พิมพ์หน้านี้
|
๒๗ เริ่มต้น ที่บ้านยาย ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ แพรวา วันนี้เรากลับมาอยู่ที่บ้านยายแล้วนะ ออกจากโรงพยาบาลมาราวเที่ยง ๆ คืนนี้ลูกจะได้นอนที่บ้านยายเป็นคืนแรก เดิมทีตามการนับของหมอบอกว่าลูกจะเกิดวันนี้นะ แต่แล้วลูกก็มาก่อน ๓ วัน และตลอด ๓ วันที่ผ่านมานี้ เราก็อยู่ด้วยกันที่โรงพยาบาลกับพี่ซันนี้และป้าอรด้วยซึ่งมาช่วยดูแลลูก คืนแรกตั้งแต่หลังเที่ยงคืนไปแล้ว พี่ซันนี่นับไว้ว่าลูกจะตื่นขึ้นมาทุกชั่วโมง วันต่อมาเราจึงได้รู้ว่า ลูกคงได้น้ำนมไม่พอ จากนั้นจึงไปขอนมผงจากหมอมาเสริม คืนต่อมาลูกหลับสนิทดี ลูกเกิดมาในยุคที่ทุกอย่างค่อนข้างจะพร้อมสรรพ และทำให้พ่ออดคิดเปรียบไปไม่ได้ว่าปัญหาเดียวกันนี้ถ้าเป็นในสมัยโบราณเขาใช้วิธีแก้ปัญหากันอย่างไร? คืนแรก ที่ลูกได้กินนมไม่ค่อยพอนั้นเพราะนมแม่ยังไม่ค่อยออก เมื่อแรกคลอดลูกแม่หลาย ๆ คนก็เป็นแบบนี้ นี่แหละที่พ่อทำให้พ่อคิดไปว่าถ้าเป็นในสมัยโบราณที่โลกยังไม่มีนมผง และในหมู่บ้านไม่มีแม่ลูกอ่อนคนอื่นด้วยเลย เด็กแรกเกิดที่แม่มีนมให้กินไม่พอจะต้องร้องไห้โยเยกันสักเท่าใด หรือว่าแท้จริงแล้วธรรมชาติจงใจจะให้บทเรียนแก่ชีวิต--ในเรื่องความอดทนตั้งแต่แรกลืมตาดูโลก? แต่การต้องหิวโหยทรมานแต่อ้อนแต่ออกมันจะส่งผลอะไรต่อร่างกายและจิตใจคนในระยะยาวไปชั่วชีวิตหรือเปล่า? โจทย์ใหม่ ๆ แต่ละข้อล้วนเต็มไปด้วยข้อกังขา อีกเรื่องหนึ่งก็ตอนที่แม่เจ็บท้องจะคลอดลูก ก่อนนั้นพ่อเที่ยวถามใครต่อใครไปว่า สมัยที่โลกยังไม่รู้จักการผ่าตัด คนที่คลอดลูกยากเขาทำอย่างไรกัน หลายคนตอบว่า ก็ตาย สมัยก่อนมีคนไม่น้อยตายตอนคลอดลูก น้อยกว่านั้นก็เจ็บท้องทรมานอยู่ ๓ วัน ๓ คืน ย่าย้ำกับพ่อหลายครั้งในคืนที่แม่เริ่มเจ็บท้อง ว่าถ้าแม่ไม่ไหวให้ผ่าเลย แล้วแม่ก็ได้ผ่าจริง ๆ เพราะสรีระของแม่ไม่พร้อมจะคลอดตามธรรมชาติ คืนที่ผ่านมา-คืนที่ ๓ ที่โรงพยาบาล ตั้งแต่เที่ยงคืนไปแล้ว จนถึงตี ๓ ตี ๔ ลูกไม่หลับเลย ลูกถ่ายและร้องไห้โยเยมาตั้งแต่หัวค่ำ ตอนดึก ๆ ป้าอรพบว่าลูกท้องอืดมาก จนตอนเช้าเราสันนิษฐานกันว่าน่าจะเพราะแม่กินโอวัลตินที่มีนมผสมอยู่ด้วย พ่อเป็นคนชงให้แม่เอง แม่เป็นคนกิน แต่ไปถึงลูกผ่านทางน้ำนม นมวัวนั้นแสลงอาการท้องอืดในเด็ก ตั้งแต่แม่ตั้งท้องหนู พ่อรู้สึกมาตลอดว่าการมีลูกไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสอะไรที่จะต้องกังวล พ่อบอกตัวเองว่ามันไม่มีอะไรมากหรอก ทุกอย่างคงจะเป็นไปเองของมันตามธรรมชาติ แต่การที่แม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดมันก้ทำให้พ่อตระหนกอยู่บ้างเหมือนกัน และต่อมาการที่ลูกร้องไห้อยู่เป็นระยะตลอดคืนที่ผ่านมาก็ยิ่งทำให้พ่อได้ตระหนักมากขึ้น ว่าการมีลูกนั้นมีเรื่องให้ต้องแบกรับ กลับมาที่บ้านยายแล้วก็มีปัญหาอยู่บ้างเหมือน ดูเหมือนชาวบ้านจะเชื่อไปในเดียวกันทั้งหมู่บ้านว่า การคลอดลูกกับหมอที่โรงพยาบาลไม่ต้องกังวลเรื่องของแสลง แต่พ่อเองเชื่ออย่างสุดลิ่มว่าข้อห้ามเรื่องของแสลงต่าง ๆ นั้นเป็นภูมิปัญญาที่ผ่านการเรียนรู้สั่งสมกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่ควรที่จะถูกลบล้างแบบฉาบฉวยเพียงเพราะความมั่นใจในการแพทย์สมัยใหม่ พ่อเป็นห่วงแม่มาก ไม่อยากให้เกิดผลกระทบเพราะของแสลง ยายและคนอื่น ๆ ก็คงมีความรู้สึกเดียวกัน แต่ที่เป็นปัญหาก็คือ ความเชื่อเรื่องของแสลงของเราไม่ตรงกัน ที่บ้านพ่อนั้น หญิงแม่ลูกอ่อนกิน ๆ ได้แต่แกงคั่วพริกปลาเสียบ (ปลาหลังเขียว) ซึ่งย่าก็จัดเตรียมทั้งพริกแกงและปลาเสียบส่งมาให้แม่ตั้งแต่ตอนก่อนหนูเกิด แต่พอมาถึงที่บ้านยาย กลายเป็นว่าเขาห้ามแม่ลูกอ่อนกินอาหารทะเลทุกชนิด อาหารแม่ลูกอ่อนสุดวิเศษของชาวพื้นบ้านปักษ์ใต้กลายเป็นของต้องห้ามของชาวอีสาน แต่ก็ไม่มีใครพูดให้ชัด ดูมีแต่ความอึมครึมคลุมเครือ พูด ๆ กันแต่พอให้ผ่านหู ซึ่งพ่อก็รู้สึกขุ่นมัวในใจอยู่เหมือนกัน แต่ลูกเยียวยาพ่อได้ทุกอย่าง ยามได้มองดูลูกความทุกข์ท้นขุ่นมัวทุกอย่างในใจพ่อจะหายไปสิ้น เขียนมาถึงตรงนี้ น้ำตาพ่อยังไหลอยู่เลย พ่อได้ตระหนักในสิ่งที่เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเล่าให้ฟังมาก่อนนี้ว่า เขาร้องไห้อยู่ ๕ วัน ๕ คืน ในตอนแรกที่เพิ่งมีลูก ลูกลืมตาแล้ว ลืมกว้าง นาน และดวงตาใสแจ่มขึ้นกว่าวันก่อน ๆ และหันมองตามที่มีเสียงมาด้วย เมื่อเห็นดวงตาของลูกชัด ๆ พ่อรู้สึกว่าตอของลูกจะละม้ายไปทางแม่ เราเคยแอบหวังกันว่าถ้าลูกเป็นหญิงอยากให้ดวงตาโต ๆ เหมือนพ่อ พ่อไม่ได้อุปาทาน แต่คิดว่าพ่อเห็นยิ้มของลูกหลายครั้งแล้วนะ บางครั้งพ่อถ่ายรูปไว้ได้ด้วย ดูลูกจะมีหลากหลายอารมณ์นะ ยามยิ้มก็ยิ้ม ยามจะร้องไห้ก็ร้อง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ดูหูข้างขวาของลูกจะเหมือนของพ่อนะ ส่วนข้างซ้ายดูจะเหมือนแม่เช่นเดียวกับแข้งขาที่ทรงเดียวกับแม่ แต่ช่วงขาเข่ายาวอย่างพ่อ อิริยาบถที่ดูเด่นของลูกคือการชอบเอามือมาไว้แถวหน้า อาจวางแนบแก้ม หรือบางทีก็ปิดปาก ดูลูกจะชอบเสียจริงเรื่องการไดเอามือมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวใบหน้า ก็ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว ตอนอัลตร้าซาวด์ดูสุขภาพของลูก เรายังเห็นลูกเอามือมาไว้แถวปากเลย พ่อกังวลอยู่อย่างเดียวเรื่องอาการจามของลูกซึ่งเป็นบ่อยตั้งแต่แรกเกิด พ่อไม่แน่ใจว่านี่เป็นอาการของภูมิแพ้หรืออย่างไร ที่บ้ายยาย มีคนมาเยี่ยมยามลูกมากมาย มาดูแลพูดเล่นหัวเราะกัน ส่วนใหญ่จะถามกันแต่ว่าแม่เจ็บครรภ์นานไหม คลอดยากไหม เมื่อได้คำตอบว่าผ่าคลอด แต่ละคนก็จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาตัวต่างกันไปตามความรู้ของตน ความเป็นชุมชนยังคงอยู่ และเป็นขุมของภูมิปัญญาพื้นบ้าน แม่ใหญ่คนหนึ่งดูรูปศีรษะของลูกแล้วบอกว่า ลูกหัวสวย จะเลี้ยงง่าย สอดคล้องกับที่ย่าว่าลูกเกิดในช่วงที่จันทร์ยังเต็มดวง จะเลี้ยงง่าย (๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ - แรม ๑ ค่ำ เดือน ๓) พ่อขอให้เรื่องนี้เป็นความจริงกับลูก ๒๒.๕๖ น., เขียนข้างที่นอนของลูกกับแม่ บ้านยาย, โคกใส กาฬสินธุ์ (* มีภาพแพรวาซักผ้าอยู่ในแกลลอรี่ กล่องหมายเลข 8) |