พิมพ์หน้านี้
|
ของขวัญอันยิ่งใหญ่ งามจิตเฝ้ามองทารกน้อยที่กำลังหลับอย่างสบายบนเมาะที่เธอเย็บขึ้นมาเอง เธอเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ไม่เคยมีความรักใดๆที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักของแม่ที่มีต่อลูกน้อย นับตั้งแต่วันที่ทารกน้อยลืมตาดูโลก งามจิตมีแต่ความสุขปิติยินดี มีกำลังใจ มีความหวัง มีความฝัน ลืมความทุกข์ทุกอย่างจนหมดสิ้นยามที่เธอได้กอดลูกน้อยไว้แนบอก "วันนี้มีอะไรกิน หิวแล้ว" ทนงเพิ่งกลับจากทำงานมาถึงบ้าน คาดหวังว่าภรรยาต้องตั้งโต๊ะเตรียมอาหารเย็นไว้ให้เขา "ค่ะ รอเดี๋ยว เกือบเสร็จแล้ว" งามจิตรีบกุลีกุจอทำอาหารง่ายๆ ผัดผักบุ้งไฟแดง ไข่เจียวหมูสับ นำมาเสริฟกับข้าวสวยร้อนๆ จัดวางไว้ให้สามีพร้อมน้ำดื่มไว้บนโต๊ะ แล้วเธอก็ไปอุ้มลูกน้อยของเธอ "อิ่มแล้ว มาเก็บไปได้" สามีออกคำสั่งเหมือนอย่างเคย งามจิตค่อยๆวางลูกน้อยไว้ในเปล แล้วรีบเก็บสำรับอาหารไปไว้ในครัว ขืนชักช้า ทนงจะหงุดหงิดและอารมณ์เสียได้ง่ายๆ ชีวิตประจำวันของงามจิตเป็นเช่นนี้ทุกวัน ช่วงเวลาที่ทนงอยู่บ้าน เธอต้องคอยปรนนิบัติรับใช้เขา พอเขาไปทำงานแล้ว เธอต้องทำงานบ้านทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งเลี้ยงลูกน้อยของเธอไปด้วย เด็กชายตระการโตวันโตคืน ช่างพูดช่างเจรจา เฉลียวฉลาดกว่าเด็กในละแวกเดียวกัน อายุเพียงสองขวบครึ่งก็ไปโรงเรียนอนุบาลได้แล้ว งามจิตก็มีเวลารับจ้างซักรีดเสื้อผ้าอยู่กับบ้าน เธอทำงานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ด้วยมีความหวังและความฝันว่า เมื่อตระการโตขึ้น เขาจะได้เรียนสูงๆด้วยเงินที่เธอเก็บสะสมไว้ให้ เวลาผ่านไปสิบปี เธอสะสมเงินได้หลายหมื่นบาท "เธอจะต้องถอนเงินมาให้พี่นะ พี่อยากได้รถมอเตอร์ไซค์คันใหม่" ทันทีที่ทนงรู้ว่าภรรยามีเงินเก็บสะสมไว้ในธนาคาร เขาจะต้องมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินทันที "ไม่ได้หรอก นั่นเป็นเงินของลูก พี่จะเอาไปใช้ไม่ได้หรอกนะ เพราะถ้าเงินจำนวนนี้หมด เราจะเอาเงินที่ไหนไปส่งเสียลูกให้ได้เรียนสูงๆ" งามจิตทั้งกลัวสามีจนตัวสั่นงันงก เธอรู้ดีว่าทนงเป็นคนโมโหร้าย ถ้าหงุดหงิดอารมณ์เสียขึ้นมา เขาจะลงมือทำร้ายร่างกาย และ ขว้างปาข้าวของ "ปัดโธ่โว้ย ก็ขอยืมก่อนไม่ได้หรือไง เดี๋ยวอีกไม่นานจะเอามาคืนให้" ทนงตาวาวด้วยความโกรธ ตวาดด้วยเสียงอันดัง ขว้างขวดน้ำที่อยู่บนโต๊ะแตกกระจายเป็นการข่มขวัญภรรยา "พ่อ ทำอะไรครับ ผมตกใจตื่นเลย" ลูกชายวิ่งลงมาจากห้องนอนชั้นบน มือเกาะราวบันได ชะโงกหน้ามาดูข้างล่าง "อ้าวพ่อ พ่อเป็นลูกผู้ชาย รังแกผู้หญิงไม่ได้นะ อย่างนี้ก็ไม่เป็นสุภาพบุรุษสิครับ" ลูกชายบอกพ่อเสียงดัง ทนงชงักงันเพราะคำพูดของเด็กน้อยวัยสิบขวบ ย้อนถามลูกชายไปว่า "ไปเอาคำพูดนี้มาจากไหน" "ก็ครูสอนผม บอกว่าไม่ให้รังแกผู้หญิง ผู้หญิงเป็นเพศอ่อนแอ สุภาพบุรุษต้องปกป้องดูแลผู้หญิง" เด็กชายตระการตอบอย่างฉะฉาน "อยากถูกตีหรือไง บังอาจมาสอนพ่อ" ทนงแกล้งพูดข่มขวัญลูกชายไปงั้น อันที่จริงเขาหายโมโหแล้ว "โตขึ้นผมจะไปเรียนศิลปะป้องกันตัว ถ้าพ่อตีผม ผมจะป้องกันตัวได้" เจ้าลูกชายตอบ "มานี่มา พ่อจะสอนศิลปะป้องกันตัวให้ มาให้พ่อเตะสักป๊าบสิ" ทนงแกล้งหยอกล้อลูกชาย "ถ้าพ่อเตะผมแล้ว พ่อต้องสัญญานะ... ว่าจะเลิกรังแกแม่อีก แล้วผมจะยอมให้พ่อเตะ" เด็กชายตระการต่อรองกับพ่อ สองสามีภรรยาฟังลูกพูดแล้วก็เอ็นดูนัก เด็กอายุแค่สิบขวบ พูดจาฉลาดนัก ทนงเก็บเอาคำพูดของลูกชายไปคิด เจ้าลูกชายก็วิ่งลงบันได้มากอดแม่ไว้ "ผมจะปกป้องแม่เอง ไม่ให้ใครมารังแกแม่ได้" เจ้าลูกชายปลอบใจแม่ ทนงจับลูกยีหัวด้วยความเอ็นดูปนหมั่นไส้ คำพูดของลูกทำให้จิตใจของเขาอ่อนลง อันที่จริงเขาไม่เคยอยากทุบตีภรรยาของเขาเลย แต่เวลาอารมณ์ขึ้นทีไร ก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ทุกที มักจะอารมณ์ร้อนจนต้องขว้างปาข้าวของ และทำร้ายร่างกายภรรยาเสมอ วันคืนล่วงไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนกระทั่งหลายสิบปีผ่านไป ทนงในวันนี้อายุ 61 ปีแล้ว จากความเป็นคนใจร้อน บัดนี้ก็ใจเย็นมากขึ้นด้วยวัยที่สูงขึ้น งามจิตอายุ 53 ปี มีความสุขกับชีวิตครอบครัวตามอัตภาพ ไม่ต้องดิ้นรนทำงานอย่างสมัยตอนสาวๆ เด็กชายตระการ ก็เป็น พ.ต.ต. ตระการ เขาสามารถปกป้องแม่ของเขาได้ตามที่เคยลั่นวาจาไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และได้เรียนศิลปะป้องกันตัวมาแล้วอย่างช่ำชอง "พี่คิดเรื่องอดีตแล้ว รู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง งามจิตยังอดทนอยู่กับพี่มาได้ ไม่ทิ้งพี่ไปเสียก่อน ทั้งๆที่พี่ก็ไม่ได้ทำดีกับงามจิตเลย" ทนงในวัยชรามีจิตสำนึกที่ดีกว่าตอนที่เขายังหนุ่มอยู่ เขารู้สึกชื่นชมในความอดทนของภรรยาที่ยังทนอยู่กับเขามาได้จนตลอดรอดฝั่ง "ก็เพราะลูก หนูก็คิดว่า เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ที่หนูได้มีลูกคนนี้กับพี่ หนูก็อดทนได้ทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก แต่ละวันที่ผ่านไป หนูก็มีความสุข ได้ชื่นชมความน่ารักน่าเอ็นดูของลูก ลูกพูดจาฉลาดเฉลียว เป็นเด็กดี หนูก็นึกขอบคุณโชคชะตา ที่ได้มีลูกคนนี้กับพี่ หนูก็มีกำลังใจทุกวันก็เพราะลูกนี่แหละค่ะ ลูกของเรา" งามตาตอบสามีด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข -------------------------------------------------------- |