วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550
ลุ้นระทึก.. "อีก 29 ปี" ดาวชนโลก!! เรื่องโจ๊กที่มีสิทธิจริง?
Posted by
generat_aof
,
ผู้อ่าน : 50
, 11:06:53 น.
| หมวดหมู่ :
วาไรตี้ ขี้สงสัย
พิมพ์หน้านี้
|

เรื่องราวของ วัตถุในห้วงอวกาศพุ่งชนโลก !! ไม่ใช่แค่พล็อตเรื่องของภาพยนตร์แนวหายนะของโลก อย่างเรื่อง "ดีพ อิมแพ็ค หรือ อาร์มาเกดอน" แต่เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ ภัยของโลกแบบนี้นักวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศพูดกันมานาน ล่าสุดก็มีการพูดถึงเรื่อง ดาวเคราะห์น้อยชนโลก อีก !! ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 2002 หรือ พ.ศ. 2545 ก็เคยมีข่าว "อุกกาบาตอาจจะพุ่งชนโลก" โดยในครั้งนั้นอุกกาบาตมีชื่อว่า "2002 เอ็นที 7" ซึ่งมีการระบุว่าอาจจะพุ่งชนโลกในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ครั้งนั้น รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ไทยผู้ศึกษาเรื่องดวงดาว-อวกาศ เคยบอกผ่าน สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์ ไว้ว่า...อุกกาบาต กับดาวเคราะห์น้อยนั้นมีอยู่จำนวนมากมายในอวกาศจนไม่สามารถที่จะนับได้ถ้วน โดยอุกกาบาตก็คือเศษชิ้นส่วนที่มักจะมีขนาดเล็กลอยอยู่ในอวกาศ ถ้ามีขนาดใหญ่ก็จะเรียกดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์น้อยหรือแอสเตอรอยด์ เป็นชิ้นส่วนอวกาศที่มีขนาดใหญ่และจะมีการกำหนดชื่อเรียกไว้เมื่อมนุษย์มีการตรวจพบ ซึ่งถ้าพุ่งชนโลก ความรุนแรงก็จะไม่ต่างกับ "ระเบิดนิวเคลียร์" ที่มีแรงทำลายล้างมหาศาล แต่ถ้า แรงถึงกับ ล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ จะต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 กิโลเมตรขึ้นไป และหลายวันก่อนก็มีข่าว "ดาวเคราะห์น้อยอาจจะชนโลก" เจ้าดาวเคราะห์น้อยที่เพิ่งมีการพูดถึงอีกครั้งนี้ ถูกระบุถึงในการประชุมสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของอเมริกา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา โดยดวงนี้มีชื่อเรียกว่า "อะโพฟิส" ซึ่งทางองค์การนาซาระบุทำนองว่า นับจากนี้ไปอีก 29 ปีข้างหน้า หรือตรงกับ "วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2579" อาจจะถือเป็น "วันชี้ชะตาของโลก" จากการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ โอกาสที่ดาวเคราะห์ดวงนี้จะชนโลกมีความเป็นไปได้อยู่ที่ 1 ใน 45,000 ซึ่งแม้ว่าความเป็นไปได้จะต่ำ แต่ถ้าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ชนโลกเข้าจริง ๆ แล้วละก็...ประเทศหรือภูมิภาคของโลกที่ถูกพุ่งชนอาจจะสูญหายไปจากแผนที่โลกเลยก็เป็นได้ ?!? ทั้งนี้แม้เรื่องนี้จะมิใช่เพียงเหตุการณ์จินตนาการที่มีแต่ในภาพ ยนตร์ แต่กับแนวทางการป้องกันภัยคุกคามจากดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ ทางนักวิทยาศาสตร์ก็ระบุถึงในลักษณะที่คล้ายในภาพยนตร์ โดยแผนการป้องกันคือจะต้อง "ใช้ยานอวกาศบินเข้าไปประกบและเบี่ยงเบนเส้นทางโคจรของดาวเคราะห์น้อย" ให้พ้นจากโลก...นี่คือสิ่งที่ปรากฏในข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด ด้านข้อมูลจากสมาคมดาราศาสตร์ไทย จากบทความของ วรเชษฐ์ บุญปลอด พูดถึงดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสไว้ว่า...ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส หรือ 99942 Apophis ถูกพบครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2547 ซึ่งขณะนั้นถูกเรียกว่า 2004 เอ็มเอ็น 4 (2004 MN4) โดยดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ถูกบ่งชี้ว่า...ในวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2572 (ค.ศ. 2029) ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ จะผ่านใกล้โลก และ "มีโอกาสชนโลก" ด้วยการคำนวณในแบบอัตราส่วนคือ อัตรา ส่วน 1 ใน 38 ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับบรรดาดาวเคราะห์น้อยที่มีวงโคจรใกล้โลกดวงอื่น ๆ ที่ได้ค้นพบไปก่อนหน้า ขณะที่หากคิด เป็นเปอร์เซ็นต์ โอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะชนโลกอยู่ที่ประมาณ "2.6 เปอร์เซ็นต์" อย่างไรก็ดี นักดาราศาสตร์ก็ไม่ได้มีการฟันธง มิได้ระบุแน่ชัดว่าโลกจะเผชิญหายนะหรือไม่ ?? นักดาราศาสตร์ได้ค้นหาข้อมูลของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้เพิ่มเติม และจากในภาพที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2547 ด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.9 เมตรของหอดูดาวคิตต์พีก แอริโซนา ก็ช่วยให้คำนวณวงโคจรได้แม่นยำขึ้น จนสามารถบอกได้ว่า "ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสจะไม่ชนโลกหรือ ดวงจันทร์อย่างแน่นอน" โดยที่จะ "แค่เฉียดโลก" ด้วยระยะห่างประมาณ 64,400 กิโลเมตร แต่ต่อมาก็สรุปใหม่ว่า อะโพฟิสจะเฉียดผ่านโลกด้วยระยะห่าง เพียง 36,350 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 5.7 เท่าของรัศมีโลก ใกล้กว่าดวงจันทร์เกือบ 11 เท่า และใกล้กว่าดาวเทียมค้างฟ้า !?! ดังนั้นแม้ว่าอะโพฟิสจะไม่ชนโลกในปี 2572 แต่ก็ควรต้องมีการเตรียมแผนป้องกันไว้ เพราะเมื่อดาวเคราะห์น้อยเข้าใกล้โลกมาก แรงโน้มถ่วงของโลกจะเบนวงโคจรของอะโพฟิส ซึ่งจะส่งผลให้การคาดหมายวงโคจรในอนาคตมีความแม่นยำน้อยลง และผลการคำนวณล่าสุดระบุว่าวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2579 อะโพฟิสมีโอกาสชนโลก 1 ใน 45,000 หรือ 0.002% นอกจากนี้ ยังมีดาวเคราะห์น้อยดวงอื่นทั้งที่พบแล้วและยังไม่พบที่มีโอกาสเป็นอันตรายต่อโลกได้ในอนาคต การเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย "ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสถึงจะเข้ามาอยู่ในวงโคจรที่ใกล้โลกมาก แต่ก็ไม่ควรตกใจ เพราะจากข้อมูลที่รู้มาล่าสุดโอกาสที่จะพุ่งชนโลกมีน้อยมาก แต่ถึงอย่างไรหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ชะล่าใจ มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด"...เป็นการระบุของ ประพีร์ วิราพร เลขาธิการสมาคมดาราศาสตร์ไทย จินตนาการในหนังฮอลลีวู้ด...มีที่มาจาก "ความเป็นไปได้" และ "หายนะโลก" จากวัตถุนอกโลก...มิใช่แค่เรื่องโจ๊กอวกาศ ทุกชาติในโลกคงต้องร่วมกันถกเรื่องนี้จริงจังขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลจาก เดลินิวส์
|