• areeya
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : inderose02@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 5583
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
areeya
อยากเขียนทุกอย่างที่สามารถเขียนได้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/areeya
วันศุกร์ ที่ 19 ตุลาคม 2550
อิสระที่แท้จริงของกุหลาบปลอมๆ (เรื่องสั้นค่ะ ช่วยอ่านและวิจารณ์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ)
Posted by areeya , ผู้อ่าน : 180 , 03:15:57 น.   | หมวดหมู่ : (อยาก)เขียนเรื่องสั้น  
พิมพ์หน้านี้


ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านร้านขายดอกไม้ประดิษฐ์ร้านนั้น ผมอดที่จะชำเลืองมองผ่านกระจกหน้าร้านเข้าไปไม่ได้เลย สักแวบหนึ่งก็ยังดี เป็นความเคยชินของผมกระมังที่อยากจะเห็นภาพหญิงสาวผมยาวถึงกลางหลังก้มหน้าก้มตาทำดอกไม้จากวัสดุที่เป็นสีๆ คล้ายผ้ายืดบางๆนั้น ก็..ถุงน่องที่บรรดาคุณสุภาพสตรีนิยมสวมใส่…เพื่อให้เรียวขาดูเรียบเนียนขึ้นนั่นแหละครับ

วันแรกที่มีร้านดอกไม้เล็กๆร้านนี้มาตั้งแอบๆอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ตรงข้างตึกแถวที่เป็นย่านการค้าที่โอ่อ่าทันสมัย มันดูแปลกตาด้วยมีลักษณะคล้ายตู้กระจกใสทั้ง 3 ด้าน ผนังด้านในสุดเป็นวัสดุที่ตัดเป็นชิ้นๆขนาดกลางๆหลากสีประกอบกันเป็นลวดลายข้าวหลามตัดอย่างมีศิลปะ ดูท่าเจ้าของร้านจะเป็นคนที่มีลักษณะอย่างที่เรียกกันว่า “อาร์ตติสท์”อยู่พอสมควร พื้นที่ภายในร้านที่ผมคะเนเอาจากสายตาไม่น่าจะเกิน 16 ตารางเมตร

ผมสอดส่ายสายตามองเข้าไปข้างในอย่างสนใจ…เช่นเดียวกับใครอีกหลายคนที่เดินผ่านย่านนั้น กระจกใสด้านหน้ามีสติ๊กเกอร์สีแดงสดเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ออกแบบให้ดูสะดุดตาว่า “INDY_ROSE” คงเป็นชื่อร้านอย่างไม่เป็นทางการ “กุหลาบอิสระ “ กุหลาบดอกเดียวด้วย ชื่อแปลกดีนะ

สำรวจภายในบริเวณร้านเพียงคร่าวๆภายในระยะเวลาสั้นๆ ผมไม่แปลกใจในชื่อร้านหรอกครับ ก็ผมเห็นมีแต่ดอกไม้ประดิษฐ์เป็นดอกกุหลาบดอกขนาดเล็ก กลางจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ดอกไม้จริง เพราะสีสันมันจัดจ้านเกินธรรมชาติและดูไม่ละมุนละไม เหมือนหญิงแท้กับหญิงเทียมนั่นแหละครับ ถึงจะมีความสวยสดงดงามพอๆกันก็เถอะ แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ดี อันนี้ผมได้เค้าความคิดมาจาก*เพลงดังในอดีตที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของค่ายเทปเพลงดัง ผมชอบเพราะเขาแต่งเพลงโดยอิงจากสภาพสังคมและความคิดพื้นฐานของคน และมีวิธีการพูดเสียดสีผ่านเสียงเพลงที่ฟังดูสุภาพเอามากๆเลยล่ะครับ

หญิงสาวคนหนึ่งใส่เสื้อสีเขียวหม่นคอปาดแขนกุดตัวสั้นแค่เอว หน้าอกปักเป็นรูปดอกกุหลาบสีชมพูอ่อน…กำลังคลี่กลีบออกน้อยเหมือนรอยยิ้มเหนียมๆอย่างไว้ตัวของสาวน้อยขี้อาย…สวยเชียวครับ กระโปรงป้ายข้างที่ดูเหมือนผ้าถุงนั้นกลับยาวกรอมเท้ามีสีเขียวเจิดจ้า เหมือนสไบนางตานีผีต้นกล้วยในหนังที่ผมเคยดูสมัยเป็นเด็กมิผิดเพี้ยน เจ้าหล่อนกำลังก้มๆเงยๆจัดร้านอยู่เพียงลำพังด้วยท่าทางคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง ผมเห็นแต่ด้านหลังและด้านข้างที่หล่อนหันซ้ายหันขวาขยับโน่นดึงนี่เลื่อนนั่น บางครั้งก็ถอยหลังออกมาเล็งดูมุมที่เพิ่งจัดไปหมาดๆ ทำคอเอียงซ้ายเอียงขวา จนผมอดไม่ได้ที่จะยืนสังเกตอากับกิริยาของหล่อนอย่างลืมตัว

ที่ว่าลืมตัว…เพราะผมไม่รู้ว่าผมหยุดฝีเท้าไว้ที่หน้าร้านนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าจะรู้สึกตัว …สายตาที่กำลังมองดูการเคลื่อนไหวของคนตัวเล็กเหมือนตุ๊กตานั้น ก็พุ่งปะทะเข้ากับสายตาเรียวเล็กของเจ้าของร่างนั้นอย่างจัง เนื่องด้วยเจ้าหล่อนหมุนตัวกลับหลังหันมาทางด้านหน้าร้านกะทันหัน…หัวใจผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันใด

เปล่าหรอก…ไม่ใช่เจ้าหล่อนงามจนผมตกตะลึงพรึงเพริด แต่ผมตกใจรู้สึกเหมือนเด็กที่แอบทำผิดแล้วถูกจับได้ ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงอันใดเลย ใบหน้าที่ตกแต่งเครื่องสำอางไว้บางๆนั้นเต็มไปด้วยความพิศวงงงงวยรับกับดวงตาที่มีแววคำถามของหล่อน

“มองอะไรคะ”

แม้คำถามนั้นไม่ได้ลอดพ้นริมฝีปากบางนั้นออกมาเป็นน้ำเสียง ที่ยังไม่รู้ว่าจะเล็กแหลมหรือนุ่มหวานไพเราะประการใด ผมก็ไม่รู้จะวางสีหน้าอย่างไรจึงจะดูเรียบเฉยได้ สมองสั่งการโดยอัตโนมัติ…หลังจากที่ผมรู้สึกว่าเลือดฉีดขึ้นผิวหน้าอย่างแรงจนร้อนผ่าว สองเท้าผมก้าวเดินจากมาอย่างรวดเร็ว โอย…จะบ้าตาย ไม่มีครั้งใดที่ผมจะอายสตรีเพศเท่าครั้งนี้เลย จริงๆ…

นับตั้งแต่วันนั้น ผมเดินผ่านร้านดอกไม้ปลอมๆร้านนี้ทีไร ผมไม่เคยเหลียวมองเข้าไปตรงๆให้เสียเหลี่ยมชายชาติอาชาไนย อย่างดีก็ชำเลืองเอียงคอนิดๆพอให้มองเห็นว่าเจ้าของร้านกำลังนั่งทำดอกไม้ประดิษฐ์ของหล่อนอย่างเพลิดเพลิน จนไม่สนใจว่าจะมีใครผ่านหน้าร้านของหล่อนไปบ้าง ผมเดินผ่านทุกเช้าทุกเย็น เพราะร้านนี้ตั้งอยู่ระหว่างป้ายรถเมล์กับที่ทำงานของผมที่เป็นตึกใหญ่สูงร่วมๆ 25 ชั้น ผมจึงมีโอกาสแอบ”เหล่” สาวเจ้าวันละสองเวลาทั้งห้าวันในหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าเป็นช่วงเย็น หล่อนมักจะมีลูกค้ามาแวะเวียนดูดอกไม้ที่หล่อนทำเป็นดอกเดี่ยวๆบ้าง จัดใส่แจกันไว้แล้วบ้าง บางส่วนก็เป็นช่อใหญ่เล็กลดหลั่นกันไป…
อืม…ดอกไม้หลอกๆคนก็ชอบเหมือนกันแฮะ…

ส่วนมาก…ร้านประเภทนี้จะเป็นร้านดอกไม้สดเสียมากกว่า ผมจึงรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นหล่อนมีลูกค้ามาอุดหนุน แรกๆผมยังอดหวั่นใจแทนไม่ได้ กลัวหล่อนไม่มีลูกค้าและปิดร้านไป เอ๊ะ! แล้วผมไปเดือดร้อนอะไรกับหล่อนด้วยนะ อาจจะเป็นความเคยชินก็ได้ ผมไม่อยากให้ร้านต้องปิดตัวไปเพราะมันจะเปลี่ยนความเคยชินของผมให้เป็นความเงียบเหงา เนื่องจากสิ่งที่เคยสัมผัสได้ด้วยสายตาขาดหายไป

ผมเป็นคนรุ่นใหม่ก็จริง แต่ไม่ได้พิศวาสกับการที่จะต้องเปลี่ยนอะไรต่อมิอะไรอย่างรวดเร็วเหมือนการเปลี่ยนระบบการใช้โทรศัพท์ตามโปรโมชั่นใหม่ๆหรอกครับ ผมว่าอะไรที่มันเร็วเกินไปล้วนไม่เป็นผลดี มันทำให้เราต้องปรับตัวเองเข้ากับสิ่งใหม่ๆบ่อยเกินไป จนบางครั้งอาจทำให้เราเสียสมดุลย์ได้

ก็..ความสมดุลย์ระหว่างรายได้กับรายจ่ายที่ต้องใช้ในการปรับตัวเองนั่นไงล่ะครับ แล้วเราก็จะมานั่งเป็นทุกข์…ตำหนิตัวเองว่าเป็นคนไม่มีความสามารถในการที่ดำรงชีวิตให้ทัดเทียมกับคนอื่นได้ ทำให้รู้สึกต่ำต้อยน้อยหน้าเพื่อนฝูง ผมว่า…มันออกจะแปลกๆนะ หากคนเราจะให้คุณค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับความทันสมัยฉาบฉวยพวกนี้ หรือขึ้นอยู่กับสายตาและความคิดของคนอื่นที่มองเรา ซึ่งจริงๆแล้ว…คุณค่าของเรามันต้องขึ้นอยู่กับตัวเราสิครับ เอาเป็นว่า…แค่อยู่ในสังคมได้โดยไม่ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือดร้อนนี่ก็ถือว่าชีวิตมีคุณค่าอย่างเอกอุแล้วนะ ผมคิดอย่างนี้แหละ

ผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม ในสมองของผมเริ่มคิดหาวิธีเข้าไปในร้านดอกไม้”กุหลาบอิสระ” จะเข้าไปยังไงโดยไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตว่า ผมอยากเข้าไปทำความรู้จักกับหล่อนมากถึงมากที่สุด คือ…แอบมองหล่อนอยู่ทุกวันเช้าเย็นจนติดตาติดใจกับลักษณะท่าทางของหล่อนเสียแล้ว

สไตล์การแต่งตัวนั่นก็อีก ผมไม่ค่อยเห็นผู้หญิงสาวสมัยนี้นุ่งกระโปรงยาวป้ายข้างมานานแล้ว ใครนุ่งดูเหมือนจะตกยุค แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เลยครับ หล่อนแต่งแบบนี้ชั่วนาตาปี…ก็หนึ่งเดือนเต็มๆที่ผมเห็นหล่อนนั่นแหละครับ ดูท่าหล่อนจะมีกระโปรงแบบนี้ครบทุกสีด้วย เพราะถึงแบบจะซ้ำแต่สีไม่ซ้ำกันสักวันในหนึ่งสัปดาห์ หล่อนก็ยังดูเป็นสาวสมัยใหม่ที่มีผมยาวสลวยสวยเก๋ หน้าตาไม่ค่อยแต่ง ผมจึงออกจะแปลกใจที่หล่อนไม่เปิดร้านจัดดอกไม้สด ลักษณะเฉพาะตัวแบบใสๆของหล่อนน่าจะเป็นคนที่ชอบแบบนั้นมากกว่า

ผมตัดสินใจในเย็นวันศุกร์สุดท้ายของเดือน หลังเลิกงาน…แทนที่ผมจะเดินผ่านร้านของหล่อนไปเฉยๆเหมือนทุกวัน ผมทำใจกล้าหน้าด้านผลักประตูกระจกก้าวเท้าพาตัวเองเข้าไปสู่อาณาเขตที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบหลากสีของหญิงสาวผู้มีท่าทีเฉยเมยคนนั้น

เสียงเพลงบรรเลงเปียโนท่วงทำนองหวานซึ้งจากแผ่นซีดีกระทบโสตประสาทของผมแผ่วๆ อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศเย็นกำลังดีทีเดียว แสดงให้เห็นถึงรสนิยมของเจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี ผมคิดว่าบางครั้งรสนิยมในการชีวิตก็บอกถึงอุปนิสัยของคนเหมือนกันนะครับ

เอ..ดูเหมือนว่าผมจะได้กลิ่นหอมคล้ายๆกลิ่นกุหลาบอวลกระจายระคนกับบรรยากาศสดชื่นภายในร้านด้วยนะ กลิ่นหอมอ่อนๆราวกับกลิ่นธรรมชาติของราชินีแห่งดอกไม้นั่นเทียว

หล่อนกับลูกค้าสาวคนหนึ่งกำลังสาละวนเลือกดอกกุหลาบเดี่ยวๆสารพัดสี หากแต่อยู่รวมกันในแจกันใบใหญ่ยักษ์ที่ตั้งอยู่บนตั่งไม้สีขาวแข็งแรงอีกทีหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงดังกรุ๊งกริ๊งจากโมบายล์ที่ห้อยอยู่เหนือประตูส่งสัญญาณบอกให้รู้ว่ามีผู้มาเยือนร้าน หล่อนหันมามองผม…

เอาอีกแล้วครับ ผมเห็นเครื่องหมายคำถามที่แววตานั้นส่งมาให้อย่างตรงไปตรงมา….รู้สึกเหมือนหล่อนกำลังเอื้อนเอ่ยวาจาถามออกมาแล้วด้วยซ้ำ ผมยิ้มรับคำถามในใจของหล่อน แต่สีหน้าของหล่อนยังราบเรียบดุจเดิม…ขณะหันกลับไปสนใจกับการเลือกดอกกุหลาบต่อ เสียงสนทนาของสองสาวฟังดูกระหนุงกระหนิงจับใจความอะไรไม่ได้เลย ก็ดีครับ…ประสาทหูของผมจะได้รับเสียงเพลงเต็มที่หน่อย ผมชอบเพลงแนวๆนี้แหละครับ เพราะฟังแล้วช่วยกล่อมเกลาอารมณ์ให้เยือกเย็นได้อย่างประหลาด

ผมได้โอกาสสำรวจบรรยากาศของร้านอย่างเต็มที่ก็ครั้งนี้เอง รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางอาณาจักรดอกกุหลาบเลยล่ะครับ หลากสีละลานตามากกว่าที่มองเห็นจากข้างนอกร้านเสียอีก ถ้านี่เป็นฝีมือของหล่อนเองทั้งหมด หล่อนคงใช้เวลานานพอดู กว่าจะประดิดประดอยทำดอกกุหลาบเหล่านี้จนมากพอที่จะเปิดเป็นร้านขนาดเล็กได้ โดยมีแต่ดอกกุหลาบเพียงอย่างเดียว ส่วนที่จัดลงแจกันใบใหญ่ที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกันตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่ในตู้ไม้เป็นชั้นๆที่ติดอยู่กับผนังห้อง กรุส่วนหน้าและด้านข้างซ้ายขวาด้วยกระจกใสติดฟิล์มกรองแสงบางๆ…เพื่อให้ลูกค้าเห็นได้อย่างชัดเจน แจกันใบขนาดย่อมถูกจัดให้อยู่ในตู้โชว์กระจกใสที่ตั้งอยู่เกือบๆจะกลางห้อง แจกันใบใหญ่ยักษ์ที่ใส่ดอกกุหลาบดอกใหญ่วางกระจายอยู่ทั่วไปตามมุมต่างๆในร้าน

ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าดอกกุหลาบของหล่อนมีทุกสีเลยครับ แม้กระทั่งกุหลาบสีดำ สีดำที่ว่ากันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรักแท้นั่นแหละครับ…มีตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือแบบเด็กสมัยใหม่ ซึ่งบรรดาครูบาอาจารย์พากันปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะมันเต็มไปด้วยความเป็นศิลปะจนอ่านค่อนข้างลำบาก…แปะติดกระจายทั่วผนังห้อง ทิ้งระยะห่างระหว่างข้อความได้อย่างกลมกลืนและเนียนจนดูไม่เลอะเทอะ ซ้ำยังไปได้ดีกับสีฉูดฉาดของกุหลาบ มันเป็นข้อความที่บอกถึงนัยแห่งสีของกุหลาบที่หล่อนประดิษฐ์ขึ้นนั่นเอง

ผมอ่านเพลินไปเลยครับ เพิ่งรู้ว่าสีของกุหลาบมีความหมายในตัวของมันเอง ไม่รู้ใครบัญญัติขึ้นมา แต่ผมดูว่าเข้าทีไม่น้อยทีเดียวล่ะครับ

“ขอโทษค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

หล่อนมายืนอยู่ข้างๆผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ น้ำเสียงแจ่มใสดังกังวานดุจระฆังเงินค่อยๆสอดแทรกโสตประสาทของผม แล้วผ่านระเรื่อยเข้าไปจนถึงหัวใจอันสงบนิ่ง…อยู่ภายในอกสามศอกของชายชาตรี ให้ฟูฟ่องและเบ่งบานราวกับดอกกุหลาบที่กำลังสยายกลีบรับความสดชื่นของบรรยากาศรอบตัว อ้า…อย่าเพิ่งเลี่ยนนะครับ…ผมรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ผมพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เพื่อไม่ให้เจ้าหล่อนรู้ว่า หัวใจดวงเท่ากำปั้นของผมกำลังเต้นระบำรำฟ้อนอยู่ด้วยความตื่นเต้น

“เอ้อ..คือผมอยากจะหาดอกไม้สวยๆสักช่อน่ะครับ”

ผมมั่นใจว่าแม้จะตกประหม่าปานใด แต่เสียงพูดของผมไม่มีวันสั่นไหวแน่นอน ผมเห็นหล่อนยิ้ม เอ้อ…พอดูใกล้ๆเต็มตา หล่อนคงเป็นหญิงสาวในวัยสามสิบแล้วล่ะ เป็นวัยสามสิบที่ยังดูสดใสเหมือนสาวรุ่น มีอะไรบางอย่างในตัวหล่อนบอกผมอย่างนั้น อาจเป็นเพราะท่าทีและแววตาที่มีคำถามอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าหล่อนมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ นี่ถ้าหล่อนยังเป็นนักเรียน ผมว่าหล่อนคงเป็นเด็กเรียนดีคนหนึ่งทีเดียวล่ะ เพราะคงช่างซักจนครูตอบไม่ทัน ว่าแต่…ลูกค้าสาวรายนั้นออกไปตั้งแต่ตอนไหนผมไม่ยักรู้

“เอาไปให้ใครหรือคะ”

“คือ…ถามทำไมหรือครับ”

เมื่อไม่รู้จะตอบอย่างไร ผมเลยถามกลับบ้าง ผมก็สงสัยเป็นเหมือนกันนี่ครับ

“ถ้าเอาไปให้หญิง ดิฉันก็ต้องถามต่อว่า หญิงคนนั้นเป็นใคร คุณรู้สึกอย่างไรกับเขา ต้องการเอาไปให้เนื่องในโอกาสอะไร อยากจะขอโทษ อยากจะบอกรัก หรืออื่นๆ ดิฉันเห็นคุณยืนอ่านนัยแห่งสีของกุหลาบ คุณน่าจะเข้าใจที่ดิฉันพูดนะคะ”

สีหน้าของผมคงเก้อเขินจนปิดไม่มิด ผมจึงเห็นหล่อนยิ้มอีกครั้ง คราวนี้แฝงร่องรอยของความขบขันจนเห็นได้ชัด ผมแสร้งหันไปมองรอบๆ ขณะพูดโต้ตอบ

“เดี๋ยวขอผมนึกก่อน”

ความจริงหล่อนเป็นเจ้าของร้านที่ดีนะครับ สนใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของลูกค้า ไม่ได้จัดดอกไม้ให้พอเสร็จๆไปแล้วรับเงินก็จบ ในเมื่อดอกกุหลาบแต่ละสีมันมีความหมายแฝงอยู่ ก็ต้องจัดให้ตรงตามนัยแห่งความหมายนั้น กลัวผู้รับจะไม่รู้ความหมายก็แนบข้อความนัยแห่งสีกุหลาบแบบรวมๆไปด้วยเลย จุดประสงค์ในการมอบช่อดอกไม้จะได้บรรลุเป้าหมาย ไม่เสียเปล่า…

หล่อนเชิญผมนั่งตรงเก้าอี้โซฟาสำหรับรับแขก รินน้ำเย็นจากขวดน้ำในตู้เย็นขนาดเล็กที่ตั้งชิดมุมห้องด้านหนึ่งมาวางไว้ให้ตรงหน้า เอ่ยวาจาหวานใสเจือด้วยรอยยิ้มพร้อมๆกับเหลือบตามองผม…ไม่มีวี่แววความสงสัยแล้วครับ คราวนี้มีแต่แววรู้ทันฉาบอยู่ทั่วตาสวยคู่นั้น ท่าทางหล่อนจะผ่านโลกมากกว่าที่ผมคิดไว้แฮะ

“เชิญนั่งคิดก่อนก็ได้ค่ะ ดื่มน้ำเย็นอ่านหนังสือให้เพลินๆสักพัก เดี๋ยวก็คิดออกเองแหละค่ะ ไม่ต้องรีบร้อนนะคะ ดิฉันปิดร้านสองทุ่ม”

หญิงสาวพากลิ่นกุหลาบที่ติดตัวหล่อนตลอดเวลาที่อยู่ใกล้ๆผม ไปนั่งที่โต๊ะตัวใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับประดิษฐ์ดอกไม้ มันวางระเกะระกะกระจัดกระจายอยู่ช่วงกลางโต๊ะตรงตำแหน่งที่หล่อนนั่งประจำ…ด้านหลังเคาน์เตอร์เล็กๆที่มีเครื่องคิดเงินตั้งอยู่ข้างๆสมุดบันทึกปกสีแดง ช่างเป็นธุรกิจขนาดกระจุ๋มกระจิ๋มดีแท้ แต่ดูเหมือนเจ้าของร้านจะมีความสุขดีกับธุรกิจเล็กๆนี้

ผมใช้เวลานั่งนิ่งมองหล่อนนั่งทำดอกไม้อยู่เงียบๆ นานๆทีหล่อนจะเหลือบสายตามองผมคล้ายกับจะถามว่า “ตัดสินใจได้หรือยัง” ครั้นผมยังคงเฉย หล่อนก็ก้มหน้าทำงานต่อไปอย่างมีสมาธิ

แล้วผมก็ตัดสินใจได้…

“คือ…จริงๆแล้ว ผมอยากให้ดอกกุหลาบกับผู้หญิงที่ผมแอบสนใจเขาอยู่น่ะ คุณคิดว่า ถ้าผมให้ดอกกุหลาบปลอมกับเขาแทนที่จะเป็นดอกกุหลาบสด เขาจะรู้สึกแปลกๆไหม”

ผมพูดขึ้นลอยๆ พอให้หล่อนได้ยินเสียงพูด แม้เสียงผมจะไม่ดังนัก แต่ระยะห่างแค่ 3-4 เมตรในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่กว้างนั้น ทั้งไม่มีสรรพเสียงอันเป็นมลพิษใดๆ มากระทบกระแทกโสตประสาทให้เป็นอุปสรรคในการฟัง นอกจากเสียงเพลงบรรเลงเบาๆนั้น หล่อนน่าจะได้ยินคำพูดของผมชัดเจนดี

“ทุกอย่างในโลกนี้เป็นสิ่งสมมติ จะเป็นดอกไม้จริงหรือดอกไม้ปลอม ถ้าคุณมอบให้เธอเพื่อเป็นสื่อแทนความรู้สึกที่ออกจากใจจริง เธอน่าจะสัมผัสได้ “

หล่อนตอบออกมาสั้นๆฟังคล้ายปรัชญาชีวิตในแนวพุทธะ แต่ทว่าได้ใจความชัดเจน จริงแฮะ…ดอกไม้ก็คือดอกไม้ จะจริงหรือหลอกแต่รูปลักษณ์ของมันก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ด้วยตาว่านี่คือดอกไม้ มันเป็นสิ่งสมมติอย่างที่หล่อนว่าโดยแท้

“งั้นคุณช่วยจัดให้ผมสักช่อ เลือกสีให้ผมด้วย เอ้อ..เธอคือผู้หญิงที่ผมอยากรู้จักให้มากกว่าที่เป็นอยู่แต่เธอยังไม่รู้ตัว”

บอกไปแล้วผมรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก มันคงเป็นความรู้สึกเดียวกับนักรบที่ออกสนามรบครั้งแรกและกำลังประดาบกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือ แม้จะยังไม่รู้ว่าตัวเองจะแพ้หรือชนะ แต่เมื่อลงสนามแล้ว จิตวิญญาณของการต่อสู้มันก็ทำให้ฮึดสู้ต่อไป เรื่องแพ้ชนะกลายเป็นเรื่องรอง เอาเถอะ…เดี๋ยวก็รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

หล่อนจัดช่อดอกกุหลาบสีขาว สีแดง และสีชมพูแซมด้วยใบไม้หลอกๆสีเขียวและดอกอะไรสักอย่างเล็กๆสีขาวอย่างที่เห็นจนเจนตาโดยใช้เวลาไม่นานนัก แต่ก็ดูสวยงามกลมกลืนกันอย่างไม่น่าเชื่อ บอกถึงความเป็นมืออาชีพของหล่อนได้เป็นอย่างดี ผมมองหน้านวลใสเจือรอยยิ้มน้อยๆ…ขณะรับช่อกุหลาบปลอมๆนั้น พร้อมๆกับยื่นเงินค่าช่อดอกไม้ให้ตามราคาที่ได้รับแจ้งมา หล่อนยื่นเงินทอนแนบกับกระดาษสีชมพูหวานแผ่นเล็กๆให้ผม ผมก้มลงมองดูแล้วอดที่จะอมยิ้มอยู่คนเดียวไม่ได้

“คือความหมายของดอกกุหลาบแต่ละสีน่ะ เผื่อคุณจะได้บอกเธอผู้นั้นได้”
หล่อนบอกอย่างหวังดี ผมพอจะรู้บ้างแล้วจากการอ่านใบปิด”นัยแห่งสีของกุหลาบ” ความหมายโดยรวมของทั้งสามสีนั้น…คือการบอกความในใจของผู้ชายคนหนึ่งนั่นเอง ผมตัดสินใจยื่นช่อดอกไม้ไปตรงหน้าหล่อนดื้อๆ เผลอกลั้นหายใจขณะพูด

“ผมให้คุณ”

จบประโยคสั้นๆนั้นผมค่อยๆสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด อาการสั่นไหวภายในจึงลดระดับลงถึงขีดปกติในที่สุด สีหน้าฉงนสนเท่ห์ของหล่อนปรากฏชัดอยู่ครู่ใหญ่ กว่าหล่อนจะปรับสีหน้าให้วางเฉยได้พร้อมๆกับเลือดฝาดที่กระจายอยู่เต็มใบหน้าขาวนวล มันดูราวกับถูกฉีดขึ้นมาจากส่วนที่อยู่ลึกลงไปจากข้างใน…จากหัวใจของหล่อนกระมัง

“คุณ..เอ้อ…”

ผมเพิ่งเห็นท่าทีไม่มั่นใจของหล่อนเป็นครั้งแรก หรือหล่อนจะเกิดความหวั่นไหวตามประสาสาวน้อยที่มีชายหนุ่ม เอ้อ…รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดีขนาดน้องๆพระเอกหนังอย่างผมมอบช่อดอกไม้ให้อย่างไม่คาดฝัน

“ช่วยรับไว้เถอะครับ ผมอยากให้คุณจริงๆ ผมอยากรู้จักคุณ”

“ขอบคุณค่ะ แต่…คุณยังไม่รู้อะไร คือ..ดิฉัน..”

“เป็นเพื่อนกันก่อนก็ได้ครับ หรือคุณมีใครอยู่แล้ว”

ผมได้ทีรุกเลยครับ ก็คู่ต่อสู้กำลังละล้าละลัง ไม่รีบบุกตอนนี้เกิดหล่อนตั้งหลักได้ เรียกท่าทีมั่นใจคืนมา ผมนี่แหละครับอาจจะเป็นฝ่ายถูกหล่อนรุกเสียเอง

“เปล่าค่ะ…”

หล่อนอึกอัก ก่อนจะนิ่งเงียบไปขณะที่มองหน้าผมนิ่งอยู่เป็นครู่ ผมสบสายตาหวานฉ่ำคู่นั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน นึกชมตัวเองอยู่ในใจว่าเราก็หนึ่งในตองอูเหมือนกันแฮะ ทั้งๆที่เป็นครั้งแรกที่คิด
”จีบ”หญิง

“คุณชื่ออะไรครับ ขอโทษ…ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”

“คุณอยากรู้จริงๆหรือคะ”

ผมพยักหน้ายิ้มๆ หล่อนทำท่าราวกับตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ร่างบอบบางนั้นหมุนตัวอย่างรวดเร็ว จนผมยาวสลวยสวยเก๋นั้นสะบัดพลิ้วไหวไปตามอาการเคลื่อนไหวของเจ้าของ เดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลอมทองรูปแบบเก๋ไก๋ตามสมัยนิยม หยิบอะไรบางอย่างออกมา ผมดูแวบๆ…เหมือนเครดิตการ์ด

“ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเกี่ยวกับตัวดิฉัน ขอให้ดูนี่ก่อนค่ะ”

หล่อนวางการ์ดใบนั้นลงบนเคาน์เตอร์ ผมก้าวเข้าไปดูอย่างงุนงง ก็..งงจริงนี่ครับ หล่อนเอาเครดิตการ์ดมาให้ผมดูทำไม แล้วผมก็หายสงสัย เมื่อเห็นการ์ดใบนั้นชัดเจน มันเป็นบัตรประชาชนครับ เป็นบัตรประชาชนของหนุ่มน้อยหน้าตาดีนายหนึ่ง ระบุชื่อ นายจักรี ศรีจันทร์

“คุณอยากรู้จักชื่อของดิฉัน นี่แหละค่ะ ชื่อจริงของดิฉัน”

คุณพระช่วย! ผมอุทานในใจเหมือนชื่อรายการโทรทัศน์ดังรายการหนึ่ง หล่อนเป็นผู้ชาย! ไม่มีอะไรบ่งบอกสักนิดว่าหล่อนเป็นผู้ชาย ทั้งน้ำเสียง รูปร่างหน้าตา กิริยาท่าที เป็นผู้หญิงแท้ๆ ผมพยายามเปลี่ยนความรู้สึกว่าหล่อนเป็นผู้ชายเหมือนผม แต่…มันคงเร็วเกินไปจนผมปรับความรู้สึกไม่ทัน ผมเมินบัตรที่วางอยู่ตรงหน้า จ้องมองหล่อนอย่างเต็มตา หล่อนยิ้มอีกแล้วครับ ดูสิ! แม้แต่รอยยิ้มของหล่อนยังสดใสราวกับอิตถีเพศที่กำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง

“ผมก็ยังอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้อยู่ดี”

น้ำเสียงผมคงเจือความวิงวอนเข้าไปด้วยแน่ๆ…ผมรู้สึกอย่างนั้น เพราะไม่อยากถูกตัดรอนจากคนที่ผมอยากสานสัมพันธ์ด้วย ทั้งๆที่มันเพิ่งจะกำลังเริ่มต้น โดยเฉพาะกับใครบางคนที่ไม่ใช่ผู้หญิงแท้คนนี้ แปลกพิลึก…ผมยังคงรู้สึกว่าหล่อนเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ดี

ท่าทีมั่นใจของหล่อนกลับมาอีกแล้ว…ขณะที่ผมกลับเกิดความพะวักพะวงในใจ ยอมรับว่าค่อนข้างจะเสียหน้าไม่น้อย…ถ้าต้องถูกปฏิเสธจากชายไม่จริงหญิงไม่แท้คนหนึ่ง

“เราเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ ดิฉันยินดี”

หล่อนตอบสั้นๆ น้ำเสียงนั้นมั่นคงหนักแน่นราวกับจะย้ำว่า หล่อนหมายความอย่างนั้นจริงๆ ผมสบตาคู่สวยที่อยู่ตรงหน้า ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ภายในส่วนลึกในใจของหล่อน นึกแปลกใจขึ้นมาครามครัน ก็ผมเคยได้ยินมาว่า สาวประเภทสองมักจะ”กระดี๊กระด๊า”เมื่อมีชายหนุ่มมาแสดงความสนใจ นี่ไหงกลับตาลปัตรอย่างนี้ล่ะ

ผมก้มลงมองกุหลาบปลอมๆสีสวยช่อใหญ่ที่ถือค้างในมือ รู้สึกราวกับว่าร่องรอยกลีบดอกที่บานแย้มนั้นกำลังยิ้มเยาะอย่างหมิ่นแคลนในความคิดตื้นเขินของผม ตัดสินใจหมุนตัวเดินออกมาข้างนอกซึ่งกำลังเข้าสู่บรรยากาศที่สลัวรางเต็มที แสงไฟสีนวลหน้าร้านส่องให้เห็นสติ๊กเกอร์ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่แปะติดอยู่กับกระจกว่า “INDY_ROSE” สีสันของมันสดใสกระจ่างตายิ่งกว่าที่ผมเห็นตอนกลางวันเสียอีก

จบ


 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 19.36 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO

ใช่ครับ
จะจริงหรือปลอมก็แค่สิ่งสมมติ
แต่ความรู้สึกที่อยากให้ต่างหาก
ที่เป็นสิ่งสวยงามอย่างแท้จริง
ความคิดเห็นที่ 6
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

ดีจ้า
ความคิดเห็นที่ 5
ริมโขง วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/mitsunjon

ชอบดอกไม้ค่ะ
และที่สำคัญดอกไม้มักคู่กับหญิงสวยๆค่ะ
ถ้าได้รับดอกไม้จากใครสักคนที่เรารัก...แหมชื่นใจจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
thebeegees วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 13.13 น.
http://www.oknation.net/blog/thebeegees

อ่านแล้วสนุกมากๆครับ

ทุกอย่างในโลกนี้เป็นสิ่งสมมติ จะเป็นดอกไม้จริงหรือดอกไม้ปลอม ถ้าคุณมอบให้เธอเพื่อเป็นสื่อแทนความรู้สึกที่ออกจากใจจริง เธอน่าจะสัมผัสได้

ประโยคนี้ดีมากๆครับ ขอกดให้หนึ่งโหวตครับ สำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้
ความคิดเห็นที่ 3
nona วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 12.13 น.
http://www.oknation.net/blog/pook

กุหลาบอิสระ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 10.50 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ... สำหรับบทความที่น่าสนใจ

มีความสุขในวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์นะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
ลานเทวา วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 03.29 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

เธอ คงจะสวยน่าดูชมนะครับ
เสียดาย เธอเป็นดอกไม้ .......
ก็ดีครับ นานๆ ทีมีนางเอกแบบนี้บ้าง

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31