พิมพ์หน้านี้
|
Dark Knight
ก่อนอื่นคงต้องบอกตามความคิดเมื่อชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบว่าประทับใจมากในแง่มุมที่ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน นำเสนอ แต่ในทางกลับกันผู้ชมที่อาจไม่เคยได้อ่านนิยายภาพของ แฟรงค์ มิลเลอร์ คงไม่คุ้นเคยกับการนำเสนอในทำนองนี้ Dark Knight จึงเป็นการนำเสนออัศวินรัตติกาลในแบบที่มีเลือดเนื้อและเจาะลึกลงในรายละเอียดความเป็นมนุษย์มากกว่า Batman Begins
แกนหลักของภาพยนตร์แสดงให้เห็นความยุติธรรม/ความดี/สีขาวของ ฮาร์วีย์ เด้นท์ ความอยุติธรรม/ความชั่วร้าย/สีดำของ โจ๊กเกอร์ และ บุรุษผู้ยืนอยู่ระหว่างกลาง/สีเทา อย่าง มนุษย์ค้างคาว โดยการช่วยเหลือของมนุษย์ค้างคาวเปรียบเสมือนการบังคับทางอ้อมให้ ฮาร์วีย์ ตอบรับการปฎิบัติการณ์นอกกรอบของกรมตำรวจ ผ่านทาง จิม กอร์ดอน เป็นเหตุให้เหล่าเจ้าพ่อผู้เสียผลประโยชน์ จ้าง โจ๊กเกอร์ บุรุษผู้มีแผลเป็นรูปรอยยิ้มไร้อดีตและไร้ตัวตน ในการจัดการมนุษย์ค้างคาว ตัวแทนด้านมืด เขากระทำการทุกอย่างได้อย่างมีขั้นตอนและก้าวหน้าฝ่ายดีหนึ่งขั้นเสมอ
อัลเฟรด ได้กล่าวกับ บรูซ ว่า คนบางคนไม่ได้ทำเพื่อเงินทอง ทรัพย์สิน หรือ ความมีอำนาจ แต่ทำเพื่อความสนุกและความพอใจ โจ๊กเกอร์ ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน
แม้ ฮาร์วีย์ จะเปลี่ยนตัวเองเป็น มนุษย์สองหน้า หรือ ทูเฟซ ในช่วงท้าย ตามแนวความคิดของ โจ๊กเกอร์ แต่หากยังมีบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าทุกชีวิตไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด คือ แผนการวางระเบิดเรือข้ามฟากทั้งสองลำ โดยมีชีวิตของชาวเมืองบนเรือลำแรก และ ชีวิตของเหล่านักโทษบนเรือลำที่สอง
มนุษย์ค้างคาวทำทุกอย่างโดยเจตนาที่ดีเพื่อกำจัดความเลวร้ายให้ออกไปจากเมืองและความหวังที่จะวางชุดค้างคาวเมื่อมีบุคคลที่เหมาะสมปรากฎตัว แต่ผลที่ได้รับคือ การสูญเสียทั้งคนรัก เพื่อนสนิท และ มิตรที่คบหากันมานาน เพียงเพื่อการจับตัวอาชญากรรายนี้มาให้ได้ ไม่ใช่เพื่อการฆ่าหากเพื่อการจับกุม
คริสเตียน เบล เล่นกับบท บรูซ เวย์น ได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเดิม การแทนที่บทนางเอกคนเก่าของ แม็กกี้ จิลเลนฮาล ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกขัดหรือสะดุดแต่อย่างใด แอรอน เอ็คฮาร์ท ในบางครั้งอาจเสมือนตัวรองแต่บทไม่ได้ให้ความเด่นไปมากกว่า เบล แต่จะให้คะแนนกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ฮีธ เลดเจอร์ ซึ่งถอดอารมณ์ โจ๊กเกอร์ มาได้อย่างชนิดที่เรียกว่าความน่าหัวเราะมาพร้อมกับความน่ากลัว (โดยเฉพาะในฉากที่แต่งตัวเป็นพยาบาลและมากดระเบิดนี้ ถือว่าตลกได้ร้ายกาจมาก) ซึ่งกลับสู้รากเหง้าเดิมของตัวละครนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้คงไม่เหมาะสำหรับเด็ก ไม่ใช่ว่าเด็กดูไม่ได้แต่น่าจะตามเหตุการณ์ไม่ค่อยจะทันมากกว่า การเดินเรื่องมีความรวดเร็วอยู่มาก แม้ภาพยนตร์ความยาว 2 ชั่วโมงครึ่งกับเรื่องราวที่โยงกันตลอดทั้งเรื่อง และ ฉากในความมืดไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวภาพยนตร์มีส่วนเกิน อึดอัด หรือ เชื่องช้า หากมีฉากการต่อสู้และฉากการทำลายล้างให้ได้ชมเกือบตลอดเวลา แต่ที่ทำให้รู้สึกเศร้าเมื่อภาพยนตร์ได้ทิ้งในประเด็นที่ว่า ยิ่งทำไปเท่าไหร่ ผลที่ตอบกลับออกมา กลับไม่ได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ทำให้รู้สึกสงสารตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น บรูซ เวย์น , จิม กอร์ดอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮาร์วีย์ เด้นท์ ถ้าหากลองคิดด้านที่ไม่ได้เกี่ยวกับอัศวินรัตติกาลนี้ คิดเสียว่าเป็นบุคคลเพียงแค่คนหนึ่งทำงานปิดทองหลังพระ แต่ในท้ายสุดกลับสูญเสียทุกอย่าง คุณจะเลือกทางเดินในแบบใดระหว่าง ตายอย่างวีรบุรุษ หรือ ใช้ชีวิตต่อไปอย่างเหล่าร้าย จากนี้ต่อไป โนแลน คงต้องหาบทสรุปในภาพยนตร์ไตรภาคของเขาให้ได้ ภาพยนตร์ทิ้งประเด็นไว้หลายอย่าง เช่น ลูเซียส ฟ็อกซ์ จะกลับมาช่วย บรู๊ซ เวย์น อีกหรือไม่ ฮาร์วีย์ นั้นเสียชีวิตหรือเปล่า และ ทุกคนจะกลับมาเข้าใจในตัวอัศวินรัตติกาลหรือไม่ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอย่าง คฤหาสน์เวย์น และ ถ้ำค้างคาว ยังไม่ได้นำเสนอในภาคนี้ รวมถึงหากมีการกล่าวถึง โจ๊กเกอร์ ต่อไป นักแสดงคนไหนจะสามารถมารับบทต่อจาก ฮีธ เลดเจอร์ และ วายร้ายผู้ใดจะเป็นทางเลือกที่ถูกนำมาขึ้นจอเพื่อเป็นการปิดไตรภาคของ
|
| Harry Potter and the Half-Blood Prince | ||
แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม กำหนดฉาย 17 กรกฎาคม 2009 |
||
|
View All |
||
| Ice Age 3: Dawn of the Dinosaurs | ||
Summer 2009 |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||