พิมพ์หน้านี้
|
พบสุขอย่างง่าย...สบายสบายใส่ตัว ทุกวันนี้เรามีเป้าหมายของชีวิต เพื่อให้ตนเองมีความสุข เพื่อความสบาย เพื่อให้มีอาหารการกิน เพื่อให้มีที่อยู่อาศัย เพื่อให้มีเสื้อผ้าใส่ เพื่อให้มียารักษาโรค และเพื่อให้มียานพาหนะต่าง ๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อรายได้งามๆ ไปซื้อของต่าง ๆรวมทั้งการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ สารพัดจะอยากได้ใคร่ดีทั้งนั้น ชีวิตพยายามแสวงหาความสุขด้วยการนำวัตถุไปแลกมา ตัวอย่างเช่น อยากได้บ้านหลังใหม่ รถคันใหม่ต้องหาเงินไปซื้อมา หรืออยากไปต่างประเทศ อยากไปเที่ยวทะเล อยากไปดูละคร อยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่ กระเป๋า รองเท้า กางเกง สารพัดจะต้องใช้เงินซื้อมาทั้งสิ้น แต่ใครเล่าจะมีเงินมากมายเพื่อซื้อหาขอเหล่านี้จนพอ มีบ้างบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคน ฉะนั้นชีวิตกลับเต็มไปด้วยความสุขอันน้อยนิด สุขเพียงฉาบฉวย เรากลับพบความทุกข์เพราะอยากได้ใคร่ดี ทุกข์จากความหิว ทุกข์จากขับถ่าย ทุกข์จากการนอนไม่หลับ ทุกข์จากความเจ็บป่วย ทุกข์จากความอกหักรักครุด ทุกข์จากความไม่สมหวัง ทุกข์ไม่มีเงินซื้อรถ บ้าน เสื้อผ้า รองเท้า ลงทุนทำธุรกิจ อยากได้แหวนเพชร นั่นแหละสารพัดทุกข์ที่จะเกาะกินกายและใจ คนส่วนใหญ่หาสุขด้วยการซื้อความสุข ลองมาดูวิธีหาความสุขแบบฟรีฟรี ค้นหาสุขแบบง่าย ๆ สบาย สบาย ดังนี้ รู้จักยิ้ม เป็นการลงทุนน้อยกำไรมากที่สุด เพราะทุกครั้งที่คุณยิ้มหัวเราะร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดชื่น เป็นการชะลอความเสื่อมของสังขารได้หรือชะลอความแก่นั่นเอง เด็ก ๆ มักจะยิ้มและหัวเราะมากวันละ 100-300 ครั้ง เพราะโลกของเด็กเป็นโลกแห่งความสุข เด็กจะมีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ ง่าย ๆ กับธรรมชาติและสิ่งรอบตัว ส่วนผู้ใหญ่หัวเราะน้อยมาก 5-10 ครั้งต่อวัน ผู้ใหญ่มัวแต่คิดโน่นคิดนี่จนลืมความสุข วิธีหาความสุขง่าย ๆ แบบนี้อย่าลืมละ และขอเสนอธีทำบุญแบบพิเศษ คือ ทำบุญด้วยรอยยิ้ม ยิ้มถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระพุทธรูปที่ท่านกราบไหว้ ไม่ต้องมีเงินทอง แต่มีรอยยิ้ม เท่านี้ก็เป็นบุญอันยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว นี่เรียกว่าถวายยิ้มทำบุญ ยิ้มเป็น ยิ้มฉลาด ยิ้มเพื่อชะลอความแก่ รู้จักยอม หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า ยอมให้เป็นเย็นให้ได้ ประโยคนี้ใช้ได้เสมอ การยอมคือการให้อภัย ให้อโหสิกรรมแก่ตนเอง และแก่ผู้อื่น ทำให้โลกสงบเย็นเป็นสุข ถ้าคนสองคนหรือคนสองกลุ่มทะเลาะกันไม่ยอมหยุดทะเลาะกัน บ้านก็วุ่นวาย สังคมก็วุ่นวาย เราต้องรู้จักยอมให้อภัยซึ่งกันและกัน ยอมเพื่อความสงบร่มเย็นของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ รู้จักลด การลดเป็นความพยายามให้การทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เช่น ลดการสูบบุหรี่จากวันละ 1 ซอง เหลือวันละ 1 ตัว หรือ ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว เพื่อให้มีพอกินพอใช้ หรือ ลดความรู้สึกเกลียดชัง หวงแหน อยากได้ใคร่ดีต่าง ๆ ให้ลดลง ทำให้ตัวเองมีความสุขเพิ่ม ถ้าเราอยากได้โน่นอยากได้นี่มาก ๆ ความอยากทำให้เป็นทุกข์เป็นร้อน ต้องดิ้นรนเพื่ออยากได้สิ่งต่าง ๆ แต่ถ้าเราลดความรู้สึกอยากลงแต่พอดี พอประมาณ ให้เหมาะสมกับฐานะของตนเองก็จะเป็นสิ่งที่สง่างาม ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในโลกจนเกินไป เราก็จะอยู่กับความสุขแบบเรียบง่ายในแบบพอเพียงตามวิถีธรรมชาติ รู้จักละ การละเป็นความพยายามในการละเว้นจากสิ่งที่ไม่ควรต่าง ๆ ทางกาย ทางวาจา และทางใจ เช่น ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักขโมย ละเว้นจากการประพฤติผิดทางกาม ละเว้นจากการดื่มสุราและของมึนเมา ละเว้นจากการพูดปด พูดส่อเสียด พูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย พูดเยาะเย้ยถากถางคนอื่น หรือคิดอิจฉาริษยาผู้อื่น คิดวางแผนปล้นชิงทรัพย์ ถ้าท่านทำได้ตัวท่านเองก็จะพบความสุข เพราะไม่ต้องถูกคนอื่นปองร้าย ไม่ต้องถูกตำรวจจับเพราะทำผิดกฎหมาย ไม่ต้องถูกเพื่อน ๆ โกรธเคืองเพราะพูดจาแย่ ๆ เห็นไหมถ้าท่านเพียงแต่ละสิ่งที่ควรทางกายวาใจ ท่านจะหลีกพ้นจากวิบากเวรกรรมต่าง ๆ ได้ รู้จักเลิก เป็นการหยุด ไม่ทำ ความชั่วทางกาย วาจา ใจ เป็นความสุขขั้นสูงกว่าการละ และการลด การเลิกหรือหยุดทำความชั่วเป็นสิ่งที่ท่านจะพบความสุขได้ในระดับสูงมาก และเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ยกตัวอย่างเลิกเที่ยวกลางคืน เลิกใช้เงินซื้อของฟุ่มเฟือย เลิกใช้ของยี่ห้อดังราคาแพง หยุดดื่มเหล้า หยุดสูบบุหรี่ นั่นเป็นวิธีค้นหาความสุขง่าย ๆ ใส่ตัว คุณและครอบครัวก็จะพบความสุข จง หยุด ตั้งแต่วันนี้ดีกว่า เลิกหรือหยุดทำความชั่ว รู้จักลืม การลืมเป็นวิธีการป้องกันจิตของมนุษย์ไม่ให้วิปลาส ถ้ามนุษย์เราจำสิ่งต่าง ๆ ที่เจ็บปวด ขมขื่นใจ ปวดร้าวใจ ทุกข์ทรมาน ถ้ารู้จักลืมสิ่งผิดพลาดที่เคยทำมาแล้วในอดีต จะทำให้แก้ไขปรับปรุงตัวเองได้เร็ว ในชีวิตไม่มีใครดีเลิศประเสริฐศรีสมบูรณ์แบบทั้งหมด ทุกคนต่างมีข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด ตัดสินใจผิด จงลืมและค้นพบสิ่งใหม่ที่ดีเพื่อชีวิต การลืมทำให้ใจเป็นสุข แต่มิใช่เป็นการลืมเพราะกายประสาทพิกลพิการ แต่ควรตั้งใจลืมเพื่อเริ่มต้นทำสิ่งที่ดี ยกตัวอย่างเช่น ของหายเพราะโดนขโมย อย่าไปเจ็บอกเจ็บใจอยู่นาน ๆ เลย ควรหาทางป้องกันบ้านเรือน เลิกคิดถึงของที่หายพอกันที ควรขยันทำมาหากิน เราก็จะมีความสุขกับชีวิตในปัจจุบัน จงลืมอดีต ให้อยู่กับปัจจุบัน เรียกว่าอยู่กับปัจจุบันธรรมและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด รู้จักโลก เราอยู่กับโลกต้องรู้จักโลก ต้องทำความเข้าใจว่าโลกนี้ประกอบด้วยโลกธรรม 8 ประการ คือ มีลาภ และเสื่อมลาภ มียศและเสื่อมยส มีนินทาและเสื่อมนินทา มีสรรเสริญและเสื่อมสรรเสริญ เราต้องรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมฉุดรั้งใจให้สูงขึ้น ตกต่ำลง เหมือนเราโดนจับแกว่งไปมาด้วยลาภ ก็ดีใจจนเฟื่องฟู พอเสื่อมลาภก็ร้องไห้ฟูมฟายจนฆ่าตัวตายได้ นี่แสดงว่าโลกมี 2 สองด้าน ด้านสุข ยกใจให้ดีใจ ปลื้มใจ ด้านทุกข์กดทับใจให้เสียใจ ไม่พอใจ เราต้องรู้ทันโลก ต้องรู้จักวางตัววางจิตไว้พอดีพอดี พอประมาณ วางใจให้เป็นแบบคนที่ อยู่กับโลกรู้จักโลกและเข้าใจโลก เรียกว่า อยู่ด้วยความเข้าใจ วางตัวให้เป็นเหมาะสมกับกา เวลา สมัย โอกาส รู้จักวาง นั่นคือ ช่างมัน พอกันที ต้องวางความรู้สึกให้เป็น ทำงานมากทำงานหนักและเหนื่อย พอถึงบ้านก็ต้องวางงาน ต้องช่างมัน พอกันทีเรื่องงาน ต้องรู้จักวางที่สำนักงาน พอถึงบ้านก็ทำงานบ้าน ดูแลเอาใจใส่ครอบครัว วิธีนี้ให้รู้จักวางความดีและความชั่วให้เป็น เช่น ทำความดีแล้วไม่ได้ดี เราก็ต้องรู้จักวางความดีที่เราทำให้เป็น ไม่ต้องตีอกชกปีกเพราะห่วงหรือติดความดี ทำดีแล้วดีพอ ไม่ต้องติดในความดีที่ตนทำเพื่อรอสรรเสริญจากคนอื่น ให้ความดีฉายชัดในใจเราเท่านั้นพอ หรือให้วางความชั่วให้เป็น มนุษย์เราไม่มีใครทำอะไรได้ดีสมบูรณ์แบบทั้งหมด เราอาจเคยทำผิดพลาด เคยหลงผิด เคยเข้าใจ เคยพูดผิด เคยคิดผิด เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องไปเสียใจจนเกินเหตุ วางความชั่วที่เคยทำไว้ในอดีต พอกันที เมื่อเราวางเป็นใจเราก็จะมีความสุขไม่คิดฟุ้งไปในสิ่งดีสิ่งชั่วต่าง ๆ เรียกว่า วางใจเป็นกลาง ๆ วางความดีความชั่วให้เป็นเพื่อชีวิตที่เป็นสุข รู้จักว่าง เป็นความสุขพิเศษ ที่หาได้ง่าย ๆ จากใจตนเอง หยุดคิด ว่างจากความรู้สึก ทำใจนิ่งเฉยไม่คิดปรุงแต่งตามอารมณ์ ความรู้สึก ลองทำใจให้ว่างจากอารมณ์ต่าง ๆ ไม่ติดในอารมณ์รัก โกรธ เกลียด หลง ชอบ ไม่ชอบ หยุดการปรุงแต่งของจิตทั้งหมด ไม่ใช่โง่หรือซื่อบื่อนะเข้าใจแต่ไม่ใส่ใจไม่ติดใจในอารมณ์ต่าง ๆที่เข้ามาเกาะเกี่ยว ถ้าทำใจแบบนี้ได้บอกได้เลยคุณ คือคุณพิเศษที่สุดในโลก แล้วจะค้นพบความสุขความสงบอันจริงแท้ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ชีวิตย่อมมีทางออกเสมอ อย่ากลัวเลย จงมองหา จงเลือกค้นหาความสุขในแบบฉบับของตัวคุณเอง ตามแบบชาวพุทธ เป็นสุขที่หาได้ง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ต้องลงทุนทำด้วยกาย วาจา ใจ ของคุณเอง และจงสร้างสุขในปรากฎชัดกระจ่างใจตนเองแล้วจงแบ่งปันความสุข ให้แก่พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง ญาติสนิทมิตรสหาย คนรอบข้าง สัตว์สาวาสิ่งและต้นไม้ใบหญ้า เพื่อให้ตนเอง ครอบครัว ชุมชม สังคมไทย และทรัพยากรธรรมชาติบนโลก เกิดความสมดุล สงบ ร่มเย็นเป็นสุขตลอดกาล นี่แหละคือความสุขที่แท้จริง |
| พลุเฉลิมพระเกียรติ | ||
พลุสวย ๆ ริมทะเลสาปเมืองทอง วันที่ 16 พฤศจกายน 2550 |
||
|
View All |
||