พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงนี้นอกจากงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ผมมีโอกาสได้ไปศึกษาเกี่ยวกับวิถีความเป็นอยู่ของชาติพันธ์ต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งในพื้นที่แถบอันดามัน และแถบอ่าวไทย จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่า กลุ่มชาติพันธ์ในพื้นที่ภาคใต้นั้นมีหลากหลายชาติพันธ์มาก ยิ่งศึกษายิ่งน่าสนใจ แต่เดิมในความเข้าใจของผม (ตอนสมัยที่อยู่บนดอยนะครับ) ผมเข้าใจเสมอว่า ในพื้นที่ภาคใต้นั้นไม่มีกลุ่มชนเผ่าที่หลากหลายเท่า ภาคเหนือ เพราะภาคเหนือมีตั้ง 10 ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ร่วมกัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ ในพื้นที่ภาคใต้นั้นมีชนชาวพื้นเมืองหลายกลุ่มที่อาศัยอยู่ณดินแดน แหลมมลายูแห่งนี้ ชาวพืนเมืองในพื้นที่นอกจาก ชาวมลายูแล้วยังมี พวกโอรัง อัสลี หรือ ซีนอย ที่เราเข้าใจกันคือ กลุ่มซาไกนั้นเอง (แต่ไม่ควรเรียก เขาเช่นนี้ เพราะคำว่า ซาไก แปลว่า คนป่า ทาส ไพร่ ขี้ข้า ซึ่งเป็นคำไม่เพราะเอามากๆ) ชาวซีนอยนี้ โดยส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ ประเทศมาเลเซียมีจำนวนประชากรถึง 73,000 คนในเมืองไทยไม่มีครับ ที่เมืองไทยมีก้อจะเป็นกลุ่มของพวกเงาะคนัง หรือ ภาษาวิชาการเขาเรียกว่า เงาะเซมัง จะอาศัยอยู่ตามเทือกเขาในพื้นที่มาเลเซียและประเทศไทยครับ ในไทยจะอาศัยอยู่ในแถบ จังหวัดพัทลุง ตรัง สตูล ยะลา และนราธิวาสครับ (เรื่องของเงาะป่าผมค่อยนำมาเล่าในวันหลังนะครับ) นอกจากชาวเงาะแล้ว ในพื้นที่แถบอันดามัน ยังมีกลุ่มชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถือว่า เป็นชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่มานานกว่า คนที่เพิ่งมาอาศัยอยู่อย่างพวกผมเป็น พันพัน หมื่นๆ ปี ซึ่งทางการใช้ชื่อ ที่รู้จักกันดีในนามของ ชาวไทยใหม่ (แต่เขาอยู่มานานกว่าที่จะใหม่นะครับ) ซึ่งชาวไทยใหม่นี้จะเรียกตัวเองว่า ชาวเล โดยชาวเลในที่นี้ ประกอบด้วยชาวพื้นเมืองชาติพันธ์ มอร์แกน มอร์เกรน และกลุ่มโอรัง ละอุต หรือเราเรียกในชื่อ อูรักลาโว้ย แปลว่า ข้านี้ชาวเล ในทางวิชาการ ชาวเลจัดอยู่ในตระกูล เดียวกับ พวกเงาะเซนอย (ซาไก) ชาวเลในเมืองไทยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะอาดัง จังหวัดสตูล, เกาะลันตา จังหวัดกระบี่, เกาะภูเก็ต, เกาะสุรินทร์ ในจังหวัดพังงา นอดจากนี้ก็จะมีชาวไทยถิ่นพลัด ซึ่งผมไม่ค่อยมีข้อมูลกำลังอยู่ในขั้นตอนจะศึกษาครับ พื้นที่ ที่ผมได้ไปเก็บข้อมูลเบื้องต้นมานั้น ผมได้ลงไปที่บ้านสังกาอู้ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ผมไปนอนในพื้นที่กับคนโอรัง ละอุต ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี ได้กินปลาที่แปลกๆ หลายอย่าง เพราะคนโอรัง ละอุต จะดำน้ำลึกหาปลา หากุ้งมังกร เก่งมากถือว่า เป็นมือหนึ่งในการหาปลาเลยก้อว่าได้ แต่หลังจากเหตุการสึนามิที่ผ่านมา พวกเขาหากินเริ่มลำบากปลาแต่ก่อนที่มีมากเริ่มลดน้อยลง ไม่รู้เป็นเพราะไร (ยังไม่มีใครศึกษามากนักกับปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงใต้ทะเลหลังสึนามิ) ประกอบกับรัฐมีนโยบายจะพัฒนาเกาะลันตาให้เป็นเกาะท่องเที่ยวซึ่งได้รับอนิสงค์จากนโยบายของท่านแฟรง ซีเนต้าของ แมนซิตี้ ที่จะทำพื้นที่ในแถบอันดามันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เร่งฟื้นฟู บูรณะเกาะต่างๆในอันดามันเพื่อที่จะทำให้เหมือนเกาะภูเก็ต ซึ่งตอนนี้น่าจะเป็นของต่างชาติแล้วครึ่งเกาะครับ จะมีการตัดถนนรอบเกาะ ทำกระเช้าลอยฟ้า ทำท่าจอดเรือ ทำอะไรสารพัดครับ ถ้าทุกคนมีโอกาสไปลองไปดูช่วงนี้นะครับ สร้างกันใหญ่เลย เพื่อต้อนรับฤดูการท่องเที่ยวที่จะมาถึง สถานที่สำคัญต่างๆของ ชาวเล ถูกรุกรานค่อนข้างมาก ศาลเจ้าโต๊ะบาหลิวซึ่งเป็นสถานที่สิ่งสถิตของบรรพบุรุษของ โอรัง ละอุต เริ่มถูกเบียดด้วยท่าเทียบเรือ หรือบริเวณที่ฝังศพก็ถูกเบียดเบียนจากนายทุนโรงแรมต่างๆ นอกจากนั้นการเข้าไปช่วยเหลือขององค์กรเอกชนต่างๆ หลังสึนามิ สร้างปัญหาให้กับชาวเลหลายอย่าง อาทิ การสร้างบ้านให้ชาวเลขององค์กรค์หนึ่งแทนที่จะสร้างติดทะเล และสร้างบ้านให้สอดคล้องกับวิถีชาวเล ซึ่งบ้านของชาวเลส่วนใหญ่จะอยู่ติดทะเล เนื่องจากเขาอยู่กินกับทะเล และต้องเฝ้าเรือซึ่งถือว่า เป็นเครื่องมือสำคัญมากในการออกเล บ้านส่วนใหญ่จึงต้องตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เล แต่มีองค์กรหนึ่งหวังดีครับ สร้างบ้านให้ชาวเลบนเขา และให้ชาวเลเซ็นสัญญารับมอบบ้านว่า ถ้าอยากได้บ้านต้องย้ายครอบครัวจากที่อยู่ติดทะเล มาอยู่บนเขาทั้งหมด และเปลี่ยนความเชื่อด้วย เพื่อที่จะได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หลังจากชาวเลเซ็นสัญญาแล้วก็นำสัญญากลับทันที ไม่มีสำเนาหรือหลักฐานใดๆไว้กับชาวบ้านเลย ชาวเลบอกกับผมว่า "การเซ็นสัญญาส่วนใหญ่ เราก็ไม่ได้ดู เขามาสร้างบ้านให้ บ้านหลังหนึ่งก็เป็นแสน ใครจะไม่เอาบ้าง ประกอบกับให้เงิน ให้สิ่งของช่วยเหลืออีกต่างหาก แต่มีเงื่อนไขก่อนรับต้องเซ็นก่อน พวกเราก็เลยเซ้นกันใหญ่เลยครับ" "ทั้งๆที่ดินแห่งนี้เป็นที่สมเด็จพระราชทานให้เรา อยู่ แต่ทำไมคนเหล่านี้ถึงต้องการที่เราขับไล่เราให้ออกจาทะเล เราเป็นชาวเลนะครับ ถ้าไม่อยู่ใกล้เล และเราจะเรียกตัวเราว่า โอรัง ละอุต หรือ ชาวเล ได้อย่างไร" นี้เป็นปัญหาที่ชาวเลกำลังเผชิญอยู่ครับ ซึ่งถ้าจะให้เล่าปัญหาที่ชาเล กำลังเผชิญในขณะนี้ เล่าสามวันก็ไม่หมดครับ ซึ่งข้อสังเกตก็คือ ปัญหาทุกอย่างไม่ได้เกิดจากตัวพวกเขาครับ แต่เป็นปัญหาที่ชาวเรา ชาว......หลายชาวนะครับ หยิบยื่นให้พวกเขาทั้งนั้น องค์กรค์เอกชนที่ดีก้อมีนะครับ ที่เข้าไปช่วยเหลือคลุกคลีกับชาวเล ไม่ใช้ว่าไม่มีเลยครับ องค์กรที่ดี ขอชมอย่างมาก ด้วยใจครับ ผมเล่ามามากแล้วมีภาพชาวเล หรืออูรัง ละอุตที่ เกาะลันตามาฝากด้วยครับ
บ้านสังกาอู้ ยินดีต้อนรับครับ สังกาอู้แปลว่า เหงือกปลากระเบนครับ
เส้นทางในหมู่บ้านสังกาอู้ครับ
บ้านเรือน โอรัง ละอุต จะติดกับเล ครับ
เรือทุกลำจะถูกผูกไว้หน้าบ้าน เป็นสัญญลักษณ์ในการแสดงถึงความพร้อมที่จะออกเรือตลอดเวลาครับ เพราะ ข้าคือชาวเล ครับ
มองออกไปนอกบ้านก็จะเห็นทะเลเลยครับ ช่วงที่สึนามิมาชาวเล บอกว่า คลื่อนทะเลสูงท่วมเกาะที่เราเห็นอยู่ไกลๆนู้นเลยครับ สูงขนาดไหนลองคิดเอาเองครับ
ผมนั่งคุยกับบังบุญ บังทิน แห่งบ้านสังกาอู้ ในช่วงเช้าครับ ได้บรรยากาศมากครับ ข้างหน้าเป็นทะเล ข้างหลังบ้านเป็นภูเขา นั่งกินกาแฟไปด้วย คุยกันไปด้วย ดีจังครับ
ลักษณะการตั้งบ้านเรือนของ โอรัง ละอุต จะเป็นลักษณะแบบนี้ครับ เป็นบ้านเดียวที่ยังคงสภาพอยู่หลังสึนามิครับ
นางรำรองแงงประจำหมู่บ้านครับ เขาจะรำช่วงพิธีลอยเรือช่วงประมาณเดือน 10 นะครับ การลอยเรือจะลอยตรงศาลโต๊ะอาโฆ๊ะ เบอราตัย หรือโต๊ะแหลมทอง เป็นการสื่อถึงการเคารพทะเลก่อนหาปลาครับ
เด็กชาวเลกำลังอาบน้ำกับย่าครับ ...
ดูรุ่นเล็กออาบน้ำแล้วมาดูรุ่นใหญ่อาบกันบ้างครับ
อาบน้ำเสร็จก็มาแต่งตัว ทาแป้งกัน สวย และน่ารักเชียวครับ
ศาลเจ้าโต๊ะบาหลิว เป็นศาลที่ชาวเลให้ความเคารพมากครับ ซึ่งถือว่าเป็นศาลของบรรพบุรุษของคน โอรัง ละอุต มีโต๊ะประจำอยู่ที่นี้สามองค์ครับ
องค์แรกเป็นผู้หญิงชื่อว่า โต๊ะอาโฆ๊ะ เบอราตัย องค์ขวามือเป็นชายชื่อ โต๊ะอีตับ ทั้งสององค์เป็นลูกศิษย์ของโต๊ะบาหลิวซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางครับ ทั้งสามองค์มีหน้าที่คอยปกป้องลูกหลานโอรัง ละอุต
ผู้ชาย โอรัง ละอุต จะหาปลาเก่งมากครับทั้งดำน้ำ ใช้อุปกรณ์หาปลาต่างๆ ชาวเลจะถูกฝึกตั้งแต่เด็กๆ ในการเรียนรู้วิถีการทำกินที่ผูกพันธ์กับเลครับ
เมื่อผู้ชายออกเลกลับมาผู้หญิงก็มีหน้าที่เอาปลาออกจากตาข่าย ต่างคนต่างช่วยกัน เป็นภาพที่ดูแล้วมีความสุขมากครับ
สิ่งที่ได้นอกก็จะมีปู ปูลาย ปูแดง ซึ่งทุกอย่างที่ได้กินได้หมดครับ ยกเว้นปลาดาว และปะการัง เมื่อติดมากับแห ชาวบ้านจะนำไปปล่อยลงทะเลทันทีครับ
และปลาปักกาเป้า ก็กินได้ด้วยครับเขาว่าอร่อยมาก แต่ต้องมีวิธีการทำ ชาวเลถือคติว่า ท้องของเรา ของครอบครัวเรา ต้องอิ่มก่อน เหลือจึงค่อยขาย หาปลา หาปู หากุ้ง หากั้ง ได้มาเท่าไหร่ไม่ว่า แต่คนในครอบครัวต้องได้กินก่อน ก่อนที่จะนำไปขาย
รูปสุดท้ายหนทางแห่งการเรียนรู้ยังต้องแสวงหาอีกมาก ผมจะก้าวต่อไปครับ เพราะโลกนี้มีอะไรน่าเรียนรู้อีกมากครับ ขอบคุณชาวเลที่ให้ความรู้ในครั้งนี้แก่เด็กบนดอยครับ ....
|
| ข้อมูลของผมครับ | ||
เป็นภาพที่คิดว่า Happy ครับ |
||
|
View All |
||
| สุดยอด | ||
พูดไม่ออกครับ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||