|
ธุรกิจโฆษณานับเป็นอุตสาหกรรมหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญต่อ การพัฒนาสังคม และ ประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ การโฆษณาได้เป็นการสื่อสารที่เข้าถึง และ ใกล้ชิดกับ ประชาชนมากขึ้น ในทุกขณะ ราวกับเป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตประจำวัน ไปเสียแล้ว
หากจะมองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 35 ปีก่อน
ธุรกิจโฆษณา ได้มีวิวัฒนาการมาพอสมควร นับจากสมัยหลังสงครามโลก การโฆษณาในยุคนั้นก็มี การโฆษณาผ่าน ทางหน้าหนังสือพิมพ์, โฆษณาในโรงภาพยนตร์, วิทยุ ส่วนการโฆษณา ทางโทรทัศน์เพิ่งจะเกิดขึ้นมาหลังสุด
ในสมัยนั้น การโฆษณานับว่าเป็นของใหม่ สำหรับประเทศไทย ผู้คนจึงยังไม่ค่อยเห็น ความ สำคัญของ การโฆษณาเท่าไรนัก แต่ในเรื่องของการตลาด
การโฆษณากับการขาย มีความ สำคัญ ดูจะเท่าเทียมกัน จะบอกว่าการขายสำคัญกว่าการโฆษณาก็ไม่ได้ หรือจะบอกว่า การโฆษณานั้น สำคัญกว่าการขายก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน ทั้งสองอย่างนี้ต้องไปด้วยกัน เพื่อจะได้ ทำให้สินค้า ไปสู่ประชาชนได้ดีที่สุด
จึงทำให้การโฆษณา มีการเจริญเติบโต ควบคู่ไปกับสังคมและเศรษฐกิจ ของประเทศชาติ มาตลอด นับจากอิทธิพลแนวความคิด ที่ได้รับมาจากกลุ่มประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้เข้ามาเผยแพร่การโฆษณาในสื่อของ "หนังสือพิมพ์ ที่นับว่า เป็นจุดเริ่มต้น ของการโฆษณาไทย
จากการเกิดขึ้นของหนังสือพิมพ์ไทยฉบับแรก ด้วยความคิดของหมอบลัดเลย์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2384 หรือกว่า 160 ปี ที่แล้วมา พร้อมกับได้ปรากฏ ข้อความโฆษณาขึ้น เป็นครั้งแรกด้วย
ครั้นต่อมา พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงนำเอาแบบอย่าง การ โฆษณาธุรกิจรถไฟ จากประเทศอังกฤษ มาดัดแปลงใช้กับกิจการโฆษณา ของรถไฟแห่ง ประเทศสยาม และกิจการอื่น ๆ จนประสพความสำเร็จอย่างมากมาย จนกระทั่ง ทรงเปิด ธุรกิจโฆษณา ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยการตั้งบริษัท สยาม แอ๊ดเวอร์ไทซิ่งขึ้น และ ห้างนายเลิศ เป็นบริษัทแรกที่ทำการโฆษณา หลังจากนั้น แบบแผนของการโฆษณาได้ถูกปรับปรุงแก้ไขให้ทันยุคทันสมัย และได้วิวัฒนาการ มาเป็นลำดับ แต่ต้องมาสดุดกับ การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 (ราว พ.ศ. 2482 - 2488) ไปพักใหญ่ จนกระทั่ง เศรษฐกิจได้กลับฟื้นตัวขึ้นมาหลังสงคราม "การโฆษณา" จึงได้ หวนกลับคืน มาสู่ภาวะปกติอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ยอมรับกันว่า สื่อที่ผลักดัน ให้การโฆษณารุดหน้าไป เป็นอย่างมาก ก็คือ การเกิดขึ้นของโทรทัศน์
ซึ่งได้เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณกว่า 50 ปีก่อน
ในสมัยนั้น โทรทัศน์เป็นของใหม่ที่กำลังแพร่หลาย ในประเทศตะวันตก แต่ในเมืองไทยมีเพียง ข้าราชการ กรมประชาสัมพันธ์ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ที่เห็นความจำเป็นของการมีโทรทัศน์ จึงช่วยกัน โน้มน้าวชักจูงให้คณะรัฐบาลในขณะนั้นเห็นดีเห็นงาม ด้วยการเขียนบทความ เผยแพร่ และพูดตามที่ต่าง ๆ จนกระทั่งรัฐบาลเริ่มให้ความสนใจ จึงให้บริษัท PEY ได้มาทดลอง ฉายโทรทัศน์ให้คณะรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ชมเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 หลังจากนั้น จอมพล ป. จึงเห็นว่า
ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทย จำเป็นที่จะต้อง มีโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร ให้กับประชาชนได้รับรู้.!
จากนั้นมา จึงมีการทดลองส่งสัญญาณโทรทัศน์ ให้คนไทยได้รับชมกัน โดยบริษัทหนึ่ง จากประเทศอังกฤษ ในงานฉลองรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2495 ต่อมารัฐบาล ก็ได้ซื้อเครื่องส่ง มาไว้ใช้ในปี พ.ศ. 2496 และได้ฝึกเจ้าหน้าที่ไว้ปฏิบัติงานด้านโทรทัศน์ พร้อมกับได้ ทดลองแพร่ภาพออกไป ปรากฎว่าโทรทัศน์ได้กลายเป็นสื่อที่สนใจของประชาชนมากมาย กระทั่งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 รัฐบาลได้จัดตั้ง บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ขึ้น เพื่อทำการแพร่ภาพในชื่อสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม และหลังจากนั้น โทรทัศน์ก็ได้มี พัฒนาการเรื่อยมาจนกระทั่งในปัจจุบัน ทั้งนี้ก็ได้ให้วันที่ 24 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันโทรทัศน์ไทย เป็นต้นมา
เมื่อโทรทัศน์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ของประชาชนเป็นอย่างมาก ธุรกิจโฆษณา จึงได้เจริญรุดหน้า อย่างไม่เคยมีมาก่อน ทำให้การโฆษณา เริ่มมีบทบาท มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ทางโทรทัศน์ ที่นอกเหนือไปจากการโฆษณาทางวิทยุและหนังสือพิมพ์
ในช่วงต้น ๆ มีบริษัท Production House อยู่เพียง 2 แห่ง ที่ดำเนินการถ่ายทำ ภาพยนตร์ โฆษณา ให้กับบรรดาเอเยนซี่โฆษณาต่าง ๆ คือ บริษัท สรรพสิริ จำกัด และ บริษัท อริยะภาพ จำกัด พร้อม ๆ กับได้มีบริษัทเอเยนซี่โฆษณาของญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นคือ บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2506 และนอกจากนั้น บริษัทเอเยนซี่โฆษณา ของคนไทย ก็ถือกำเนิดขึ้นมาอีกบริษัทหนึ่ง คือ บริษัท ฟาร์อีสท์ แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2507 และบริษัทเอเยนซี่โฆษณา ของอเมริกา ชื่อ บริษัท แมคแคน-เอริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2508 ก่อนที่จะมีการจัดตั้งสมาคมโฆษณาของไทยขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2509
ในช่วงนี้เองที่ได้ทำให้ธุรกิจโฆษณาของไทย ได้เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก และก้าวไกลไป กว่าเดิมมากขึ้น มีการพัฒนาทั้งในตัวกา รสร้างสรรค์ผลงานโฆษณา และบุคลากร เพราะคน หนุ่มสาวในยุคนั้น ต่างให้ความสนใจ ในอาชีพโฆษณากันเป็นอย่างมาก กระทั่งสืบเนื่องมา จนถึงปัจจุบันนี้
โฆษณาตัวอย่าง ซึ่งนำมาจากหนังสือ 'โฆษณาคลาสสิค' ของคุณเอนก นาวิกมูล ซึ่งเป็นโฆษณาในสมัยก่อนคะ 
ร้านถ่ายรูปไทยจำลองลักษณ์ พ.ศ. 2483
สีตรายีราฟ และตราดอกไม้ พ.ศ. 2484
ยาบำรุงโลหิตตราสตรีพม่า พ.ศ. 2482
น้ำผลส้มตราสิงห์โต พ.ศ. 2482 
ยาสีฟันปีบีโก พ.ศ. 2472
จะเห็นได้ว่าอดีตจนถึงปัจจุบัน โฆษณาไทยได้มีการพัฒนาขึ้นมากคะ
ถ่านไฟฉายตรากบ เนื้อเพลง ถ่านไฟฉายตรากบ (original) ต้นตระกูลผม แต่บางบรรพ์ หลังย่ำสายัณห์ ดวงตะวันเลี่ยงหลบ จะเดินทางเยื้องย่างไปไหน จำเป็นต้องใช้ จุดไต้จุดคบ ปัจจุบันเห็นจะไม่ดี ขืนจุดไต้ที ถ้ามีใครมาพบ อาจต้องอายขายหน้าอักโข เขาต้องพากันโห่ ว่าผมโง่บัดซบ ยุคนี้มันต้องทันสมัย เพื่อนผมทั่วไปใช้ถ่านไฟตรากบ ทั้งวิทยุ และกระบอกไฟฉาย คุณภาพมากมาย สะดวกสบายแทนคบ ถ่านก็มีหลายอย่างวางกอง เขากลับรับรองว่า ต้องแพ้ตรากบ เหตุ และผลเขาน่าฟังครับ ขอท่านจงสดับเถอะท่านที่เคารพ (เสียงพูด... .คือเขาบอกว่า ถ่านไฟฉายตรากบ ไม่ใช่ของนอกที่ส่งมาขยอกเงินไทย และก็ไม่ใช่ของทำภายในที่โกยกำไรส่งออกนอก แต่ถ่านไฟฉายตรากบ ทำในเมืองไทย เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ในเมืองไทย ทำให้ดุลการค้าของไทยดีขึ้น
. ดังนั้น นอกจากผมจะชอบกินกบ ชอบเพลงพม่าแทงกบ และชอบเล่นไพ่กบแล้ว ผมยังชอบถ่านไฟฉายตรากบอีกด้วย โอ๊บๆ ...)
|