พิมพ์หน้านี้
|
อนาถสังคมไทยเห็นผลประโยชน์มากกว่าจริยธรรม แม่พิมพ์ของชาติเอาเด็กมาเป็นเครื่องต่อรองกับผลประโยชน์มหาสาร เรื่องราวที่จะเสนอต่อไปนี้น่าจะสะท้อนอะไรบางอย่างกับสังคมไทยที่แหลกเหลวแม่แต่คนที่ถือว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติที่เอาเด็กชาวเขาปลุกปั่นลุกขึ้นประท้วงเพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกจับได้ว่าแอบเอาผลประโยชน์ไปใช้และไม่สามารถเคลียตัวเองได้ จึงจำเป็นต้องจับเด็กเป็นตัวประกันเพื่อแลก กับความอยู่รอด เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 15 พ.ค. 51 คณะครูโรงเรียนวัดสระแก้วและนักเรียนชาวเขาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นม.3 จำนวนกว่า 1 พันคน กำลังประท้วงขับไล่เจ้าอาวาสอยู่บริเวณกลางสนามฟุตบอลโรงเรียนวัดสระแก้ว ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.บางสะเด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยพลัดกันขึ้นปราศรัยโจมตี ขับไล่ดร.พระมหาไพเราะ ธิตะสีโร เจ้าอาวาสวัดเนื่องจากไม่พอใจที่มีข่าวว่าจะปลดนางมยุรี ศรีนาค ผอ.โรงเรียนออก โดยมีคนคุมประตูอยู่ทุกด้านห้ามคนภายนอกเข้าไปภายในยกเว้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าว ด้านนายธง แซ่ลี้ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวว่า ที่มีการประท้วงครั้งนี้นักเรียนเป็นคนดำเนินการทั้งหมดเนื่องจากทนต่อพฤติกรรมของหลวงพ่อไม่ไหวเพราะเงินบริจาคที่ประชาชนบริจาคเข้ามาในวัดหลวงพ่อก็เอาไปให้โรงเรียนอื่นหมด นอกจากนั้นเอาคนข้างนอกมาทำอาหารให้กินบางวันก็อาหารดิบๆสุขๆ และตั้งแต่หลวงพ่อเข้ามาของที่บริจาคก็หายอยู่เป็นประจำ ที่สำคัญหลวงพ่อจะขับไล่ครูที่โรงเรียนออก พวกตนอึดอัดมานานจนมีเหตุการณ์วันนี้ขึ้นมา
ส่วนน.ส.วรพุฒ คล้ายสุบรรณ อายุ 27 ปี ครูประจำชั้น ม1 กล่าวว่า ทางเจ้าอาวาสเอามือปืนมาอยู่ที่วัดโดยจะเอาโรงเรียนมาทำสถานที่ปริญธรรม ซึ่งทุกคนยอมไม่ได้ที่สำคัญจะมีการไล่ครูออกจากโรงเรียน สำหรับเด็กที่มาประท้วงในครั้งนี้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้น ม. 3นายสุเทพ กาแก้ว นายกอบต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่น่าหดหู่มากเอาเด็กมาเป็นเครื่องต่อรองโดยไม่คำนึงถึงสภาพร่างกายของเด็กเลย เมื่อคืนที่ผ่านมาตนก็อยู่จนดึกสงสารเด็กเห็นเด็กตัวเล็กๆ หิวเดินถือถาดหาอาหารกินแต่ก็ไม่มีกิน เพราะทางโรงเรียนปิดไม่ยอมให้เด็กออกมาจากโรงเรียนให้กินแต่มาม่า เสื่อผ้าที่ใส่ตั้งแต่เมื่อคืนก็ไม่ยอมให้เด็กเปลี่ยน จนชาวบ้านรุมสาปแช่ง ที่สำคัญวันนี้ทางวัดก็ทำอาหารให้ตามปกติแต่ทางโรงเรียนไม่ยอมให้เด็กออกมากิน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะทางผู้ใหญ่ของโรงเรียนถูกทางเจ้าอาวาสเรียกเข้าพบและให้ชี้แจงเกี่ยวกับเงินบริจาคต่างๆแต่ก็ไม่สามารถชี้แจงได้ จึงนำเด็กมาต่อรองขับไล่เจ้าอาวาสออก
ในขณะที่โรงเรียนวัดสระแก้วมีนักเรียนที่ไม่ใช่เด็กกำพร้า ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณรอบๆวัดและเรียนอยู่ภายในวัดไม่สามารถเข้าไปเรียนได้ เนื่องจากทางโรงเรียนไม่ยอมให้เข้าไปภายในโรงเรียนอ้างว่าโรงเรียนปิดทำให้เด็กกว่า 100 คนต้องหยุดเรียนดังกล่าว
ขณะที่นาง
เรื่องราวการประท้วงยังไม่มีท่าทีที่จะจบลงเพราะ ผู้บริหารโรงเรียนยังคงกักกันเด็กให้อยู่ในโรงเรียนแม้ว่าจะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ โดยผู้บริหารไม่ยอมปล่อยตัวนักเรียนไปยังโรงนอนหรือให้ไปกินอาหารที่โรงครัวภายในวัด แต่กลับกักกันเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงสายอาชีพ จำนวน 1,195 คน อยู่ภายในรั้วโรงเรียน ให้นอนค้างในห้องเรียน และกินอาหารที่จัดขึ้นซึ่งทุกคนต่างแย่งตักอาหารอย่างหิวโหย ทั้งนี้ จากการสังเกตการณ์พบว่าเด็กๆ อยู่ในสภาพอิดโรย แววตาเศร้าหมอง แต่ไม่ยอมตอบคำถามใด กล่าวเพียงว่าเดี๋ยวถูกครูและนักเรียนรุ่นพี่ๆ ตี
สาเหตุที่โรงเรียนกักกันเด็กคาดว่าเพื่อต้องการกดดันเจ้าอาวาสให้ลาออกจากตำแหน่ง และสร้างภาพให้สังคมภายนอกทราบว่าเด็กไม่ต้องการเจ้าอาวาส อีกทั้งยังมีข้อต่อรองหลายข้อ ขณะเดียวกันโรงเรียนได้ออกใบปลิวแถลงการณ์คัดค้านการเป็นเจ้าอาวาสของ ดร.พระมหาไพเราะ เด็กนักเรียนชายผู้หนึ่งที่หลบหนีไปยังวัดพร้อมเพื่อน 4 คน กล่าวว่า ถูกครูบังคับให้กินนอนอยู่ในโรงเรียน กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ หลายคนรู้สึกอึดอัดและรู้สึกเครียด อยากหนีไปที่วัดหรือหนีกลับบ้านไม่อยากเรียนหนังสือที่นี่อีก แต่ครูปิดประตูทางเข้าใส่กุญแจและให้นักเรียนรุ่นพี่ตรวจตราป้องกันหากพบใครปีนกำแพงจะทำโทษด้วยการตี วัดกับโรงเรียนทะเลาะกันโดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือ วอนผู้มีอำนาจช่วยเหลือพวกหนูด้วย หนูไม่ได้ทำผิด ส่วนดร.พระมหาไพเราะ ได้โทรศัพท์สอบถามไปยังผู้บริหารโรงเรียนหลายครั้ง เพื่อสอบถามถึงสาเหตุการกักตัวเด็กโดยเฉพาะวันหยุด ได้รับแจ้งว่าบังเอิญโรงเรียนจัดกิจกรรมวันหยุด ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งวัดและโรงเรียนยังสงวนท่าทีไม่ยอมเจรจาเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง คาดว่าจะยืดเยื้อและอาจรุกลามแตกหัก เพราะต่างฝ่ายมีแผนพิฆาตอยู่ในมือ นายโยธิน งามลักษณ์ หัวหน้าสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า จะประสานไปยัง สพท.อ่างทอง ที่ดูแลโรงเรียนว่าจะดำเนินการแก้ไขเช่นใด หรือจะตั้งคณะกรรมโรงเรียนชุดใหม่ขึ้นมา ในส่วนที่มีข่าวว่าเจ้าอาวาสเตรียมปลด นาย โรงเรียนดังกล่าวเจ้าอาวาสเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตและเป็นผู้ปกครอง เป็นโรงเรียนราษฎร์การกุศลซึ่งรัฐบาลมอบเงินอุดหนุน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าการบริหารจัดการมีเพียงแค่ 2 คน คือ นาย เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานานเนื่องจากโรงเรียนและวัดสระแก้วเป็นสถานสงเคราะห์เลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีชื่อติดอันดับตนๆของประเทศ มีผู้ใจบุญมาบริจาคมากมายแม้แต่ ในหลวงของเราที่พระราชทานเงินช่วยเหลือเดือนละ 4.5 แสน มานานร่วม 10 ปี แล้ว โดยวัดสระแก้วนั้นในอดีตที่ผ่านมาทางเจ้าอาวาสวัดจะให้ผู้บริหารทั้งสองคนดูแลบัญชีแต่พอเจ้าอาวาสองค์ก่อนมรณภาพ ดร.พระมหาไพเราะ ก็ถูกส่งมาดูแลความเรียบร้อย จนเกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อทางพระมหาไพเราะได้เอาชาวบ้านเข้ามาเป็นกรรมการวัดจำนวน 12 คน และได้เรียกบัญชีของทางวัดและโรงเรียน จากทางนางมยุรี เข้ามาตรวจสอบแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ มีข่าวรายงานว่าผู้บริหารโรงเรียนรายหนึ่งมีบ้านราคาประมาณ 20 ล้านบาท โดยฐานะเมื่อก่อนที่จะเข้ามาบริหารโรงเรียนเป็นแค่เด็กบ้านนอกจูงควายเลี้ยงเป็นประจำ เรื่องราวทั่งหมดผู้ใหญ่ฟัดกันแต่เด็กนั่นซิ ที่ต้องมาเป็นคนรับเคราะห์กับตันหาของคนที่ถือว่าลุล่วงแห่งปัญญา |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |