พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงสองวันที่ผ่านมา(4-5 ตุลาคม 2550) ผมมีโอกาสลงพื้นที่ เพื่อสำรวจ และค้นหาประเด็นในการพัฒนาการเรียนรู้ ในรูปแบบของการทำวิจัย เชิงพัฒนาฐานการเรียนรู้ของศูนย์วิจัยที่ผมกำลังพัฒนา (www.kawankita.net) พื้นที่ ที่ผมสนใจนั้น ได้แก่ พื้นที่อาศัยอยู่ของโจรจีนมาลายา หรือโจรจีนคอมมิวนิสต์ ที่พวกเรารู้จักกันดีนั้นเอง ลงสำรวจพื้นที่ด้วย และได้โอกาสเที่ยวด้วยครับ จึงแอบถ่ายรูปมาฝากทุกคนครับ เพราะช่วงนี้ เหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดค่อนข้างมาก ผมคิดว่า คนตอนบนไม่กล้าที่จะลงมาที่เบตงสักเท่าไหร่ ซึ่งผมถามชาวบ้านก็ได้รับคำตอบเช่นเดียวกันว่า คนไทยไม่ค่อยมาแล้ว เพราะเขากลัว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามา ก็คือ คนมาเลเซีย ซึ่งมากันทีหลายลำรถเลยครับ แต่คนไทยไม่มี จะหลงมาก็นานๆสักครั้ง ช่วงสองสามปีนี้ครับ ก่อนจะทัศนาภาพมาปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเบตงกันก่อนครับ อำเภอเบตง เป็นอำเภอขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลา นับเป็นอำเภอใต้สุดของประเทศไทย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร มีพื้นที่ด้านเหนือติดต่อกับอำเภอธารโต ด้านตะวันออกติดต่อกับอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ทิศใต้และทิศตะวันตกติดต่อกับรัฐเปรัก และรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย คำว่า "เบตง" (Betong) มาจากภาษามลายูว่า "Buluh Betong" หมายถึง ไม้ไผ่ หรือ ไผ่ตง (ซึ่งผมสันนิษฐานว่า พื้นที่เบตง ส่วนใหญ่ คงจะมีไผ่ตงจำนวนมาก ชาวบ้านเลยเรียกกันว่า เบตง แต่ปัจจุบันเหลือน้อยมากครับ หรือเกือบจะไม่มีแล้ว เพราะมีแต่ต้นยางครับ ทุกๆเขาที่รถผ่าน จะมีต้นยางพาราเต็มไปหมด และระหว่างพื้นที่ ก็จะแซมด้วย ต้นส้มบ้างเล็กน้อย (ส้มเบตงไงครับ) น่าจะเปลี่ยนชื่อ เป็นเมือง ส้มพารา คือ เอาต้นส้ม + ด้วยยางพารานะครับ ฮ่ะฮา ล้อเล่นครับ และแอบประชดเล็กๆครับ ) เล่ามากไปแล้ว ลองมาชมภาพ โอ เค เบตง ดูนะครับ
สัญลักษณ์สู่เมืองเบตงเริ่มแรกต้องพากันรอดอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์กันก่อนครับ
ทางเข้าอุโมงค์จะทอดยาวออกไป ประมาณ 3 กม.ครับ
ผ่านอุโมงค์ออกไปเราจะค่อยๆเห็นเมืองเบตงที่มองเห็นใกลๆนั้นก็คือ หอนาฬิกาครับ แต่กำลังปรับปรุงอยู่ครับ
วิวข้องบนอุโมงค์ครับ
ยามเช้าของเมืองเบตงจะเต็มไปด้วยหมอกครับ อากาศดีมาก เหมือนบ้านผมที่แม่ฮ่อง สอนครับ
ยามเย็นเมื่อพระอาทิตย์กำลังตกก็เช่นเดียวกันครับ สวยมาก ในภาพถ่ายบนพระตำหนักครับ
สัญลักษณ์สำคัญอีกอย่างของเมืองเบตงก็คือ ตู้ไปรษณีย์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศครับ ที่ผมถ่ายมานี้คือตู้ไปรษณีย์อันเก่านะครับ ส่วนอันใหม่ใหญ่กว่านี้ผมว่ามันไม่คลาสสิคเท่าอันนี้ครับ
ยามเช้าของที่นี้เด่นอะไรรู้หรือเปล่าครับ..... ของกินนั้นเองครับ ที่นี้มีของกินที่ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งอาหารจีน อาหารอิสลาม อาหารใต้ และอีกมากมายครับ ในภาพเป็นโรงแรมที่ผมนอนครับ คืนไม่กี่ตังค์เองครับ
ร้านแรกที่แนะนำครับ คือร้าน ติ่มซำเฮงแต๋เตี๋ยม ไม่แพงครับ ถูกมาก และอร่อยด้วย ร้านจะอยู่ใกล้กับหอนาฬิกาครับ
หน้าตาของอาหารจะเป็นแบบนี้ครับ
แต่หลังจากทานแล้วจะเป็นแบบนี้ครับ
คนเยอะๆ ไม่เยอะ นิยมไม่นิยม อร่อยไม่อร่อย ดูจากภาพเอาเองครับ มากันทั้งครอบครัวเลยครับ
ถ้าใครไม่ชอบติ๋มซำ เดินเข้าซอยมาอีกหน่อยจะเห็นร้านกาแฟ มีปลาท่องโก๋ร้อนๆ ตัวใหญ่ๆ จิ้มสังขยาถั่ว และโกปี ออ ร้อนๆ และชาจีน ก็ดูดีและอร่อยเช่นกันครับ
อ้อ! ลืมไปครับ ก่อนจะถึง ร้านกาแฟ มีร้านข้าวหมกไก่ และไก่ เนื้อ สะเต๊ะ ขายด้วยครับ อร่อยไม่แพ้กันครับ
หรือถ้าอยากดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ กลัวอ้วน ขอแนะนำร้าน เจ้เจียง อยู่ที่ตลาดสดเทศบาลเบตง เจ๊แกอัธยาสัยดีมากครับ มีน้ำสมุนไพร่จีน มีน้ำเต้าฮู้ เต้าส่วน ขายมากมายครับ แล้วแต่จะสั่ง นั่งทานไปด้วยคุยกับแกไปด้วยสนุกดีครับ "เจ๊รับรองเบตงไม่น่ากลัว มานะ วันหลังพาเพื่อนมาด้วยนะ" เจ๊แกบอกผมครับ
ในตลาดจะมีทั้งชาวจีน มุสลิม คนใต้ เอาของมาขาย อย่างภาพ ก๊ะแกมาจากธารโต เอาสะตอมาขายครับ
ภาพในตอนเช้า เราจะเห็นชาวเบตงนั่งตามร้านกาแฟ นั่งคุยกันเจียวจาวเชียวครับ เหมือนเมืองจีนเลยครับ ส่วนใหญ่คนที่นี้จะเป็นจีนแคระครับ แต่ใช้ภาษาจีนกลางในการสื่อสารกันครับ "เจ๊พูดไทยด้าย นิหน่อย" เจ๊เจียงแกบอกผมหน่ะครับ
หนุ่มๆ สาวๆ เบตงหล่อๆ สวยๆ กันทุกคนครับ ในภาพผมหล่อใหมครับ
ถ้าชอบแบตี๋ก็มีนะครับ ในภาพโพสท่านายแบบอายเลยหล่ะครับ
สาวๆ ก็สวยไม่แพ้กันครับ
นี้ก้อสวยอีกแบบครับ
สถานที่ท่องเที่ยวมีมากมายครับในเบตง ในภาพสวนดอกไม้เมืองหนาว หมู่บ้านปิยะมิตร 2 ครับ
ที่พลาดไม่ได้ก็คือ การเข้าไปเที่ยวที่อุโมงปิยะมิตรครับ เป็นอุโมงค์ที่โจรจีนคอมมิวนิสต์แต่ก่อนอาศัยอยู่ครับ
ในอุโมงค์จะเป็นแบบนี้ครับมีห้องต่างๆ เหมือนอุโมงค์ของชาวเวียตกงครับ ลักษณะคล้ายๆกันครับ แต่คนละพื้นที่ คนละการต่อสู้ครับ
นอกจากนั้นก็จะมีบ่อน้ำร้อนเบตงครับ คนจะมารวมตัวกันที่นี้เยอะครับ และมีอีกมากมายคราวหน้าจะเอามาฝากอีกครับ
|