีด้วยจังหวะกลองในเพลง ดีเกินไป ของสไมล์บัฟฟาโล่ กับ เพลง สบายดี ของพี่ป้าง รวมทั้งเพลงก่อนของโมเดิร์นด๊อก โห...ฮิตซะ--เราเองก็เคยบ้าไปกับเค้า อ้อนวอนพ่อให้ซื้อกลองชุดให้ เพราะจะเอามาหัดตีเพลงดีเกินไป ของสไมล์บัฟฟาโล่ เอามาทำไมก็ไม่รู้ทั้งที่ก็ตีกลองไม่เป็น
กลับมาที่บรรยากาศคอนเสิร์ต เราว่าคอนเสิร์ตนี้ในวันแรกกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ (ตอนแรกคิดว่าคนต้องล้นหลามแถมกระโดดกันกระจายแต่เอาเข้าจริงกลับดูเงียบเหงากว่าที่คาด คนเต้นก็มีแต่น้อย คนร้องตามเป็นส่วนใหญ่ เพิ่งจะมาเรียกอารมณ์คนดูได้ก็ช่วงท้ายๆของคอนเสิร์ต คิดไปคิดมา เมื่อสิบปีก่อน ดนตรีทางเลือกหรืออัลเทอร์เนทีฟ คงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงวงการเพลงบ้านเรา แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงตอนนี้ วงการเพลงไทยกลับมีทางเลือกมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า อัลเทอร์เนทีฟแบบยุคที่เรายังสาว มันก็คงเป็นเหมือนความทรงจำในวัยเยาว์ที่บางครั้งก็แค่เพียงอยากจะคิดถึงเท่านั้น บวกกับวัยที่ผ่านมา 10 กว่าปี คนที่เคยเต้นเคยโดดในยุคนั้นมาในวันนี้ก็อาจจะอยู่ในวัยทำงานหรือบางคนก็อาจมีครอบครัว ธรรมชาติของความเป็นวัยรุ่นยามดูคอนเสิร์ตอย่างที่เคยมีมันก็คงเรียกกลับมาได้แค่การร้องตามหรือฮัมเพลง โยกตัว ...ก็แค่นั้น 10 ปีก่อน เพลงหนึ่งเพลง เราจะอินกับมันมาก ทั้งเนื้อหาท่วงทำนอง และความนิยมชมชอบในตัวศิลปิน ในขณะที่อีกเพลงหนึ่งเราอาจไม่ค่อยได้อะไรกับมันซักเท่าไหร่ รู้ก็แต่ว่าเพราะดี แต่ตอนนี้เวลากลับมาฟัง เพลงที่เราเคยอินมาก เรากับรู้สึกเฉยๆ แต่เพลงที่เคยฟังแค่เพราะผ่านๆเรากลับรู้สึกอินกับมันยิ่งกว่าเดิมหลาบเท่า คงเป็นเพราะเราโตขึ้น ความคิดเราก็เลยโตตาม หรืออาจเป็นได้ว่า วันนี้เราคิดเยอะขึ้น พอยิ่งมาบวกกับประสบการณ์ในชีวิตเราที่ผ่านมา มันก็เลยทำให้เราเข้าใจเนื้อหาของบทเพลงได้ดีขึ้นก็เป็นได้ พอกลับมาถึงบ้าน ประมาณ ตี 2 (คอนเสิร์ตเลิกประมาณตีหนึ่งกว่า) เรารีบไปค้นเทปเพลงเก่าๆ ที่อยากฟัง เจอทั้ง INDY เทปสีแดงใส / ฮอลลี่ เบอรี่/ อัยย์ ในอัลบั้ม เพราะใจ / อรอรีย์ /ออดี้/โยคีย์ เพลย์บอย/มาม่า บลูส์ /ซับใน /สี่เต่าเธอ /พาราดอกซ์ ชุดปกชมพูที่มีเพลงไก่/แอร์ เฮด/มอร์ กะ จาย ที่มีเพลง เพียงเธอหลับตา...ฮ้า.../พราว/พราย/ริค วชิรปิลันธ์ /โมเดิร์นด็อก/เดอะมัส 2 ชุด / อู๋ ธรรณธรณ์ / s.s.s /สไมล์บัฟ และอีกมากมายที่ตอนนี้เรากลับฟังมันไม่ได้แล้วเพราะไม่มีเครื่องเล่น พ่อถอยเครื่องเสียงอันใหม่ซึ่งไม่มีช่องฟังเทปมา แล้วเอาเครื่องเล่นเทปอันเก่าไปให้คนงานที่เฝ้าบ้านฟัง เราก็เพิ่งรู้สึกคิดถึงเครื่องเล่นเทปสุดๆก็ตอนนี้นี่เอง
มีความสุขจังที่ได้ฟังเพลงนักมายากล ของพาราดอกซ์ กับการแสดงสดที่มันส์เหมือนเดิม--อิ่มใจจังที่ได้ฟัง ฟ้ายังฟ้าอยู่ ของสไมล์บัฟ ในช่วงเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในโลกพร้อมๆกับความสับสนของสังคม-ดีใจที่ได้ฟัง ซิกชายด์ ในเพลง เฟิร์สเดท เพลงฮิตสมัยปั๊ปปี้ เลิฟ - ปลื้มใจที่ได้ฟังทุกๆเพลงของสยาม ซีเครท เซอร์วิส -- และสุดท้ายของเรื่องนี้...ประทับใจและขอบคุณกับเพลงในคอนเสิร์ตนี้ทุกๆเพลง ที่นอกจากจะทำให้เรามีความสุขในเสียงเพลงและดนตรีแล้ว ยังสะกิดเราให้หันกลับไปคิดถึงความทรงจำในอดีต บรรยากาศสมัยอยู่โรงเรียน คุณครู ห้องเรียน และเพื่อนร่วมแก๊งสมัยเรียนที่บางครั้งเราอาจหลงลืมพวกเค้าไป
|
| เฉาก๊วย | ||
ดำดี สีไม่ตก |
||
|
View All |
||
| เกาะติดรัฐธรรมนูญ : มองสื่อไทยในรัฐธรรมนูญ 50 | ||
มองสื่อไทยในรัฐธรรมนูญ 50 : มล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล on air 18 - 4 - 50 |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||