• พญาไฟสีเทา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pratheep180@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 4336
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



คุณยินดีที่จะรับสมัครเป็น..นายกหรือไม่??
ยินดี
0 คน
ไม่ยินดี
6 คน

  โหวต 6 คน
วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน 2551
ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกไม่ได้ทำให้ไทยเสียดินแดน แต่เงื่อนไขของการเป็นมรดกโลกต่างหากที่จะทำให้เสียดินแดนในอนาคต
Posted by พญาไฟสีเทา , ผู้อ่าน : 958 , 06:53:29 น.  
พิมพ์หน้านี้


กรณีประเทศกัมพูชานำเขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่อคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโกนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียดินแดนในเขตทับซ้อนแต่อย่างใด  เพราะคณะกรรมการมรดกโลกนั้นตั้งขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์หลักคือ  ความต้องการให้รัฐบาลและประชาชนของประเทศนั้นๆ ให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะดูแลรักษาพื้นที่หรือแหล่งโบราณสถานนั้นอย่างดีที่สุด แต่ในอีกมุมหนึ่งเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น จะถือเป็นเอกสารที่ได้รับการยอมรับระหว่างประเทศไปโดยปริยาย และสามารถใช้อ้างอิงได้ 

ในกรณีของเขาพระวิหารนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องการสูญเสียดินแดนของฝ่ายไทย  หากประเทศกัมพูชามีเจตนารมณ์เพียงแค่เสนอเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเพื่อเกียรติภูมิของประเทศและตั้งใจเพียงแค่ให้ปฏิญญาต่อประชาคมโลกว่าจะดูแลสถานที่แห่งนี้อย่างดีเท่านั้น
 

แต่ในทางกลับกัน หากกัมพูชาคิดไกลกว่านั้นและมีวาระซ้อนเร้นอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะกรณีต่อสู้เพื่อให้ได้พื้นที่ทับซ้อนไป (หรือให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม)
 การที่รัฐบาลไทยยอมรับการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกอย่างออกหน้าออกตา ก็เท่ากับเป็นการยอมรับว่า “บ้านหลังนี้เป็นของกัมพูชา”  ไปโดยปริยาย

และขณะเดียวกันหากขึ้นทะเบียนเป็นเป็นมรดกโลกสำเร็จ  ก็เท่ากับเป็นการตีตราตอกย้ำอย่างหนักแน่นเข้าไปอีก
 

คิดกันเล่นๆ หากกัมพูชาใช้วิธีฟ้องศาลโลกว่าพื้นที่ทับซ้อนเป็นของกัมพูชาเหมือนที่ทำกับเขาพระวิหารอีกครั้ง  โดยเชื่อมโยงกับกรณีเขาพระวิหาร และอ้างว่า
  

“
เมื่อตัวบ้าน (ปราสาทเขาพระวิหาร)เป็นของกัมพูชา เพราะฉะนั้น บันได สระน้ำรอบบ้าน (สระตราว)และศาลพระภูมิ (ปาราสาทโดนตวล) ที่อยู่รายรอบก็ต้องเป็นของกัมพูชาด้วยเหมือนกัน”   ประเทศไทยจะว่าอย่างไร???  

เพราะในทางวิชาการ มีงานหลายชิ้นระบุว่า  ลักษณะพิเศษของเขาพระวิหาร สถานที่ถูกสร้างเพื่อบูชาพระศิวะ มิใช่เพียงแค่ตัวปราสาทเท่านั้น แต่จะมีบารายประดับอยู่
  หันหน้าไปทางทิศเหนือ นอกจากนั้นยังมี สระตราว สถูปคู่ ปราสาทโดนตวล ฯลฯ  อยู่ในพื้นที่ฝั่งไทย  

ดังนั้นโดยสรุปก็คือการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยสูญเสียดินแดน แต่เงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกต่างหาก ที่อาจจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียดินแดนในอนาคต

ดังนั้นในช่วงที่ผ่านท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาในการล๊อปบี้การขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารให้เป็นมรดกโลก  นักวิชาการของประเทศไทยโดยเฉพาะอาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการมรดกโลกของประเทศด้วย  ก็พยายามที่จะคัดค้านและยืนเรื่องเพื่อขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารและองค์ประกอบของเขาพระวิหารในฝั่งไทยเป็นมรดกโลกร่วมกัน

และผมถือว่านั่นเป็นกุศโลบายป้องกันการสูญเสียดินแดนที่แยบยล 

แม้ว่าล่าสุด รัฐมนตรีนพดลจะชี้แจงว่า จะขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารในฝั่งไทยเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับกัมพูชาด้วย.... แต่นั่นเกรงว่าจะไม่ทันการและมีโอกาสน้อยเสียเต็มที  เพราะแหล่งโบราณสถานใดที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมได้นั้นจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ของการเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 6 ข้อ   

แต่หากกัมพูชาได้นำส่วนที่สำคัญที่สุดไปขึ้นทะเบียนเสียก่อนแล้ว...
 

โอกาสที่ประเทศไทยจะได้ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารส่วนของฝั่งประเทศไทยเป็นมรดกโลกได้นั้นก็คงจะยากเย็นเต็มที
 

เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าปัญหาที่ของรัฐบาลที่ผ่านมานั้นคือ ความบกพร่องในการศึกษาในรายละเอียดของกรณีนี้ และไม่ฟังใครทักท้วง  จนนำไปสู่การเพลี่ยงพล้ำในด้านยุทธศาสตร์การกำหนดท่าทีของประเทศไทยต่อกรณีประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร  จนอาจเกิดปัญหาในอนาคตในกรณีเขตแดนพื้นที่ทับซ้อนและการสูญเสียโอกาสที่ประเทศไทยจะได้แหล่งมรดกโลกเพิ่มขึ้นอีก
1 แห่ง 

เป็นความเพลี่ยงพล้ำในสถานการณ์พันธมิตรเอามือปิดตาซ้าย  รัฐบาลเอามือปิดตาขวา ไม่ยอมพูดความจริงทั้งหมด แถมทั้งคู่ยังเอามือปิดหูทั้งสองข้าง...ต่างคนต่างไม่ฟังกัน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 10.59 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ไปขุดกระทู้ย้อนหลังสองปี จากราชดำเนินมาให้อ่านกัน

ว่างๆ ลองเข้าไปอ่านดูนะคะ คุณพญาไฟ เผื่อได้ทบทวนความหลังบ้างอะนะ ..

...
ขุดกระทุ้ย้อนหลัง 2 ปี ..เค้าผิดไหม..? !!!!!
http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/08/12/entry-2
ความคิดเห็นที่ 11
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 18.35 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะเข้ามาอ่าน มาเยี่ยมชมอีกรอบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
ปลิวลม วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 20.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

นพดล......เขาไม่เห็นหัวประชาชนด้วยประการใดๆ เลย
ความคิดเห็นที่ 9
พญาไฟสีเทา วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 20.45 น.
http://www.oknation.net/blog/andamanwatch
พญาไฟสีเทา  http://www.andamanwatch.net

เคยเล่นที่ราชดำเนินครับ...
ความคิดเห็นที่ 8
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 20.24 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

สวัสดีค่ะ คุณพญาไฟ ฯ ไม่ทราบคนเดียวกับที่เคยคุยกันที่ราชดำเนิน ...หรือเปล่าคะ
ความคิดเห็นที่ 7
พญาไฟสีเทา วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 19.12 น.
http://www.oknation.net/blog/andamanwatch
พญาไฟสีเทา  http://www.andamanwatch.net

สวัสดีครับลุงแคน...
วันนี้มีกระแสแบบพลิกกลับ...อ้างว่าการที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองฯ และการไม่ทำตามที่รัฐมนตรีนพดลได้ดำเนินการไปแล้วต่างหาก...ที่จะทำให้เสียพื้นที่ทับซ้อน

ว่างๆ จะเอารูปอันดามันมาให้ชื่นชม...
แต่คงไม่ค่อยมีรูปใหม่ๆ...เพราะต้นเดือนหน้า
คงต้องปรับเปลี่ยนชีวิตการทำงาน มาตั้งหลักที่ กทม. สักพัก!
ความคิดเห็นที่ 6
Canไทเมือง วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 17.37 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

คุณพญาไฟ สรุปได้ตรงใจหลายๆ คน

เรื่องนี้คงต้องพยายามตัดเรื่องเขตแดนออกไป

เอาเรื่องที่เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมเพื่อการศึกษามาใช้ร่วมกันจะดีกว่า

แต่พอมีเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้องมันก็มีมุมของ "ผลประโยชน์" มาทำให้เสียหาย

อย่าทิ้งบล็อคไปนานนะครับ จับเรื่องชาวเลมาเล่นบ้าง...

รู้สึกพวกเราขาดความงดงามของดินแดนอันดามันนะครับ อิ อิ
ความคิดเห็นที่ 5
พญาไฟสีเทา วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 14.08 น.
http://www.oknation.net/blog/andamanwatch
พญาไฟสีเทา  http://www.andamanwatch.net


1. ขอบคุณ ความคิดเห็นที่ 2 คุณศุภศรุต ที่ให้ข้อเสนอ ปรับแก้ให้ตามคำแนะนำแล้วครับ...พร้อมขอยืมภาพมาใช้ด้วย

2. ผมเองก็ไม่เห็นด้วยหรอกครับ ที่เรื่องเขาพระวิหาร ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง แต่ก็ใช่ว่าคนที่ออกมาค้านทุกคนจะมองประเด็นเขาพระวิหารเป็นเรื่องการเมืองทั้งหมด ผมคิดว่าคนจำนวนไม่น้อยเป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์ของชาติมากกว่า และในอีกด้านก็ต้องไม่ลืมว่า คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า การเสนอเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ก็เป็นการเมือง (ของกัมพูชา) และการเมืองพวงผลประโยชน์ของนักการเมืองไทย (เขาว่าอย่างนั้น) ด้วยเช่นกัน

ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ผิดพลาดในเรื่องการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ กลายเป็นว่ารัฐมนตรีนพดล แบกรับภาระและความรับผิดชอบเพียงคนเดียว...
ความคิดเห็นที่ 4
อิฐเผา วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 12.17 น.
http://www.oknation.net/blog/thailand-photographic

ประเด็นของเขาพระวิหาร ไม่ใช้เป็นประเด็นความขัดแย้งของประชาชนระหว่างไทยกับเขมร
แต่เป็นประเด็นของคนรักชาติกับคนขายชาติ ของทั้งไทยและเขมรต่างหากครับ
ความคิดเห็นที่ 3
แค่คนอีกคน วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 11.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

ที่คุณว่าก็ถูกส่วนหนึ่งตรงที่ว่ารัฐบาลทำงานเละเทะเกินไป แต่ไอ้ที่ผมไม่เห็นด้วยก็คือการนำกรณีเขาพระวิหารมาเป็นเรื่องการเมือง การใช้ประวัติศาสตร์ที่ผิดๆ และการคลั่งชาติแบบเสียสติ นี่คือละครตอนเดียวเพียงเท่านั้นเพื่อก้าวไปสู่ระเบิดเวลาที่จะใกล้เข้ามา คำถามของผมก็คือว่าเราจะหยุดทฤษฎีวีรบุรุษได้เสียอย่างไรและจะทำอย่างไรให้เรื่องนี้สังคมไทยมีโอกาสเรียนรู้ร่วมกันอย่างเข้าใจ ?
ความคิดเห็นที่ 2
ศุภศรุต วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา


ปราสาทโดนตวล สร้างก่อนเขาพระวิหารครับ
จะเปรียบเป็นห้องคนใช้ ก็คงไม่ถูก

เปลี่ยนเป็นศาลพระภูมิแทนได้ไหมครับ

หุหุ

ความคิดเห็นที่ 1
feng_shui วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 07.34 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ความจริงครึ่งเดียวมีอยู่ถมไป อย่างที่คุณกล่าวในย่อหน้าท้ายสุด
ประเด็นอีกอย่างคือ ตอนนี้ การเมืองในแต่ละประเทศ(ทั้ง2ประเทศ)เข้ามาแทรก จนอาจทำให้คนทั้งหลาย เข้าใจว่า มีการแย่งกันเป็นเจ้าของเขาพระวิหาร ซึ่งกรณีเขาพระวิหารนั้นน่าจะแยกเสียออกจากการเมืองแล้วทุกอย่างอาจจะสันติขึ้นค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน