พิมพ์หน้านี้
|
เด็กประท้วงไล่พระ ความจริงหรือมีสิ่งแอบแฝง ภาพเด็กกำพร้าวัดสระแก้วกว่า 1000 คน ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนวัดสระแก้ว รวมตัวกันประท้วงขับไล่ ดร.
วัดสระแก้วแห่งนี้ เป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าและยากจน มีเด็กจากที่ต่างๆมาอยู่อาศัยและเรียนหนังสือกว่า 1200 คน โดยที่ผ่านมา ที่นี่ดูจะเป็นคล้ายแดนสนธยา ที่มีปัญหาข้องขัดแย้งภายในวัดมาโดยตลอด กระทั่งล่าสุดเดือนเดือนที่ผ่านมา มีข่าวแพร่กระจายไปว่า ที่วัดแห่งนี้ขาดแคลนข้าวที่จะให้เด็กรับประทาน จนนำมาสู่การเข้าตรวจสอบของผู้สื่อข่าว ซึ่งพบว่าภายในโกดังที่อยู่ภายในวัดและภายในโรงเรียน มีข้าวอยู่เป็นจำนวนมาก บางส่วนเสียหาย ทำให้พระมหาไพเราะ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียง 4 เดือนเศษ ถึงกับสั่งตั้งกรรมการชุดใหม่เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินและรายรับรายจ่าย โดยเฉพาะบัญชีเงินพระราชทานจากพระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเมตตาพระราชทานให้ถึงเดือนละ 450,000 บาท แต่ที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลภายในวัดรับหน้าที่เป็นผู้เบิกจ่าย แต่เพียงกลุ่มเดียว และเมื่อเกิดการตรวจสอบขึ้น ปัญหาต่างๆจึงตามมา โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ยอมนำบัญชีรายรับรายจ่ายมาให้คณะกรรมการตรวจสอบ อ้างว่ายังไม่แล้วเสร็จและประวิงเวลาจนกระทั่งเปิดเทอม ซึ่งเด็กจะต้องเข้าไปเรียนในโรงเรียน ก่อนที่จะเกิดการประท้วงขับไล่เจ้าอาวาส
เป็นที่หน้าสังเกตว่า ในการประท้วงของเด็กนักเรียนในคืนนั้น มีชายฉกรรจ์หลายคนทำหน้าที่เหมือนคอยควบคุมเด็กๆ รวมไปถึงการผ่านเข้าออกโรงเรียนซึ่งแม้กระทั่งแสดงตนว่าเป็นผู้สื่อข่าว ก็ยังต้องวิทยุไปสอบถามบุคคลลึกลับว่าให้เข้าหรือไม่ รวมไปถึงมีการจัดเวที เครื่องขยายเสียง และอุปกรณ์ต่างๆอย่างครบครัน รวมไปถึงการแสดงดนตรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างคำถามอยู่ในใจคนทั่วไปว่า นี่เกิดจากเด็กจริงหรือ ในขณะที่เด็กบางคนเมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถาม ก็บอกเพียงว่า พี่ให้มาก็มาตามกัน
นอกจากนั้น ในช่วงเช้าผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบที่โรงเรียนอีกครั้ง ก็ปรากฏว่ามีเด็กนักเรียนที่เป็นเด็กอาศัยอยู่โดยรอบโรงเรียน และไม่ได้เป็นเด็กกำพร้า แต่เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ กลับถูกปฎิเสธจากชายฉกรรจ์ไม่ให้เข้าไปภายในโรงเรียน ทั้งที่เป็นช่วงที่เด็กนักเรียนเหล่านี้จะต้องเข้าไปศึกษาหาความรู้ แต่เมื่อสอบถามไปยังผู้บริหารโรงเรียน ก็ปฏิเสธว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้น และยังมีพระภิกษุหนึ่งรูปคอยพยายามจัดให้พูดคุยกับเด็กกลุ่มเดิม แต่เมื่อถูกดึงมาสัมภาษณ์ เด็กกลุ่มนี้กลับมีท่าทีอึกอัก เมื่อถูกซักในคำถามที่แตกต่างออกไป ซึ่งเมื่อถูกผู้สื่อข่าวพยายามถ่ายภาพ ก็ปรากฏว่าพระรูปดังกล่าวรีบหลบไปอยู่ในห้องของโรงเรียนอย่างรวดเร็ว
ขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกรมศาสนาหรือสำนักงานพื้นที่การศึกษา จ.อ่างทอง กลับนิ่งเฉยในเรื่องดังกล่าว ซึ่งกรณีเช่นนี้หากเป็นการนำเด็กมาเป็นเครื่องต่อรองในเรื่องผลประโยชน์ คงจะไม่ถูกต้องนัก และคงต้องให้ดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จะมาอ้างว่าเป็นเรื่องภายในของวัดและโรงเรียน ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะกรณีเช่นนี้เป็นการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือ ถือเป็นเรื่องที่คนอ่างทองและชาวบ้านโดยรอบวัดไม่สามารถรับได้อย่างแน่นอน
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |