• พญาไฟสีเทา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pratheep180@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 2853
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
Andaman Watch.Net
เรื่องราวการขับเคลื่อนงานพัฒนาระดับชุมชน ภายใต้แนวคิดผสมผสานหลักการ นิเวศการเมือง, ชุมชนนิยม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/andamanwatch
วันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2551
เจ็บๆ คันๆ กับบทวิพากษ์ : ความตายแบบโรแมนติคของแนวคิดชุมชนนิยม โดย วิทยากร บุญเรือง
Posted by พญาไฟสีเทา , ผู้อ่าน : 209 , 22:15:16 น.   | หมวดหมู่ : สังคม/วัฒนธรรม  
พิมพ์หน้านี้


“.. เมื่อพูดถึงการต่อสู้กับศัตรู ‘ทุนนิยม เสรีนิยมใหม่ ความเจริญที่ไม่เท่าเทียม’ มันมักจะพาให้คนที่ต่อสู้กลับไปหาแนวคิดเก่าๆ โดยไม่นึกย้อนมองประวัติศาสตร์ว่าสิ่งเก่านั้นมันเคยกระทำระยำอัปรีย์กับเรามายังไง ..”

2.

“..แสนเสียดายที่เสาหลักทางภูมิปัญญาของภาคประชาชนทั้งหลายนั้น งี่เง่าในเรื่องของวิทยาศาสตร์และการพัฒนาอุตสาหกรรม และมันก็ง่ายแสนง่ายเมื่อพวกเขาไม่เข้าใจและฉลาดไม่พอสำหรับการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และการพัฒนาอุดสาหกรรม พวกเขาจึงเลือกที่จะโจมตีแนวคิดเหล่านี้เสีย ..” 

3.

“.. ความตายของนักอนุรักษ์นั้นยิ่งใหญ่ดุจดั่งการดับสูญของเทวดา แต่ความตายของคนที่ดิ้นรนเพื่อปากท้องมากกว่าการอนุรักษ์ ถูกตีค่าเปรียบเหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่ง ..”

เมื่อพูดถึงการต่อสู้กับศัตรู ‘ทุนนิยม เสรีนิยมใหม่ ความเจริญที่ไม่เท่าเทียม’ มันมักจะพาให้คนที่ต่อสู้กลับไปหาแนวคิดเก่าๆ โดยไม่นึกย้อนมองประวัติศาสตร์ว่าสิ่งเก่านั้นมันเคยกระทำระยำอัปรีย์กับเรามายังไง เช่น การขุดแนวคิดชาตินิยมขวาจัดมาต่อกรกับการเข้ามาของนายทุนข้ามชาติ เป็นต้น

สายลม แสงแดด การกลับสู่วิถีชุมชน วิถีแห่งธรรมชาติเพื่อค้นหาตัวเองในวิถีพอเพียง การสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อต่อต้านระบบทุนนิยม --- แนวคิดเหล่านี้กำลังได้รับความนิยมสำหรับนักเคลื่อนไหวไทยในปัจจุบัน

ในด้านหนึ่งแนวคิดชุมชนนิยมถูกวาดภาพให้กลับไปหาสังคมสาธารณะร่วมกัน (commune) แบ่งปัน เอื้อเฟื้อ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ส่วนอีกด้าน นี่คือการกลับไปสู่ลัทธิกีดกัน (protectionism) แบ่งแยกคนใน-คนนอกชุมชน รวมถึงคนที่ไม่มีอุดมการณ์ชุมชนนิยมให้เป็นอื่น แต่ละชุมชนไม่ขึ้นต่อกัน ไม่สัมพันธ์กัน และไม่เท่ากัน เพราะศักยภาพของแต่ละชุมชนย่อมแตกต่างกัน --- และจะมีสักกี่ชุมชนที่มีศักยภาพเลี้ยงคนในชุมชนให้อิ่มหมีพีมันได้ถ้วนหน้าจริงๆ

ทั้งนี้ แนวคิดชุมชนยังเข้าได้ดีกับศาสนาพอเพียง และทั้งสองสิ่งนี้ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับ ‘ทุนนิยม เสรีนิยมใหม่ ความเจริญที่ไม่เท่าเทียม’ เลย ..หนำซ้ำมันยังเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย

‘ทุนนิยม เสรีนิยมใหม่ ความเจริญที่ไม่เท่าเทียม’ จะยอมปล่อยให้เกิดวีถีชุมชนดำเนินต่อ หากมันไม่ไปขวางทางการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วแนวคิดชุมชนก็จะไม่ไปยุ่งย่ามกับการปฏิรูปสังคมทั้งระบบอยู่แล้ว มีแต่การปกป้องท้องถิ่นของตนเองเท่านั้น

“มึงสร้างกูเผา” จะไม่แปรเปลี่ยนเป็น “มึงยึดอำนาจกูเผา” หรือ “มึงไม่มีที่ทำกิน เราไปช่วยกันเผานายทุน” เป็นต้น แนวชุมชนป้องกันตนเองจะไม่หาพันธมิตรนอกเหนือการต่อสู้กรณีเดียวกับเขา และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมก็ไม่ได้บรรจุอยู่ในอุดมการณ์เคลื่อนไหวของพวกเขา

รวมถึงวิธีการของแนวอนาธิปไตย --- เครือข่ายยิบย่อย แยกกันตีตอนมีปัญหา สู้แบบไร้กระบวนท่า ฯลฯเหล่านี้คือวิธีการที่แนวชุมชนนิยมนำมาใช้ และได้พิสูจน์แล้วว่ามักจะถูกปราบปรามได้อย่างง่ายแสนง่าย รวมถึงยืนระยะได้ไม่นานนัก

จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ในมุมมองหนึ่ง วิถีชุมชนยังได้สร้าง ‘สวนสัตว์มนุษย์’ เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางเลือก ให้ผู้บริโภคในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนี้ได้รับรสชาติที่แปลกใหม่ การอนุรักษ์ความกันดาร การอนุรักษ์ชาวเขาในเชิงการค้าแบบท่องเที่ยว เป็นต้น

การพยายามสตัฟบรรยากาศดีๆ ไว้ให้ชนชั้นกลางเสพย์ (NGO’s นักวิจัย หรือกลุ่มดูงาน) ในชุมชนจะต้องมีการสร้างมาตรฐานเดียวกัน (normalization) ใครบังอาจที่จะแตกต่าง อาทิ ใส่กางเกงยีนส์ขณะที่คนอื่นใส่เสื้อผ้าภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือใช้มือถือ บริโภคความเจริญทั้งหลายแหล่ ก็จะถูกมองว่าเป็นคนอื่น เป็นคนโง่ คนงี่เง่า คนไม่เจียมตัว เป็นทาสทุนนิยม!

อย่างในบ้านผม ดูตัวอย่างได้จากสิ่งที่ชนชั้นกลางนักเคลื่อนไหวได้เข้ามาบุกเบิกไว้ เช่น โฮมสเตย์ NGO’s, บ้านพักนักเขียน, ร้านอาหารคนกรุงเทพฯ รักเชียงใหม่ ฯลฯ สถานก่อสร้างบรรยากาศล้านนาที่ผุดขึ้นอย่างดอกเห็ด และเมื่อจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ขนาดใหญ่ สร้างงานสร้างอาชีพให้คนยากจนจำนวนมาก คนเหล่านี้จะออกมาคัดค้านการทำลายธรรมชาติ ทำลายความเป็นล้านนาอันเนิบนาบ ทำลายวิถีชุมชนที่เขาหวงแหน และตราหน้าว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่คือสิ่งที่ไม่ยั่งยืน

สิ่งที่ยั่งยืนแท้จริงคือการทำตามแบบวิถีชุมชนวิถีธรรมชาติแบบพวกเขา --- ผมจะไม่เถียงเรื่องความยั่งยืน แต่คนที่ได้ประโยชน์จากความยั่งยืนแบบพวกคุณจะมีสักกี่คน และขอโทษ---การซื้อหาทำเลที่ตั้งแบบวิถีชุมชนวิถีธรรมชาตินั้นมันแพงชะมัดยาก!

นอกจากนี้ยังมีการสร้างผลผลิตในอุตสาหกรรม fair trade ที่ชุมชนผลิต และมีแต่นักช็อปกระเป๋าหนักเท่านั้นที่อุดหนุนผลิตภัณฑ์เขียวและราคาแพงไว้สะสมในคอลเล็กชันผู้บริโภคที่มีคุณธรรมของพวกเขาเพราะสิ่งของเหล่านั้นไม่ได้ผลิตซ้ำในคราวละมากๆ แบบที่ทุนนิยมผลิตของให้คนจนส่วนใหญ่ใช้ การตลาดแบบชนชั้นชอบมากที่จะจัดระดับของหายากนี้ไว้อยู่ในหมวดสินค้าทรงคุณค่า

ผมจำได้ว่ามีรายการทีวีรายการหนึ่งชอบที่จะนำอัครสาวกของศาสนาพอเพียงหลายๆ คนมานำเสนอ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่ผิดหวังจากการต่อสู้ในระบบทุนนิยม แต่โชคดีมหาศาลที่หลายคนมีต้นทุนอย่างที่ทำกิน ที่ซุกหัวนอนที่สุดวิเศษ พวกเขายังมีศักยภาพในการสร้างวิมานที่ปฏิเสธการแข่งขัน  --- บางคนถึงกับวางอนาคตให้ลูกหลาน ตัดสินให้ลูกหลานออกจากระบบการแข่งขัน แล้วให้มาปฏิบัติตนตามเขา

และอุดมการณ์เช่นนี้ได้ครอบงำชนชั้นกลางบางส่วนให้ทำงานเก็บเงินเก็บทอง เพื่อแสวงหาที่ดินในต่างจังหวัด ปลูกผัก ปลูกไม้ เลี้ยงสัตว์ ทำโฮมสเตย์ ในบั้นปลายชีวิต โดยใช้เงินสะสมที่เก็บมาตลอดชีวิต 

ส่วนลูกหลานของชาวบ้านที่ถูกชนชั้นกลางเหล่านี้ซื้อที่ดินไป ก็ต้องเดินหน้าสู่เมืองใหญ่ ดิ้นรนหาทางรอดในป่าคอนกรีตแห่งนั้น

รากเหง้าของการโปรแนวคิดชุมชนอย่างไม่บันยะบันยัง อย่างน้อยก็ต้องให้เครดิต “เสาหลักทางภูมิปัญญาของภาคประชาชน” 

แสนเสียดายที่เสาหลักทางภูมิปัญญาของภาคประชาชนทั้งหลายนั้นงี่เง่าในเรื่องของวิทยาศาสตร์และการพัฒนาอุตสาหกรรม และมันก็ง่ายแสนง่ายเมื่อพวกเขาไม่เข้าใจและฉลาดไม่พอสำหรับการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และการพัฒนาอุดสาหกรรม พวกเขาจึงเลือกที่จะโจมตีแนวคิดเหล่านี้เสีย

แนวคิดทางสังคมศาสตร์ที่พวกเขาพร่ำสอนมันจึงไม่ได้เรื่องนักในสถานการณ์ที่เป็นจริง แนวคิดของเขามันคงจะมีประโยชน์แค่การเป็นคลังความรู้ในการทำวิทยานิพนธ์ที่อ่านยาก แต่นำมาใช้อะไรไม่ได้ของบัณฑิตสายสังคมศาสตร์ หรือไม่ก็พิมพ์พ็อกเกตบุ๊คทิ้งไว้จนปกซีด กินเงินเดือนมหาวิทยาลัยและรอบำเหน็จบำนาญในตอนเกษียน

ซึ่งจะว่าไปก็น่าสงสารคนเหล่านี้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน นอกเหนือจากสิ่งที่ได้กล่าวไป

เราจะรับรองได้อย่างไรว่าในชุมชนหนึ่งๆ ทุกคนจะเท่าเทียมกันหมด ทุกคนจะมีความสุขดีเหมือนกันหมด

ในอีกด้านหนึ่งคนจนในชุมชนที่ไม่ได้รับผลประโยชน์กับสิ่งที่เป็นอยู่ ผิดไหมที่เขาจะหาสิ่งที่ดีให้กับชีวิต ผิดไหมที่เขาจะดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อมีชีวิตอยู่ไปวันๆ --- ผิดไหมที่สนับสนุนการพัฒนาทางอุตสาหกรรม? ซึ่งเป็นความหวังครั้งใหม่ของพวกเขา

คนเหล่านี้จะไม่เคยถูกกล่าวถึง หรือถ้าจะมีการพูดถึงก็มักจะเป็นการกล่าวหาว่า ‘โดนนายทุนหลอก’ โดนนายทุนซื้อ เป็นคนงี่เง่า เป็นอันธพาลก่อกวน --- น่าเศร้าใจที่ความตายของนักอนุรักษ์นั้นยิ่งใหญ่ดุจดั่งการดับสูญของเทวดา แต่ความตายของคนที่ดิ้นรนเพื่อปากท้องมากกว่าการอนุรักษ์ ถูกตีค่าเปรียบเหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่ง!

ปัญหาที่ซ้อนทับกับการทำลายสิ่งแวดล้อมการทำลายชุมชน ก็คือ ปัญหาชนชั้นและความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งมันมีอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะในหมู่บ้านหรือเมืองใหญ่ …และแนวคิดชุมชนไม่เคยไปไกลกว่าในเรื่องของชุมชนของพวกเขาเอง!

วิทยากร  บุญเรือง  กลุ่มแบ๊คซ้ายมิถุนาฯ

http://www.prachatai.com/05web/th/home/11013

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
นาราด้า วันที่ : 02/02/2008 เวลา : 08.52 น.
http://www.oknation.net/blog/tarot
Seeress

การปลูกฝังเป็นสิ่งสำคัญค่ะ...
ขอบคุณมากนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
ศิษย์กวง วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 01.25 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

หากเราย้อนมองดูประวัติศาสตร์ ปัญหาชนชั้นและความไม่เท่าเทียมกัน มีอยู่ในทุกสมัย
ผมชอบบทความนี้จังเลย เขียนได้ดีและมีข้อความที่มีเสน่ห์มากเช่น การอนุรักษ์ความกันดาร การอนุรักษ์ชาวเขาในเชิงการค้าแบบท่องเที่ยว เยี่ยมครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณยินดีที่จะรับสมัครเป็น..นายกหรือไม่??
ยินดี
0 คน
ไม่ยินดี
5 คน

  โหวต 5 คน