วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550
คิดยังไงกับการฝังชิปสุนัขบ้านในเขตกรุงเทพมหานคร
Posted by
annyny
,
ผู้อ่าน : 86
, 13:15:33 น.
พิมพ์หน้านี้
|

คิดยังไงกับการฝังชิปสุนัขบ้านในเขตกรุงเทพมหานคร เพราะอยากรู้ถึงความรู้สึกของคนรักหมาด้วยกันเหมือนอย่างเรานะ ลองอ่านเรื่องจากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 2550 หน้า 33 แล้วเพื่อนๆ คิดกันอย่างไรบ้างอยากจะให้แสดงความคิดเห็นดูนะค่ะ ////////////////// ฝังชิปหมา-กรุง ปัญหามะหมาแก้ได้จริง???
โดย ชมพูนุท นำภา
สร้างความโกลาหลให้กับบรรดาคนรักหมาไม่น้อย เมื่อได้ยินข่าวจริงบ้าง ลือบ้าง เกี่ยวกับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าให้มี การฝังไมโครชิปหมา หรือ เรียกสั้นๆ ว่า "ฝังชิป" นั่นเอง
คลีนิคสัตวแพทย์หลายแห่งรับโทรศัพท์ไม่หวาดไม่ไหว ต้องคอยตอบคำถาม อาทิ "ทำไมต้องฝังชิปด้วย"
"ฝังชิปแล้วมีประโยชน์อะไร?" "ถ้าไม่ติดจะโดนปรับไหม?" "ถ้าไม่ทำจะโดนปรับ 5 พันบาทเลยเหรอ?"
และอีกสารพัดคำถามที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งในโรงพยาบาลสัตว์และตามคลีนิคสัตวแพทย์ ต้องปวดหัวไปด้วย
เพราะในเวลานั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหลายยังคงมึนงงกับข่าวเรื่องการฝังชิปหมาไม่แพ้ชาวบ้านชาวช่องสักเท่าไหร่
งานนี้ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร อธิบายเบื้องต้น ว่า 29 กันยายนซึ่งเป็นวันแรกในการเปิดให้ประชาชนพาหมาไปฝังชิป
การฝังไมโครชิปนั้น ถือเป็นใบรับรอง มีการระบุข้อมูลของสุนัขตัวนั้นๆ เพื่อนำไปจดทะเบียนสุนัขต่อไป เป็นความต่อเนื่องมาจากข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ.2548
หมายถึงการ ควบคุมจำนวนสุนัขบ้าน หรือ สุนัขที่มีเจ้าของ เป็นการลดปัญหาหมาจรจัดที่นับวันยิ่งเพิ่มจำนวนและสร้างปัญหาไม่จบสิ้น
เพราะกรุงเทพมหานครเองก็รู้ว่า เรื่องนี้มีแรงต้านมากมาย จึงต้องใช้วิธีดึงดูดประชาชน ด้วยการจัดโปรโมชั่นชุดใหญ่ โดยหมา 50,000 ตัวแรก นำไปฝังไมโครชิปฟรี หลังจากนั้นใครนำหมาไปฝังไมโครชิปต้องเสียค่าใช้จ่ายตัวละ 150 บาท ตามกฎบัญญัติที่กำหนดไว้
ทำให้บรรยากาศที่ฝ่ายควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถนนมิตรไมตรี ดินแดง คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากที่สื่อเผยแพร่ข่าว โดยเปิดให้รับบัตรคิวตั้งแต่เวลาแปดโมงครึ่ง ถึงบ่ายสามโมง
ประชาชนต่างนำหมาของตนมาคอยรับบัตรคิวตั้งแต่เช้าตรู่ บรรยากาศจึงค่อนข้างวุ่นวาย เสียงเซ็งแซ่ทั้งหมาทั้งเจ้าของระงมไปทั่ว
ขณะที่จำนวนเจ้าหน้าที่มีน้อยอยู่แล้ว จึงต้องเจียดกำลังคนจากการทำหมันหมาแมว มาทำหน้าที่ฝังไมโครชิปด้วย แต่ก็ยังมีปัญหาสำหรับเจ้าของหมาที่นำเอกสารมาไม่ครบ เลยทำให้เสียเวลาช้าไปอีก ทำให้วันหนึ่งๆ เจ้าหน้าที่ฝังชิปสุนัขได้เพียงวันละประมาณ 300 ตัว
วิธีการฝังชิป ต้องใช้เข็มที่ใหญ่กว่าปกติ ฉีดเข้าใต้ผิวหนังสุนัข เพราะไมโครชิปมีขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร กระบวนการจึงยุ่งยากกว่าการฉีดยาทั่วไป
หมาตัวไหนว่านอนสอนง่ายก็สบายหน่อย แต่ถ้าตัวไหนดุร้าย ต้องเหนื่อยกันทั้งเจ้าของ ทั้งหมา บางตัวคำรามขู่ฮึ่มๆ ไม่ยอมให้จับ เจ้าของต้องมัดปากเจ้าตูบไว้เป็นที่โกลาหลวุ่นวาย
แม้ว่าประชาชนบางส่วนจะเริ่มตื่นตัว แต่ยังมีประชาชนอีกหลายส่วนที่ยังไม่กระจ่างกับข้อบัญญัตินี้นัก คนรักหมาจำนวนมากยังกังขาว่า หากผู้ที่มีใจเมตตาเก็บหมาจรจัดไปเลี้ยงจะต้องรับภาระการฝังไมโครชิปด้วยหรือไม่
เพราะตอนหนึ่งของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กำหนดว่า คำจำกัดความของคำว่า "เจ้าของสุนัข" หมายรวมถึง ผู้ครอบครองสุนัข หรือ ผู้ให้อาหารสุนัขเป็นประจำก็ถือเป็นเจ้าของสุนัขด้วย
เมื่อถือว่าเป็นเจ้าของสุนัขแล้ว หากไม่นำเหล่าหมาจรจัดนั้นไปฝังไมโครชิป หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ถือว่า ฝ่าฝืนข้อบัญญัติ กทม. ต้องมีโทษตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535
คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข่าวการฝังไมโครชิปครั้งนี้จึงถือเป็น ข่าวสะเทือนขวัญคนรักหมา โดยเฉพาะหมาจรจัดเป็นอย่างยิ่ง
เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา สถาบันไทยคดีศึกษา จัดโครงการสัมมนาเรื่อง "ฝังชิปหมาเพื่อใคร" โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายด้าน ตั้งแต่ ประสาน บำรุงพันธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. นายสัตวแพทย์ อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ประจำสำนักพระราชวัง ในฐานะคณะกรรมการกำหนดคุณสมบัติไมโครชิป กทม. สัตวแพทย์หญิง สุนิสา สุภาวงศ์ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นผู้คลุกคลีกับหมาจรจัดเป็นเวลา 5 ปีเต็ม และ ดนัย อนันติโย จากสภาทนายความ ร่วมถก ร่วมตอบสารพันปัญหาที่ยังค้างคาใจคนรักหมา โดยมีดาราสาว "เก๋" ชลลดา เมฆราตรี ที่รักหมาและรับอุปการะหมาจรจัด เป็นผู้ดำเนินรายการ
คนแรก สัตวแพทย์หญิง สุนิสา สุภาวงศ์ หรือ "หมอนก" กล่าวว่า เข้าใจว่าการฝังไมโครชิปเป็นหนึ่งทางเลือกในการที่จะระบุที่มาที่ไปของหมา แต่เมื่อมามองเป็นสองกลุ่ม คือ หมามีเจ้าของ กับ หมาจรจัด วิธีการจัดการคงจะทำเหมือนกันไม่ได้
"ถามว่าตามฟาร์มหมาใหญ่ๆ ที่เราเห็นโฆษณากันมากมายนี้ กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมถึงไหม เพราะหลายครั้งที่ขายไม่ได้ ก็เอาลูกหมาไปปล่อย หรือเจ้าอาวาสที่เลี้ยงหมาจรจัดในวัด ท่านต้องนำไปฝังไมโครชิปหรือไม่ ถ้าไม่นำไปฝังชิปท่านจะถูกปรับไหม ที่สำคัญนิสัยคนไทยหากไปเห็นหมาตัวหนึ่งเดินตามถนน ถามว่ามีใครคิดจะอุ้มหมาตัวนั้นไปสแกนเพื่อหาเจ้าของไหม" หมอนกตั้งคำถามเบื้องต้น
ด้าน ดนัย อนันติโย ทนายความ ตั้งข้อสังเกต ว่า กฎหมายนี้ไม่ชัดเจนและไม่เสมอภาค เพราะใช้เฉพาะ กทม. คนที่รู้กฎหมายก็อาจจะผลักหมาที่ต้องรับผิดชอบไปเขตนนทบุรี หรือเขตติดต่อจังหวัดอื่น จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ
"อีกข้อหนึ่งที่กำหนดว่าข้อบัญญัติไม่ให้ใช้บังคับแก่สุนัขของทางราชการ ผมว่ามันไม่เสมอภาค แม้แต่หมาก็ยังแบ่งชนชั้น? ยิ่งตอนนี้เป็นยุคอมาตยาธิปไตย หมาก็มีหมาอมาตยาธิปไตยด้วย ซึ่งโดยหลักแล้วศักดิ์ศรีของหมาต้องเท่ากันใช่ไหม?"
"สมมุติว่า สุนัขของทางราชการไปออกลูกแล้วคนเอาไปเลี้ยง แล้วต้องฝังชิปหรือไม่ เพราะพ่อแม่เขาเป็นสุนัขทางราชการ มันจะมีปัญหาเรื่องการตีความ อ้างว่าเป็นลูกของสุนัขทางราชการ ฉะนั้นลูกหมาตัวนี้ก็เลยไม่ต้องฝังชิป" ดนัยให้ความเห็น พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่นห้อง
ที่ร้ายกว่านั้น คือ คนที่เอาอาหารให้สุนัขเป็นประจำ ถือว่าเป็นเจ้าของด้วย ถ้ากฎหมายนี้ออกมา เกิดเทศกิจไปจับคนให้อาหารสุนัข แล้วคนให้อาหารไม่ได้พาสุนัขไปติดไมโครชิป โดนปรับถึง 5,000 บาท ตามกฎหมาย ดนัยว่าเป็นเรื่องสร้างภาระให้กับประชาชนอย่างมาก
"ผมว่าระเบียบและข้อบัญญัติ กทม. โดยหลักควรจะรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน"
ด้าน ประสาน บำรุงพันธ์ ผู้รับผิดชอบโดยตรงอธิบายข้อสงสัย ว่า ตอนนี้คนสับสนมากเกี่ยวกับข้อบัญญัติฉบับนี้
จริงๆ แล้วข้อบัญญัติฉบับนี้ การฝังไมโครชิปเน้นเฉพาะสุนัขมีเจ้าของ ไม่เกี่ยวข้องกับสุนัขจรจัดแต่ประการใด
"การออกกฎหมายนี้ บอกตั้งแต่แรกว่าเราเน้นเรื่องความรัก ความรับผิดชอบของคนเป็นเจ้าของสุนัขบ้านที่จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปลายปี 2549 พบว่ามีสุนัขบ้านใน กทม.จำนวน 830,000 ตัว ส่วนหมาจรจัดมีประมาณ 130,000-140,000 ตัว ซึ่งบรรดาสุนัขจรจัดเหล่านี้มันเกิดจากสุนัขบ้านที่คนเลี้ยงทิ้งมา ดังนั้นถ้าไม่มีกฎหมายควบคุมสุนัขมีเจ้าของ ก็จะมีการปล่อยสุนัขโดยที่ไม่มีกฎระเบียบวางเป็นแนวทางปฏิบัติไว้"
เรื่องนี้จึงเป็นส่วนสำคัญในการที่จะช่วยควบคุมการเติบโตของสุนัขจรจัด ซึ่งเป็นภาระของสังคม การฝังไมโครชิปจึงเป็นส่วนเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อเนื่องในการแก้ปัญหาสุนัขจรจัด
ซึ่งในส่วนของหมาจรจัดที่มีอยู่ใน กทม.ประมาณ 130,000-140,000 ตัวนั้น รอง ผอ.สำนักอนามัย ได้อธิบายต่อว่า ปัจจุบัน กทม.ได้ดำเนินการ 3 วิธี คือ 1.จับสุนัขจรจัดฉีดวัคซีนทำหมัน และถ้าไม่ใช่สุนัขกัดผู้คน จะส่งกลับไปไว้ที่เดิม ที่เรียกกว่าสุนัขซอย สุนัขชุมชน ซึ่งมีปริมาณมากพอสมควร
2.เมื่อทำหมันฉีดวัคซีนแล้ว จะส่งไปไว้ที่ศูนย์เลี้ยงเขตประเวศ ซึ่งรับได้เต็มที่ 2,500 ตัว 3.นำไปไว้ที่ศูนย์พักพิงสุนัข ที่ตำบลโคกหม้อ ต.ทับทัน จ.อุทัยธานี ซึ่งตอนนี้สร้างบ้านสุนัขเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท รับสุนัขจรจัดได้เต็มที่ประมาณ 8,000-10,000 ตัว
"ส่วนประเด็นเจ้าอาวาส หรือคนดูแลสุนัขจรจัด เราถือว่าเป็นส่วนหลังๆ ไม่ใช่ส่วนแรกที่รีบดำเนินการ หากให้อาหารชั่วคราวก็คงไม่เข้าข่าย แต่ที่กำหนดไว้เพราะมีกรณีสุนัขเหล่านี้ไปกัดคน แล้วหาคนรับผิดชอบไม่ได้"
สำหรับเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ รองประสานบอกว่า จัดซื้อเครื่องอ่านไมโครชิปมาเรียบร้อยแล้ว โดยนำไปไว้ที่ส่วนกลาง และจัดให้สำนักงานเขต เขตละ 1 เครื่อง
"ยอมรับว่าเฉพาะ กทม.เองไม่สามารถควบคุมแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดได้ทั้งหมด ฉะนั้นเราก็ให้ความร่วมมือ กับชมรมผู้เลี้ยงสัตว์ ขณะนี้ กทม.เองได้ตั้ง กองทุนช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัด เพื่อช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัด ซึ่งปัจจุบันมีเงินอยู่ 2 ล้านกว่าบาท และส่วนหนึ่งที่สำคัญ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินจากการขายเสื้อคุณทองแดงให้จำนวน 3 แสนกว่าบาทด้วย" รอง ผอ.สำนักอนามัยกล่าว
ด้าน นายสัตวแพทย์ อลงกรณ์ มหรรณพ กล่าวว่า กฎหมายเรื่องไมโครชิป จุดประสงค์จริงๆเป็นการคุมสุนัขที่มีเจ้าของ ซึ่งจะคุมได้ง่ายกว่าสุนัขจรจัด เพราะตัวที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ คือสุนัขที่มีเจ้าของ คือคนเลี้ยง เมื่อหมาออกลูกออกหลาน พอเบื่อแล้วก็ทิ้ง ฉะนั้นจำนวน 830,000 ตัวนี้ เราต้องควบคุมให้ได้ก่อน แล้วถ้า กทม.ควบคุม 830,000 ตัวได้ พวกจรจัดก็จะลดลงไปเรื่อยๆ แต่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ ไม่ใช่เอาค่าปรับ 5 พันบาท กับจำคุก 2 เดือนมาขู่ เพราะจะทำให้เกิดการต่อต้านจากประชาชนค่อนข้างมาก และจะมีปัญหาตามมา
เรื่องของการฝังไมโครชิปสุนัข ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของปัญหาสุนัขจรจัด เพราะแท้ที่จริงแล้ว "คน" คือต้นเหตุสำคัญในเรื่องนี้
การสร้างจิตสำนึกสาธารณะ ก็เป็นเรื่องยากในการดำเนินการ เพราะต้องใช้เวลา ดังนั้นแม้จะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่การฝังชิปก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
หรือคนรักหมาว่าไง
การจดทะเบียนสุนัขในกรุงเทพมหานคร
สำหรับหมาที่ต้องจดทะเบียน เป็นหมาที่มีอายุไม่น้อยกว่า 120 วัน เจ้าของต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 1 ปี นับจากวันที่ประกาศให้มีการจดทะเบียน คือ วันที่ 29 กันยนยน 2550
ขั้นแรก เจ้าของต้องนำหมาไปฝังไมโครชิป จากสัตวแพทย์ที่กองสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย หรือคลีนิคสัตวแพทย์เอกชน
ขั้นที่สอง เจ้าของหมาต้องเตรียมเอกสาร ประกอบด้วยใบรับรองการฝังไมโครชิป สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของ สำเนาทะเบียนบ้านที่หมาอาศัยอยู่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน กรณีที่เจ้าของหมาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน และใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่เกิน 1 ปี
ให้นำไปยื่นที่กองสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย หรือสำนักงานเขตพื้นที่ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้บันทึกรายละเอียดชื่อเจ้าของ ที่อยู่ที่หมาตัวนั้นอยู่อาศัย รูปพรรณสัณฐานของหมา และรหัสไมโครชิป
จากนั้นเจ้าของจะได้รับบัตรประจำตัวหมาเก็บไว้
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายข้อ เช่น สุนัขควบคุมพิเศษ หรือกรณีที่ต้องเปลี่ยนที่อยู่ หรือเปลี่ยนเจ้าของ สอบถามรายละเอียดติดต่อสำนักอนามัย กทม. โทร.0-2245-3311 หรือ 0-2248-7417
นานาทรรศนะของคนรักหมา
- อภิญญา กลิ่นฟุ้ง
พนักงานรัฐวิสาหกิจ เลี้ยงหมาจรจัดในซอยหมู่บ้านประชานิเวศน์ 1
"เลี้ยงหมาอยู่ 3 ซอย มีถึง 40 ตัว ซึ่งทั้งหมดที่รับผิดชอบทำหมันแล้ว 22 ตัว ตัวที่จับได้ก็จะฉีดยาให้ แต่พอมีข่าวการฝังชิป แล้วไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง จากวันเสาร์ที่ 29 กันยายน ถึงวันที่ 6 ตุลาคม มีคนเอาสุนัขมาปล่อยแล้ว 12 ตัว ในซอยที่ดิฉันเลี้ยง เป็นลูกหมา 8 ตัว และแม่หมาอีก 4 ตัว ซึ่งทุกครั้งที่ดิฉันเอาไปทำหมัน ก็เป็นทุนทรัพย์ของตัวเองและบ้านข้างเคียง ทีนี้จะทำยังไงกับหมาที่มันเพิ่มมา บ้านที่ไม่ชอบก็จะร้องเรียน สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาในซอย ในชุมชน จากที่เคยควบคุมได้ พอเยอะเข้าก็ควบคุมไม่ได้ บางครั้งรู้สึกฝันร้าย อยากจะย้ายบ้านหนี เสียใจกับคนที่เลี้ยงแล้วไม่ดูแล"
- เจริญจิตต์ ฐาปนาทร
อดีตพยาบาล อายุ 76 ปี
"กฎหมายนี้ออกมาทำให้คนเห็นแก่ตัว ขาดเมตตา ถ้าจะฝังควรจะฝังพวกฟาร์มเลี้ยงหมา เพราะพวกนี้พอลูกหมาออกมาไม่แข็งแรง บางตัวกระดูกอ่อน ก็เอาไปปล่อยวัด นี่เห็นเลยที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ หลักสี่
ส่วนพวกที่เมตตาเลี้ยงหมาตามถนน พวกนี้มีใครคิดไหมว่าเขาเหนื่อยมาก อย่างที่บ้านฉันก็เก็บหมาสามขา ตาบอดมาเลี้ยง บางตัวมีอาการชักทุกสิบวัน อย่างนี้แล้วจะให้หิ้วไปฝังไมโครชิปอีกเหรอ? ฝังเพื่ออะไร?
การที่เราเก็บสุนัขไปเลี้ยง คือเรามีเมตตา แล้วเหตุใดต้องเอาไปฝังชิป แล้วที่เลี้ยงแบบนี้ก็มีเป็นร้อยๆ บ้าน คนพวกนี้ไม่มีใครร่ำรวยสักคน
พวกเราเวลาถูกร้องเรียนที เทศกิจมาทำท่าขอเท่านั้นเท่านี้ ทั้งซอยร้อยบ้านรักหมา แต่บ้านเดียวเกลียด เขาให้คนทั้งบ้านช่วยกันโทร.ร้องเรียน เรื่องแบบนี้ควรจะรู้บ้างนะ คนที่เขามีเมตตาเลี้ยงเพื่ออะไร ไม่ใช่เอะอะก็ปรับ จะให้หมากินก็ยังไม่มี ตัวเองทั้งทนอดและอดทน" ////////////////////////////////////////////////
|