• คนเดินถนนชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aniwet@bunga.pn.psu.ac.th
  • วันที่สร้าง : 2007-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 10339
  • จำนวนผู้โหวต : 35
  • ส่ง msg :
อยากพูด อยากอ่าน อยากเขียน
คนเมืองสามหมอก จากวัฒนธรรมไทยใหญ่ สู่วัฒนธรรมมลายู และอิสลามในพื้นที่รัฐปัตตานี ได้เรียนรู้จากชีวิติของคน วิถีชีวิตคน จนหลงเสน่ห์ ของพหุวัฒนธรรม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/aniwet
วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม 2550
สภาพสถานการณ์ทางด้านสิทธิและเสรีภาพของจังหวัดชายแดนใต้
Posted by คนเดินถนนชีวิต , ผู้อ่าน : 600 , 09:33:59 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผลการศึกษาและวิจัย

สภาพสถานการณ์ทางด้านสิทธิและเสรีภาพของจังหวัดชายแดนใต้

อาจารย์นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า (ผมเองครับ)

แผนกพัฒนาสังคม ภาคสังคมศาสตร์

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี

               

                สภาพปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ประกอบกับศาสนาและวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกและแตกต่างพิเศษจากภาคอื่นๆ ของประเทศทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และปรากฏความรุนแรงชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา

      กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ประกอบด้วย คนมลายูมุสลิม คนไทยพุทธ และชาติพันธุ์ซาไก โดยองค์ประกอบหลักเป็นคนมลายูนับถือศาสนาอิสลามหรือมลายูมุสลิม (มีคนมลายูที่นับถือศาสนาอื่นบ้างแต่มีจำนวนน้อย) ที่เชื่อว่าเป็นคนดั้งเดิมของท้องถิ่นนี้ ที่อยู่ในพื้นที่มานานกว่า 2,000-3,000 ปี โดยมีอาณาจักรยิ่งใหญ่มาแต่โบราณ ที่รู้จักกันดี เช่น คะดะห์ (เคดะห์) ลังกาสุกะ ศรีวิชัย วาจามาเฮ็ด กาจะมาดอร์ และคนอาหรับเรียกคนมลายูแถบนี้ว่า ยาวอหรือชะวา ทั้งนี้มีหลักฐานทางโบราณคดีที่ปรากฏชัดเจน

      คนมลายูมุสลิม หรือคนไทยมุสลิมในภาคใต้ มีความเชื่อและภูมิใจในศักดิ์ศรีของชาติพันธุ์ที่เก่าแก่ และด้วยพื้นฐานของศาสนาอิสลาม (แปลว่า สันติสุข) ซึ่งมีหลักความเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนเกิดจากนบีอาดัม ที่พระเจ้าสร้างขึ้นจากดิน คนทุกคนจึงเสมอกันทั้งหมดตามที่พระเจ้าสร้างมา ไม่มีใครในหมู่ผู้ใดเหนือกว่าชาติพันธุ์ใด ยกเว้นคนที่เคารพพระเจ้า การเอาคนลงเป็นทาสหรือการเลือกปฏิบัติจึงกระทำมิได้

      ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจาก ปัญหาทางด้านศาสนา วัฒนธรรม ภาษา และความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากวัฒนธรรมทางศาสนาที่มีมาช้านาน ประกอบกับภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นอีกหลายเรื่อง ทำให้เกิดช่องว่างทางความเข้าใจและการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มาจากภายนอก คนท้องถิ่นรู้สึกว่าตนต้องประสบปัญหาหลายประการมากกว่าคนพื้นที่อื่นเนื่องจาก

      ทัศนคติ/เจตคติที่สวนทางกันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยประชาชนมีความรู้สึกว่ามีอคติและการดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและสังคมภายนอก ชาวมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความภูมิใจในชาติพันธุ์ ภาษา และศาสนาของตนที่มีมาเก่าแก่แต่โบราณที่ปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กลับถูกปฏิบัติในลักษณะเป็นคนชายขอบ ไม่ได้รับความเคารพให้เกียรติแม้ในการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบศาสนกิจอย่างเสรีตามวิถีชีวิตอิสลามก็ต้องปรับเข้าสู่กฎเกณฑ์ของบ้านเมืองและกฎหมายที่ไม่สอดคล้อง และไม่เอื้อต่อศาสนาอิสลามที่ตนนับถือ ทั้งๆ ที่กฎหมายของบ้านเมืองน่าจะได้นำวิถีอิสลามประยุกต์เข้าในกฎหมายบ้านเมืองของท้องถิ่น ยิ่งกว่านั้นยังถูกมองเป็นโจร เป็นผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้เกิดความหวาดระแวงและเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ประชาชนไม่เชื่อถือเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเห็นว่าสังคมมุสลิมมักไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ เจ้าหน้าที่ไม่มีเอกภาพ ไม่มีศักยภาพ ขาดความจริงใจ เจ้าหน้าที่รัฐจะทำงานก็เพราะเห็นแก่เงินเดือน ยศศักดิ์ ขาดคุณธรรม ในขณะที่คนในพื้นที่มีจิตสาธารณะเต็มเปี่ยม จิตสำนึกของคนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐห่างไกลกันมาก ประชาชนขาดความไว้วางใจเจ้าหน้าที่ หากประชาชนให้ความร่วมมือก็ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัย ระบบและองค์กรก็พึ่งไม่ได้

      ในเรื่องการประกันสิทธิความเสมอภาคตามกฎหมายของทุกคน ประชาชนในพื้นที่มีความเห็นว่า เป็นไปเฉพาะที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดที่เคยมีมา แต่สิทธิเหล่านั้นมาไม่ถึงประชาชนในทางปฏิบัติ โดยหลักการทุกคนมีสิทธิตามกฎหมาย แต่ถ้าจะใช้สิทธิต้องพึ่งคนมีอำนาจทำให้สงสัยว่าเป็นความผิดลาดของคนดำเนินการหรืออย่างไร และโดย เฉพาะอย่างยิ่งสิทธิของคนมลายูยิ่งเป็นคำถามว่า เป็นที่น่าพอใจแล้วหรือยัง รวมถึงสิทธิต่างๆ ดังต่อไปนี้

      ก) สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรมภายใต้ศาลและองค์กรอื่นเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนหลายประการ โดยกลไกของรัฐ กระบวนการยุติธรรม ขั้นต้นก่อนขึ้นถึงศาล ในพื้นที่มีศูนย์ดำรงธรรม และศูนย์ยุติธรรมชุมชน แต่ไม่มีข้อมูลให้ประชาชนทราบวิธีการที่จะมาใช้บริการ และมีปัญหาในการสื่อสาร เนื่องจากไม่สามารถพูดภาษาให้เข้าใจกัน (เจ้าหน้าที่พูดภาษากลาง ประชาชนพูดภาษามลายูท้องถิ่น) บางครั้งไปขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีความเป็นธรรมในโลก ประชาชนก็ต้องไปพึ่งมัสยิด ในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนเชื่อถือศาล แต่ไม่แน่ใจในตัวตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนชั้นต้นของกระบวนการตั้งแต่การตั้งข้อหา การขอหมายจับจากศาล การสอบสวนและการทำสำนวนคดี ชาวบ้านไม่เคยได้รับทราบข้อมูลและไม่เข้าใจขั้นตอนตลอดจนข้อกล่าวหา เนื่องจากปัญหาการสื่อสาร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหารสามารถตรวจค้นบ้านเรือนได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน และตรวจค้นได้หลายรอบทั้งโดยวิธีการจู่โจมทั้งในและนอกเครื่องแบบ และใช้วิธีการรื้อค้นอย่างกระจุยกระจาย ในการคุมขังคนมุสลิมในเรือนจำ ก็ให้ผู้ต้องขังใส่กางเกงขาสั้น ซึ่งขัดกับขนบธรรมเนียมที่คนมลายูต้องใส่ผ้าปิดหัวเข่า เป็นต้น

      ข) สิทธิที่จะได้รับสวัสดิภาพและความคุ้มครองโดยรัฐจากการกระทำรุนแรง คนมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรู้สึกว่าตนได้รับความคุ้มครองอย่างหนาแน่นกว่าคนในพื้นที่อื่นๆ แต่ไม่แน่ใจว่ามีสวัสดิภาพและความปลอดภัย เพราะมีทั้งทหารและตำรวจ รวมทั้งฝ่ายปกครองที่เข้มแข็ง เข้าใจว่าทหารมีไว้ดูแลประเทศ ตำรวจมีไว้ดูแลประชาชน ฝ่ายปกครองกดขี่ ในการจับกุมสอบสวนประชาชน ทั้งตำรวจและทหารจะใช้วิธีการซ้อมและกระทำทารุณ ไม่เพียงแต่ทำร้ายร่างการภายนอก แต่ใช้วิธีใช้ไฟฟ้าช็อตภายในร่างกายโดยเสียบเข้าทางทวารหนัก เด็กและเยาวชนหลายคน แม้จะเป็นนักเรียนนักศึกษาจะถูกติดตามสอดส่องพฤติกรรม ครอบครัวก็ถูกคุกคาม

 

      ค) สิทธิทางการเมือง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การรับสมัครเลือกตั้งสามารถกระทำได้แต่มีโอกาสน้อยในการเข้าร่วมรัฐบาล การเข้าร่วมในการดำเนินกิจกรรมสาธารณะทำได้ยากลำบาก จากตัวอย่างอิหม่ามของอำเภอไม้แก่น เคยรวมกลุ่มเด็กวัยรุ่นมาร่วมกันทำกิจกรรมด้านศาสนา และสอนศาสนาในเย็นวันศุกร์ก็ถูกตรวจค้น และสั่งให้เลิกทำ

      ง) สิทธิพลเมืองอื่นๆ ที่เป็นปัญหา คือ เรื่อง

      1)  สิทธิในการเดินทางออกจากประเทศและกลับคืนเข้าประเทศมีการถูกเพ่งเล็งหากเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านมุสลิมข้างเคียง ทั้งโดยไปเยี่ยมญาติหรือศึกษาเล่าเรียน

      2) สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก และ

      3) สิทธิในการชุมนุมอย่างสงบและการรวมกลุ่ม

      ต้องประสบปัญหาตลอดมาทั้งการรวมกลุ่มเยาวชนทำกิจกรรม ผู้นำท้องถิ่นถูกเพ่งเล็ง ถูกจัดเป็นคนรู้มาก หัวหมอ ปราชญ์ชาวบ้านไม่เป็นที่ถูกใจของเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียประโยชน์ ผู้นำศาสนาถูกมองเป็นตัวปลุกปั่นยุยง สื่อท้องถิ่น เช่น ผู้จัดรายการวิทยุ ถูกขอให้หยุดจัดรายการ การชุมนุมทางศาสนาถูกขัดขวางทำลาย เช่น กรณีที่มัสยิดกรือเซะ กรณีตากใบ กรณีที่บานา กรณีที่สะบ้าย้อย เป็นต้น

      จ) สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเห็นว่าในบริบทระดับประเทศ รัฐเข้าแทรกแซงทุกเรื่อง เอาทุนและทรัพยากรไปทำประโยชน์ ขณะที่ชุมชนมุสลิม ถ้าต้องการสิทธิมากขึ้นก็ต้องยอมสูญเสียอัตลักษณ์เพื่อแลกสิทธิ ปัญหาคือ

      1) สิทธิในการมีงานทำ เลือกงานได้เสรี มีสภาพการทำงานที่เหมาะสม ได้ค่าจ้างเท่าเทียมยุติธรรมและคุ้มครองสภาพการตกลง มีปัญหาในเรื่องการจะไปทำงานในต่างประเทศ เพราะในประเทศไม่มีบริษัทใดรับจ้าง หางานในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียง บริษัทส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งไกลเกินกว่าจะเดินทางไปติดต่อได้ หากมีบริษัทในพื้นที่จะเป็นประโยชน์ช่วยเหลือได้มาก

      ในเรื่องสิทธิการมีงานทำนี้เป็นปัญหาต่อไปถึง การใช้และการจัดสรรทรัพยากรเพราะการประกอบอาชีพอิสระ เช่น กสิกรรม กรทำไร่ ทำสวน ทำนา ซึ่งประชาชนเคยอาศัยใช้พื้นที่บางส่วนบนเทือกเขาบูโด ทำสวนยาง สวนผลไม้ ปลูกไม้ผล ลองกอง มังคุด ทุเรียน สะตอ ฯลฯ ออกผลงดงาม แต่เมื่อทางราชการประกาศเป็นเขตอุทยาน ประชาชนก็เสียพื้นที่ทำกิน พื้นที่พรุเคยใช้อาศัยทำนา ปลูกข้าว เมื่อทางราชการโครงการสร้างเขื่อนทำชลประทาน ประชาชนก็ไม่มีที่ทำกิน ประกอบอาชีพไม่ได้ ขาดรายได้เลี้ยงชีพ

      2) สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและการดูแลทางการแพทย์ ตลอดจนการประกันสังคมและบริการทางสังคม ในด้านบริการสารธารณสุข ถ้าพูดไทยไม่ชัด ก็จะได้รับบริการไม่ค่อยดีในอำเภอชั้นนอกๆ และโรงพยาบาลควรให้ความสนใจด้านศาสนาในโรงพยาบาลด้วย เช่น พิธีอาซาน (สวดล้างบาปให้ก่อนตาย) เป็นต้น

      3) สิทธิในการได้รับการศึกษาและการฝึกอบรม คนมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเห็นว่า ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายด้านการศึกษาอย่างจริงจัง เด็กไม่เรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ก็ไม่มีการติดตาม ชาวบ้านริมทะเลให้เด็กหยุดเรียนไปทำงานในวันน้ำทะเลขึ้น ครูก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ โรงเรียนทางภาคใต้จะเรียนเพียงครึ่งวันเพราะสถานการณ์ไม่สงบ เด็กจึงได้รับความรู้ไม่เต็มที่เหมือนเด็กในพื้นที่อื่น นอกจากนี้ครูบางคนก็เน้นทำผลงานเพื่อเพิ่มวุฒิและเงินเดือนให้ตนเองมากกว่าการสอนเด็กอย่างจริงจัง

      4) สิทธิทางวัฒนธรรม เห็นว่าการรักษาซึ่งเอกลักษณ์วัฒนธรรม ต้องเป็นวัฒนธรรมที่แท้จริง รองแง็ง หรือดิเกฮูลู ไม่ใช่วัฒนธรรมอิสลามแต่เป็นวัฒนธรรมมลายูประยุกต์ ต้องค้นหาวัฒนธรรมที่เป็นวัฒนธรรมอิสลามแท้ เพื่อนำมาเชิดชูอนุรักษ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม คนมุสลิม ต้องสูญเสียอัตลักษณ์ไปมาก เพื่อแลกกับสิทธิต่างๆ ในทางบ้านเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรคำนึงและพิจารณาแก้ไข

      คนไทยพุทธ เป็นคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องประสบปัญหายากลำบากไปด้วยเพราะต้องอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความหวาดระแวง ต้องระมัดระวังตัวอย่างยิ่งเปรียบเสมือนอยู่ระหว่างเขาควาย ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับคนมุสลิมตกที่นั่งคับขัน จะต้องพูดจาระวังตัวพลาดไม่ได้ ค่อนข้างหมดหวังในการดำรงชีวิต ไม่ร่วมมือไม่ได้ ตีจากไม่ได้ เพราะครอบครัวเป็นตัวประกัน และต้องทำตามนโยบายรัฐ

      โดยประวัติศาสตร์ คนไทยพุทธเห็นว่า การปกครองแต่สมัยโบราณก็มีการผลัดกันครอบครองไปมาระหว่างรัฐอิสลามกับอาณาจักรตอนบน อิสลามเคยปกครองภาคใต้ขึ้นไปถึงนครศรีธรรมราช แต่ก็เคยถูกครอบครองด้วยเช่นกัน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ปัญหาของคนไทยพุทธนอกจากจะต้องเผชิญกับอคติและความหวาดระแวง ยังต้องเผชิญกับปัญหากลายเป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ ถูกละเลยสิทธิประสบปัญหาในเรื่องทำกิน พื้นที่ที่เคยอยู่กันมาอย่างสงบสุขร่มเย็นกว่า 200 ปี ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม มีเรือกสวนไร่นาแถบเทือกเขาบูโดและพรุ ถูกทางการประกาศให้เป็นพื้นที่อุทยาน หมดทางทำกิน ไม้ผลที่ปลูกไว้ ทั้งสวนยาง สะตอ ทุเรียน ลองกอง มังคุด อยู่บนภูเขาไม่สามารถเก็บขายเลี้ยงชีพได้ พรุที่เคยทำนาปลูกข้าวก็ต้องเลิกไป หมดทางทำมาหากินทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม

ข้อเสนอแนะ

1.       ควรปรับฐานคิด ลบล้างอคติของสังคมที่มองกลุ่มชาติพันธุ์/ชนเผ่าด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งส่งผลต่อการปฏิบัติในการกดขี่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ก็ควรยืนหยัดในศักดิ์ศรีภูมิใจและรักษาชาติพันธุ์ของตนไว้

2.      การต่อสู้เพื่อสิทธิ เจ้าของปัญหาต้องตระหนักรู้ปัญหาของตนและพูดถึงปัญหาของตนได้อย่างถูกต้องชัดเจน ต้องหาพันธมิตรและสร้างเครือข่ายเชื่อโยงทั้งในแนวดิ่งและแนวราบ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ และระดับสากลโลก สร้างพันธมิตรกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มสื่อ นักวิชาการ นักกฎหมาย และเปิดประเด็นสัมมนาร่วมกันทำให้เป็นประเด็นสาธารณะโดยการประชุมร่วมกับบุคคลภายนอกให้มากขึ้น

3.      ควรมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน มีการปรับแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบให้เอื้อต่อการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ใช้หลักนิติธรรมที่ไม่ขัดกับหลักศาสนาปละหลักคุณธรรม ความโปร่างใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยตระหนักในสิทธิและหน้าที่ร่วมกัน ใช้การบริหารจัดการจากภายนอกเท่าที่จำเป็น หากจะออกกฎหมาย กำหนดระเบียบควรมีความพร้อมอย่างแท้จริง และมีความจริงใจในการแก้ปัญหา

4.      เปลี่ยนระบบความคิดในการพัฒนา แทนที่จะเข้าไปพัฒนาจากภายนอก ควรเน้นการพัฒนาจากภายใน เสริมสร้างศักยภาพให้คนในพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง ต้องให้กำลังใจกันและกันในหมู่คนพื้นที่ด้วยกันเอง อยู่กันด้วยความรักใคร่สมัครสมาน การคุ้มครองต้องเกิดจากคนภายใน ขณะที่ความช่วยเหลือจากภายนอกสามารถมีได้เพื่ออำนวยความสะดวกให้การพัฒนาบรรลุผล

5.      การอนุรักษ์วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ควรจัดกิจกรรมโดยให้มีผู้แทนชาติพันธุ์ร่วมและเป็นเจ้าภาพในการจัด เปิดโอกาสให้เด็กชนเผ่าได้มีโอกาสแต่งชุดประจำเผ่าไปโรงเรียน หรือทำกิจกรรมด้านวัฒนธรรมได้โดยไม่ถูกล้อเลียนทั้งทางวัฒนธรรมและภาษา

6.      ควรส่งเสริมบทบาทและความร่วมมือของสื่อให้มีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา โดยเผยแพร่ข้อมูล สร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกต้องอย่างกว้างขวาง

 

Get this widget |Share |Track details

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 57
yongchan วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 15.50 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

คิดว่าสิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องมีการวางแผนแก้ปัญหานี้ในระยะยาว เรื่องการเปลี่ยนทัศนคติไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น ต้องใช้เวลาเป็นหลายสิบปี การทีขอโทษของนายกเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าไม่พอ ดิฉันเชื่อว่าเช่นนั้นนะคะ

ขอบคุณที่เอามาเล่าสู่กันฟังนะคะ ... ถ้ามีอีก ก็เชิญมาบอกที่บ้านได้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 56
ส.สุทธิรักษ์ วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 05.12 น.
http://www.oknation.net/blog/suthirux
บันทีก  ตนไร้ราก

เข้ามาอ่านเรื่อง เป็นกรณีศึกษาครับ และผมอยากให้ภาคใต้สงบ ร่มเย็นโดยเร็ว ครับ

ความคิดเห็นที่ 55
Maruko วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 04.15 น.
http://www.oknation.net/blog/goly


แม แวะมาเยี่ยมมาเยียมอีกรอบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 54
ดำดูดี วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 19.46 น.
http://www.oknation.net/blog/audas

ว่างๆอย่าลืมไปชมคลิปวีดีโอคำสารภาพโจรลักรถจยย.ทำไปเพราะบูชารัก... นะค่ะhttp://www.oknation.net/blog/audas/2007/07/06/entry-1
ความคิดเห็นที่ 53
no_body วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 01.05 น.
http://www.oknation.net/blog/no-body

ผมต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้อาจารย์หงุดหงิด อาจเพราะเขียนสั้นไปด้วยความที่ไม่ถนัดพิมพ์ดีด
ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในชุมชนนี้เป็นผู้มีเจนตนาดี หากแต่มีมุมมองที่ต่างกัน และผมก็เชื่อว่าทุกคนอยากให้ปัญหานี้จบลงอย่างดีและรวดเร็ว
ถ้ามีโอกาสจะแวะไปเยี่ยมที่ ม.อ.ครับ
ความคิดเห็นที่ 52
คนกันเอง วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/tt
...Daily ,  Emotion  and  season  of  Asia... 

เห็นรูปแล้วฮาดี...

ก็เลยตามเข้ามาดูว่าท่านเป็นไผ...

เรื่องปัญหาภาคไต้...

ที่อาจารย์เล่ามา...

ก็เข้าใจหมดทุกประเด็น...

แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ...

ทำไมต้องเล่นกันแรงขนาดนั้น...

อิสลามแปรว่าสันติภาพไม่ใช่เหรอ...
ความคิดเห็นที่ 51
anytime วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 10.39 น.
http://www.oknation.net/blog/anytime

มาทวงการบ้านค่ะ และมาชวนไปเที่ยวร้านชำด้วยค่ะ อย่าลืมแวะไปนะคะ
http://www.oknation.net/blog/anytime/2007/07/11/entry-1
ความคิดเห็นที่ 50
มะลิ วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 16.14 น.
http://www.oknation.net/blog/mali

ผมอาจจะตรงไปนิดนะครับ
ผมว่าหากประชาชนสามารถรวมตัวกันได้และแสดงออกที่เหมาะสมไม่ใช่แสดงออกแบบรุ่นแรง การพูดคุยต่อรองย่อมทำได้และผมเชื่อแนน่ว่าทุกข้อเสนอที่ดีก็พร้อมที่จะปรับ แต่ปัจจุบันมันมีลัทธิคลั่งชาติคลั่งอดีตที่มีคนฝังหัวแบบปิดเปือน และแม่ความต้องการไห้เกิดความรุนแรง ผมยอมรับว่าอดีตมันขืนขม จากการกระทำของเจ้าหน้าที่
แต่ในปัจจุบันมีเครื่องมืออีกมากที่จะจัดการเจ้าหน้าที่เหล่านั้นในภาวะปกติ แต่ปัจจุบันไม่มีทาทีแค่คายลงได้ มีแนวโนม้ไปสู่ความรุนแรงและแตกหัก
ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อก่อนมีแต่ก็ไม่หนักมากแรงผ่านมา200ปีมันน่าจะดีขึ้นและปรับตัวได้ดีขึ้นหรือรวมตัวเรียกร้องอย่างเหมาะสม
ไม่มีทางแก่อื่นอีกแล้วนอกจากประคับประคองไปตามเวลา คงต้องเหนื่อยล้ากันไปบ้าง โดยไม่ให้มีการเติมเสบียง
ในขณะเดียวกันก็ใช้ยุทธศาสตร์มลชลสัมพันธ์แต่ต้องจริงใจ ซึ่งในโรคปัจจุบันทุนจะเป็นตัวจัดการ โดยให้เค้าประกอบการงานอย่างเหมาสมอยู่ดีกินดี เมื่องทุกอย่างสงบแล้ว คนท้องทิ้นเข้าใจการเปลี่ยนแปลง ก็เริ่มกระบานการกระจายอำนาจ ให้เกิดความมั่นคงในภูมิเภค ที่นี้จะอนุรักษ์ จะทำอะไรไม่ใช่บันหา เพราะทุกคนยอมรับและเข้าใจบริบทแห่งความเปลี่ยนแปลงได้

ความคิดเห็นที่ 49
(=^_^=)_kikkok_ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/kikkok
AiJin

แวะมาอ่านประดับความรู้ค่ะ.....
มีหลายเรื่องที่ยังไม่รู้....ก็ได้รู้....ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 48
สวยเสมอ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 18.42 น.
http://www.oknation.net/blog/lila


ปัญหาที่รุมเร้าใน 3 จังหวัดภาคใต้ มันซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีอะไรอีกมากที่เราๆมิอาจรู้ได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นจึงไม่สามารถยุติลงได้ซะที
ความคิดเห็นที่ 47
คนเดินถนนชีวิต วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/aniwet


ความคิดเห็นที่ 41
no_body วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/no-body
ขออภัยด้วยน่ะครับ ผมไม่ได้มองแบบมี Ego แต่อยากบอกครับ มาช่วยกันส่งสารและช่วยกันพูด เกี่ยวกับสถานการณ์ให้สงบในเร็ววันเถอะครับ ผมไม่ใช้รู้คนเดียว หรือมองว่าตัวเองรู้อยู่ฝ่ายเดียว การทำงานของผมทำงานเป็นทีม เป็นเครือข่ายครับ และข้อมูลที่ผมได้มาเป็นแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้นครับ ยังมีอีกมากที่จะพยายามถ่ายทอดออกมาให้รับรู้กันครับ
ความคิดเห็นที่ 46
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 15.39 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

มาชวนไปอ่าน..หนังสือ 2 เล่มที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน..
ความคิดเห็นที่ 45
anytime วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 11.26 น.
http://www.oknation.net/blog/anytime

สวัสดีค่ะ เรามาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้นะคะ
เอา Tag มาฝาก แวะไปรับด้วยนะคะ
http://www.oknation.net/blog/anytime/2007/07/10/entry-1
ความคิดเห็นที่ 44
chao-oa วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.30 น.
http://www.oknation.net/blog/chao-oa
<<<  รักคนมอง   จองคนอ่าน  >>>

สวัสดีสายๆของวันอังคารค่ะ

ความคิดเห็นที่ 43
อะหนึ่ง วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 20.31 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

กลืนไม่เข้า คายไม่ออกเลยครับกับปัญหา 3 จวชต
ปัญหาเรื่องนี้ ทุกเวที ก็เสนอ และวิเคราะห์ ปัญหา ออกมาในแนวทางเดียวกันในเรื่องของข้อเขียน แต่ความคิดจริงๆมันอาจเป็นอีกแบบก็ได้ แต่พูดไม่ได้ เพียงเพราะว่าความแตกต่าง
....................
ผมเพิ่งกลับมาจากไปเยี่ยมแม่ที่พัทลุง เพื่อนๆก็ชอบถามว่าน่ากลัวไหม ได้แต่บอกว่า เฮ้ย ไม่เป็นไร พัทลุงอยูไกล 3 จังหวัด พุทธ คริสต์ มุสลิม ก็อยู่กันอย่างสันติสุขดี
แล้วทำไมที่สามจังหวัดชายแดนใต้
มันถึงแตกต่าง....
ผมก็ตอบไม่ถูกแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 42
LunLa วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

รบกวนแปะลิ้งนะค่ะ คือวันนี้มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์ คุณสาวิณี คุณแม่ของหมูแฮม เห็นเป็นประเด็นร้อนอยู่ คิดว่าน่าจะอยากดูกันค่ะ
คลิปวีดีโอสัมภาษณ์คุณแม่หมูแฮม "เสียใจในสิ่งที่ลูกทำ"
http://www.oknation.net/blog/lunla/2007/07/09/entry-3
ความคิดเห็นที่ 41
no_body วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/no-body

สิทธิต้องมาพร้อมกับหน้าที่ครับ และต้องเป็นสิทธิที่ไม่ลเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วย
อาจารย์อย่าเหมาว่าตัวเองรู้ทุกอย่างอยู่คนเดียวสิครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับเรื่องนี้เช่นกัน ถึงอาจจะไม่ลึกซึ้งเท่า แต่ก็เป็นอีกมุมหนึ่ง ผมไม่มีวิชาการอะไร รู้แต่ว่าไม่มีใครมีสิทธทำร้ายผู้อื่นหรือทำลายทรัพย์สินของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐหรือฝ่ายตรงข้าม และผมก็รู้อีกว่ามีวัตถุประสงค์และผลประโยชน์ที่เราไม่รู้ซ่อนอยู่มากมายภายใต้ความรุนแรงนี้
ผมเพียง comment ตามที่ผมเห็นเท่านั้นครับ
ความคิดเห็นที่ 40
oho วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 13.46 น.
http://www.oknation.net/blog/ooh

มาทักทาย
ความคิดเห็นที่ 39
LunLa วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 10.30 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ภาคใต้กำลังจะดีขึ้นค่ะ

แม่จ๋า ...หนูโดนสามีแม่ ข่มขืน http://www.oknation.net/blog/lunla/2007/07/09/entry-1
ความคิดเห็นที่ 38
กู่ วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

ขอบคุณค่ะ ที่แวะไปทักทาย
ขอบคุณอีกหน ที่มีสิ่งดีๆให้รับรู้ เพราะว่ากำลังตามหาสิ่งนี้อยู่
ขอแอดบล็อคนะคะ
ความคิดเห็นที่ 37
รัฐศิริ วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 00.10 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

อย่างไรก็ขอให้สันติภาพกลับคืนสู่ภาคใต้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 36
รัฐศิริ วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 00.10 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

อย่างไรก็ขอให้สันติภาพกลับคืนสู่ภาคใต้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 35
+หนุ่มผมยาว+ วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 14.16 น.
http://www.oknation.net/blog/My-love
<--หนุ่มน้อย--<< [-ก้าวไปให้ถึงฝั่งฝัน-] [-เหนื่อยนักพักศาลาริมน้ำ-]

แวะมาอ่านบทความดีๆ ครับ
ขอความดีจงอยู่กับท่านตลอดไป
(ขอบคุณที่แวะไปเยื่อนครับ)
*-*
ความคิดเห็นที่ 34
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

สถานการณ์ไต้เป็นอย่างไรมั่ง น่ากลัวป่ะ?
ความคิดเห็นที่ 33
โทโมมิ วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 10.16 น.
http://www.oknation.net/blog/tomomi
TOMOMI

แค่ล้อเล่นนะคะ รูปอะไรก็ได้น่ะคะ เพียงแต่ถ้าเป็นรูปคนหล่อจะทำให้เจ้าบ้านที่แสนจะหวานซะมีกลังใจในการิพแล๊อค ค่ะ มุกนี้พอไหวมั้ยคะ
ความคิดเห็นที่ 32
คนเดินถนนชีวิต วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 07.48 น.
http://www.oknation.net/blog/aniwet

ความคิดเห็นที่ 28 สิทธิเต็มไปหมด แต่มีแต่ในกระดาษครับ ความเป็นจริงหายากมากในที่แห่งนี้ การมองของคนไทยใน 73 จังหวัดสำคัญอย่างยิ่งนะครับ อย่ามองแบบเบื่อกับปัญหา อย่ามองแบบความรุนแรงต้องเอาความรุนแรงมาแก้ ตรงนี้สำคัญครับ เพราะทุกอย่างต้องค่อยแก้และใจเย็น ปัญหานี้ไม่ใช้การแก้แบบปลอกกล้วยเข้าปาก แต่เป็นปัญหาระดับชาติที่กระทบทุกฝ่าย การมองคนเป็นคนชายขอบน่าจะเลิกได้แล้วนะครับ และการมองคนไม่ใช้คน ควรเลิกอย่างยิ่ง การมองแบบคนนอกมองคนในไม่สัมผัสกับปัญหาก่อนควรเลิกนะครับ ผมเข้าใจว่าคุณบริโภคสื่อทุกวัน มีแต่การใช้ความรุนแรงในพื้นที่ มันเป็นบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น แล้วมุสลิม ไทยพุทธ ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ถูกละเมิดสิทธิหล่ะ เขาจะทำอย่างไร เขาเป็นคนแบบคุณนะ มีพ่อ มีแม่ มีครอบครัวที่ต้องดูแล อย่างกรณีที่ บานา (อยู่ในปัตตานี) ตำรวจให้หยุดค้น เขาก็หยุดให้ แต่พอตรวจเช็คเสร็จเด็กขับรถออกไป อยู่ดีมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งชักปืนมายิงเด็กตาย แล้วบอกว่าเป็นเรื่องสถานการณ์ นี้หรือครับความเป็นธรรม ไปโรงพยาบาลหมอตรวจเช็คการรักษาผิด แล้วลูกเขาตาย หมออ้างว่าเพราะผู้ปกครองพูดภาษาไทยไม่ได้เลยบอกอาการไม่ถูกจึงไม่ทราบสาเหตุ ลูกเขาตายไปแล้วครับ ใครรับผิดชอบ ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน ผมเข้าใจคุณมองว่าสิทธิเต็มไปหมด แต่คุณลองมาสัมผัสกับสถานะการณ์นี้หรือยัง แค่คิดคุณยังไม่กล้าเข้าไปดูเลยครับ ถ้ามาคุณก็อยู่แถวในเมืองเหมือนผู้ใหญ่ที่ลงมาหลายๆท่าน ใครบ้างที่ไปตามท้องถิ่นต่างๆ ใครบ้างที่เข้าไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน คิดแบบนี้เหมือนกับไม่ใช้.....นะครับ
ความคิดเห็นที่ 31
mesa วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 01.11 น.
http://www.oknation.net/blog/sanjorn
สัญจร  อิสรา  ท่องทางอย่างเสรี

คนในพื้นที่มาเอง เป็นข้อมูลในเชิงลึก หลายๆฝ่ายน่าจะรับฟัง เพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุด แต่นี่เหมือนหันหน้ากันคนละทาง สร้างดาวกันคนละดวงยังไงก็ไม่รู้ เฮ้อ...แล้วจะต้องตายกันอีกสักเท่าไหร่?

ขอบคุณอาจารย์ที่แวะเยี่ยมบ้าน แล้วแวะมาอีกนะคะ

ขอบคุณและสวัสดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
โทโมมิ วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 00.41 น.
http://www.oknation.net/blog/tomomi
TOMOMI


รูปคนนี้น่ะค่ะ เมื่อสักครู่มัน error
ความคิดเห็นที่ 29
โทโมมิ วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 00.40 น.
http://www.oknation.net/blog/tomomi
TOMOMI

เจอรูปนี้แล้วตกใจ มาได้งายยยเนี่ยที่บ้านฉัน พอเห็นคนส่ง เอ้อซุปเปอร์แมนภาคใต้ฝากมา วันหลังขอเป็นคุณมาร์ค อภิสิทธิ์ หรือ ฮภิมงคลดีกว่ามังคะ
ความคิดเห็นที่ 28
no_body วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 21.29 น.
http://www.oknation.net/blog/no-body

เห็นแต่คำว่า "สิทธิ" เต็มไปหมดเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 27
สอนสุพรรณ วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 18.36 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

ฟอนต์นี้อ่านไม่ออกครับ สงสัยเครื่องผมเสียนะครับ
ความคิดเห็นที่ 26
สอนสุพรรณ วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 18.36 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

ฟอนต์นี้อ่านไม่ออกครับ สงสัยเครื่องผมเสียนะครับ
ความคิดเห็นที่ 25
Sudteerak วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 18.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you

ขอบคุณสำหรับความรู้คะ
ความคิดเห็นที่ 24
วิตามินบี วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 17.55 น.