|
๏ หนังสือคือโลกกว้าง..........ก่อฝัน แหล่งวิชาสารพัน.................เพียบพร้อม การอ่านย่อมรังสรรค์............สมาธิ ระบบคิดเกิดโดยอ้อม............ขณะเอื้อปัญญา๚ะ .
 . .  . .
 . . ..ราวๆ ต้นปี ข้าพเจ้าเปิดไปเจอรายชื่อโรงเรียนที่ขาดแคลนหนังสือสำหรับห้องสมุดในเว็บไซท์ นสพ มติชน พบว่าหนึ่งในนั้นเป็นโรงเรียนในพิษณุโลก จังหวัดที่ครอบครัวข้าพเจ้าตั้งรกรากอยู่ จึงได้คิดโครงการเล็กๆ เพื่อสนับสนุนการรักอ่านขึ้นมา โดยจะจัดหาหนังสือนำไปมอบให้ .
 . .
และข้าพเจ้าได้รับการสนับสนุนมากมายจากเพื่อนทั้งในเสรีไทยเว็บบอร์ด เพื่อนที่ทำงาน และบุคคลในครอบครัว จึงมีหนังสือประเภทต่างๆ ๑๑ กล่อง(เบียร์) รวมทั้งอุปกรณ์การเรียน และเกมต่อภาพ อีก ๒ กล่องใหญ่ บรรทุกรถไปรออยู่ก่อนแล้วที่บ้านพิษณุโลก พึ่งนัดส่งมอบกับ โรงเรียนเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ มิย. ที่ผ่านมา .
.
 .  . . เช้าวันนั้น.. ท้องฟ้าเมืองพิษณุโลกเป็นสีเทาเยือกเย็น มวลเมฆลอยต่ำบดบังแสงแดดที่ควรจะ ร้อนแรงไปเสียสิ้น อากาศจึงฉ่ำชื้นด้วยไอฝน .  . .
เรา.. ข้าพเจ้าและครอบครัว (แม่ น้องชาย หลานชายกับเพื่อนสาว) ขับรถขนของทั้งหมดออก จากบ้านชานเมืองพิษณุโลก ไปแวะรับครูโรงเรียนบ้านแม่ระกาตรงทางแยกที่นัดกันเอาไว้ .
 . .
ระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร จากชานเมือง ไม่นับว่าไกลเลยยิ่งเป็นถนนลาดยางเรียบ ที่แล่นผ่านทุ่งนาอันเขียวขจีด้วยต้นข้าว มองดูสวยงามเป็นที่เพลินตาเพลินใจของ คนบ้านนอกแต่ติดกับอยู่ในเมืองกรุงอย่างข้าพเจ้าหนักหนา .
 .
 .
.

. .
ที่โรงเรียน อาจารย์สุพล จันต๊ะคาด ผอ. โรงเรียนบ้านแม่ระกา รอต้อนรับเราอยู่ เด็กนักเรียนชั้นโตรีบกุลีกุจอมาช่วยกันขนกล่องหนังสือไปวางไว้ข้างเสาธง .
 . .
หลังจากเด็กๆ เข้าแถวร้องเพลงชาติ และทำกิจกรรมหน้าเสาธง (ซึ่งประกอบด้วยการสวดมนต์ ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ การปฏิญาณตนว่าจะไม่กระทำสิ่งไม่ดี (ผิดศีล ๕ ข้อ) การกล่าวไหว้พี่ รับไหว้น้อง ไหว้ครู และเรียนภาษาไทยกับภาษาอังกฤษวันละคำ) เรียบร้อยแล้ว ผอ. ก็แจ้งให้นักเรียนทราบว่าเรามามอบหนังสือห้องสมุด และกล่าวขอบคุณที่สนับสนุนให้เด็ก นักเรียนมีโอกาสอ่านหนังสือหลากหลายประเภทเพื่อพัฒนาการรักการอ่าน . 
. .
พิธีส่งมอบและกล่าวขอบคุณดำเนินอย่างรวบรัดฉับไว เนื่องจากฝนได้เริ่มโปรยปรายลงมา เมื่อเด็กๆ เข้าชั้นเรียน เราจึงได้มีโอกาสนั่งคุยกับ ผอ. และอาจารย์บางท่าน จึงได้ทราบว่า โรงเรียนบ้านแม่ระกา เป็นโรงเรียนที่นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ กับกิจกรรมการศึกษาของนักเรียน .
 . .  . .
ด้วยเนื้อที่ ๑๒ ไร่ นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง มัธยม ๓ จำนวน ๒๕๙ คน และอาจารย์ ได้ช่วยกันทำให้โครงการต่างๆ ของโรงเรียนประสบผลสำเร็จ จนได้เป็นโรงเรียนตัวอย่าง

. โครงการน้องอิ่ม มีแปลงผักสวนครัว และบ่อเลี้ยงปลาเป็นของตนเอง .
. . .
โครงการวัยซน คนเอาถ่าน (ข้าพเจ้าชอบชื่อนี้จริงๆ ) ที่เผาถ่านและผลิตน้ำส้มควันไม้ สำหรับใช้เป็นยาฉีดป้องกันแมลงโดยไม่มีสารพิษตกค้าง .
. . . มีแปลงทดลองปลูกข้าว มีงานจักสาน และงานทำลูกประคบสมุนไพร ซึ่งนักเรียน จะได้ออกไปเรียนรู้จากชาวบ้าน หรือชุมชนใกล้เคียงโดยตรง แล้วนำกลับมาผลิต ขายหารายได้เล็กๆ น้อยๆ และแบ่งเข้ากองทุนหมุนเวียนของโรงเรียน .
 . .
จัดว่าเป็นโรงเรียนที่น่าทึ่ง และทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ และมีความหวัง ทั้งนี้เพราะ เราได้พบว่ายังมีบุคลากรครูดีๆ อีกมากมายข้างนอกนั้นที่ทุ่มเทกายใจอบรมสั่งสอน และคอยช่วยประคับประคองชีวิตของเด็กๆ ให้เติบโตไปในหนทางที่ถูกต้องดีงาม .  .

. .
โครงการสนับสนุนการรักอ่านนี้ ข้าพเจ้าให้ชื่อว่า เติมใจในช่องว่าง กิจกรรมหมายเลข ๑ ที่พึ่งลุล่วงไป นับได้ว่าเป็นเสมือนอิฐปูทางแผ่นแรก และข้าพเจ้าหวังว่าจะมีกำลังใจที่จะปูแผ่นที่ ๒-๓-๔ ต่อไปเรื่อยๆ.. 
๏ เติมความรัก จากใจ ในช่องว่าง ลดความกว้าง ห่างไกล ให้หดสั้น ตัดความมี ที่ดีกว่า มาแบ่งปัน ต่อความฝัน เสริมความรู้ สู่วัยเยาว์๚ะ 
|