พิมพ์หน้านี้
|
ในช่วงที่ผ่านมาผมไม่ได้ค่อยเข้ามา up-blog ซะเท่าไหร่ เพราะมีงานที่ต้องส่งค่อนข้างเยอะมาก แต่ถึงแม้งานจะเยอะก็มีเวลาไปท่องโลกกว้างอยู่บ้าง ถึงแม้โลกกว้างนี้จะกว้างแค่ประเทศไทย แต่ก้อถือว่าเท่านั้นพอครับ พอเพียงกับฐานะครับ เพราะตังค์และความสามารถไม่เอื้ออำนวย ผมได้ไปร่วมงานประเพณีเดือนสิบของคนปักใต้ ร่วมฮาลีรายอ ของพี่น้องไทยมุสลิม และเดินทางไปกินเจที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งในช่วงนี้ภาคใต้มีกิจกรรมค่อนข้างมาก หลากลายวัฒนธรรม หลากหลายความเชื่อ และหลากหลายเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ผมหลงใหล อยากมาก จึงจากแดนไกลจากเมืองสามหมอกมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ผมอยากเล่าให้ชาวบล็อกได้เรียนรู้กับสิ่งที่ผมไปพบไปเจอทุกอย่างให้หมดในครั้งเดียว แต่มันต้องค่อยเป็นค่อยไปใช้ไหมครับ เริ่มจากงานแรกก่อนแล้วกันนะครับ คือ งานทำบุญเดือนสิบ ของชาวปักษ์ใต้ ประเพณีนี้ เป็นการจัดกิจกรรมที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศว่า การทำบุญเดือนสิบที่ไหนก้อไม่เทียบเท่าได้กับ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่มาก แต่ที่ผมได้เข้าไปเรียนรู้นั้นไม่ใช้ที่แห่งนี้ แต่เป็นที่จังหวัดสงขลา เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ลูกศิษย์ผมมีญาติอยู่ ซึ่งผมว่า คงจะได้บทเรียนการเรียนรู้บทหนึ่งที่น่าสนใจ และจะได้เรียนรู้วิถีพื้นบ้านได้มากกว่า เพราะงานใหญ่ คนน่าจะเยอะครับ แต่ผมก็ตั้งใจไว้ว่า ปีหน้าต้องไปเที่ยวที่นครฯให้ได้ (ถ้าไม่ไปเรียนต่อซะก่อนนะครับ) การทำบุญเดือนสิบมีชื่อเรียกหลายอย่าง บางพื้นที่เรียกว่า ประเพณีทำบุญสารทเดือนสิบ หรือ ประเพณีชิงเปรต หรือ ประเพณีรับส่งตาย งานบุญเดือนสิบเป็นงานที่สำคัญอย่างมากงานหนึ่งของชาวปักใต้ ที่สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน มีความเชื่อว่า ในปลายเดือนสิบ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะญาติที่มีบาปมาก บุญน้อย หรือที่เข้าใจกันในนามของ เปรต จะได้รับการปล่อยตัวมาจากนรก ให้ขึ้นมาพบลูกหลานบนโลกมนุษย์ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 10 และให้กลับเมืองนรกในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านจึงให้มีการจัดงานทำบุญ 2 วันคือ วันรับ และวันส่ง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้อง แต่การทำบุญระหว่างวันรับ (แรม1 ค่ำ เดือน 10) และวันส่ง (แรม 15 ค่ำ เดือน 10) จะมีความแตกต่างกัน ชาวบ้านจะให้ความสำคัญกับงานบุญวันส่งมากกว่า วันรับเพราะถือว่าสำคัญกว่า งานบุญเดือนสิบชาวบ้านจะให้ความสำคัญอย่างมา ต้องตื่นแต่เช้า ตี 1 ตี 2 เพื่อมาเตรียมข้าวของเพื่อการทำบุญ ญาติที่อยู่ใกล้หรือไกลก็จะเริ่มกลับบ้านเกิด เพื่อมาร่วมงาน จึงถือได้ว่า เป็นงานหนึ่งที่มีการชุมนุมของเครือญาติ ของคนปักใต้ แต่ถ้าคนไหนมาไม่ได้ ก็จะฝากบุญญาติมาทำให้ การทำบุญจะเริ่มจาก การเตรียมงาน จะมีการจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ในการทำบุญ จะตรงกับวันแรม 13 ค่ำเดือน 10 เรียกว่า วันจ่าย หลังจากวันจ่าย ก็จะนำข้าวของที่ซื้อมา มาจัดสำรับ หรือ หมรับไปวัด ในสำรับ ในถาดก็จะมี ข้าวสาร หอม กระเทียม พริก เกลือ ปลาเค็ม ผลไม้ และที่สำคัญจะต้องมีขนม 5 ชนิด คือ ขนมพอง (เปรียบเหมือนแพ) ขนมลา (เครื่องนุ่งห่ม) ขนมกง (เครื่องประดับ ตุ้มหู) ขนมดีซำ (เปรียบเป็นเงิน ไว้จ่ายเป็นค่าผ่านทาง) และขนมบ้า (เปรียบเหมือนของเล่นให้ บรรพบุรุษได้เล่น เพื่อความสนุกสนาน) ซึ่งแต่ละขนมจะมีความหมายอยู่ในตัวของมัน และมีความสำคัญในการอุทิศแก่บรรพบุรุษ วันงานจึงยก หมรับ หรือสำรับไปวัด เพื่อนำไปตั้งให้เปรตที่ ลานเปรตที่ทางวัดจะจัดไว้ให้ ซึ่งก่อนจะนำไปไว้ลานเปรตต้องถวายภัตตาหารให้พระก่อน หลังที่มีการตักบาตร ถวายภัตตาหาร และทำพิธีทางสงฆ์ เรียบร้อยแล้ว ก็จะเอาสำรับที่เตรียมไว้ให้เปรตไปตั้งตากำแพงวัด ทั้งในและนอกวัด (แต่ปัจจุบัน วัดจะจัดสถานที่ให้วางไว้ เขาเรียกว่า ลานเปรต) โดยการถวายนั้นจะต้องให้พระสวดบังสุกุลแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปให้เปรตก่อน เมื่อเสร็จพิธีทางสงฆ์ เด็กๆ คนหนุ่มคนสาว หรือชาวบ้านทั่วไป จะเข้ามากรูกันแย่งอาหารที่วางไว้ตรงลาน บางพื้นที่เห็นชาวบ้านเล่าว่า จะสร้างเป็นฐานสูง เรียกว่า หลาเปรต เวลาชาวบ้านเข้าไปแย่งอาหารจะต้องปีนเสาขึ้นไปเอาสนุกสนานมาก ซึ่งการแย่งอาหารในช่วงนี้เขาเรียกว่า การชิงเปรต เป็นการแย้งอาหารเปรตกินนั้นเอง หลังจากมีการ ชิงเปรต เสร็จจะมีพิธีสำคัญอีกประการคือ การส่งตายาย โดยเครือญาติของแต่ละตระกูลจะไปรอพระอยู่ที่บัว (ที่ไว้อัฐิของบรรพบุรุษของแต่ละตระกูล) ในการส่งจายายนั้นจะให้พระมาสวดบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษที่ล่วงรับไปแล้ว เป็นเสร็จพิธี บางที่อาจจะมีการแห่ต้นกฐินเข้าวัดอีกก็ได้ แล้วแต่ละพื้นที่จะดำเนินการ ผมมีภาพที่ไปถ่ายมาในการร่วมงานอวดด้วยหละครับ วัดที่ผมไปเที่ยวชาวบ้านเรียกว่า วัดผาสุกาวาส หรือวัดบ่อดานออก ตั้งอยู่ที่ อำเภอสะทิงพระ จังหวัดสงขลา เชิญทรรศนาได้ครับ (ภาพไม่สวยแต่อยากโชว์ครับ ฮ่ะฮา)
รูปนี้วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานีครับ ซึ่งเดือนสิบเงียบมาหลายปีแล้วครับ
ก่อนไปวัดจะมีการนำอาหารมาไหว้บรรพบุรษที่บ้านก่อนครับ โดยเฉพาะบรรพบุรุษที่เป็นโนรา
พระพุทธศาสนาคงจะอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป
ชาวบ้านมาทำบุญมาก แรงศรัทธาล้นหลามครับ
ชาวบ้านเอาอาหารมารวมกัน ขนมลา ขนมบ้า ขนม..... เยอะมากครับ
อาหารถวายพระเยอะมาก ตามแรงศรัทธาของชุมชน
ได้เข้าวัด ฟังธรรม อุ่นใจครับ
แรงศรัทธามากไม่มากดูจากภาพเองครับ
หลังจากเอาอาหารถวายพระ บางส่วนจะนำมาไว้ที่ลานเปรตครับ
ลานเปรตทางวัดจะจัดเตรียมให้ครับ บางพื้นที่ทำเป็นลานสูงครับ แต่ที่นี้แบบ Basic ครับ
บางคนจะนำขนมใส่ถาด แต่เดี๋ยวนี้จัดใส่ถุงสะดวกกว่าคับ
ขนมมันเยอะจริง จะเอาชิ้นไหนดีหว่า
แก๊งผมพร้อมแล้วครับ ในการแย่งเปรตครับ
ส่วนผมขอกินติมหมดก่อนนะ
นีคือบัวที่ไว้ อัฐิของบรรพบุรุษของแต่ละครอบครัว
ตอนเช้วครอบครัวแต่ละที่จะพากันมาไหว้บรรพบุรุษก่อนครับ
นำดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้ครับ
ทางวัดจะจัดบาตรมารอเพื่อให้อุบาสก อุบาสิกามาตักบาตร
หนูก็มาวัดนะค่ะ แต่เริ่มง่วงแล้วคะ
หนูได้กินขนมเยอะเลยค่ะ
สาธุๆๆๆสาธุ
หมั่นทำบุญนะคะ จะได้สวยขึ้น สวยขึ้น
หลังจากถวายภัตตาหาร ตักบาตรแล้ว บังสะกุลให้เปรตแล้ว ก็ถึงเวลาแย่งเปรตครับ
คุณยายผมแย่งไม่ได้เลยครับ
หมดแล้วครับ แย่งไม่ทัน
ผมได้รถมาขับหนึ่งคันครับ
เหลือให้ตาบ้างใหมเนี๊ย
เฮ้อ ! เหนื่อย แย่งไม่ทัน
ผมหล่อใหมครับ
เขาทำอะไรกันหว่า?????
หนูไม่รู้
|
| ข้อมูลของผมครับ | ||
เป็นภาพที่คิดว่า Happy ครับ |
||
|
View All |
||
| สุดยอด | ||
พูดไม่ออกครับ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||