วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม 2551
ข้อแนะนำร่างกายและชีวิตที่แจ่มใส
Posted by
นฤมล
,
ผู้อ่าน : 163
, 21:52:45 น.
| หมวดหมู่ :
หนังสือน่าอ่าน
พิมพ์หน้านี้
|
ข้อแนะนำร่างกายและชีวิตที่แจ่มใส 1. ร่างกายประกอบไปด้วยน้ำถึง 60 % (คิดจากน้ำหนัก ) และจะสูญเสียน้ำวันละประมาณ 2 ลิตร จากเหงื่อ , ปัสสาวะ และการหายใจ
.นี่แค่อยู่เฉยๆนะ ถ้าต้องออกกำลังด้วยก็ต้องคิดเพิ่มต่างหาก ดังนั้นควรดื่มน้ำเข้าไปทดแทนอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และถ้าเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายก็ควร(ต้อง)ดื่มเพิ่มขึ้นอีกชั่วโมงละ 1 ลิตร ( 4 แก้ว ) 2. ถ้ารู้สึกปวดหัวหรือเวียนหัว ลองดื่มน้ำเข้าไปสักแก้วสองแก้วก่อนจะไปหายาแก้ปวด เพราะเนื้อสมองนั้นประกอบด้วยน้ำถึง 85 % ดังนั้นร่างกายขาดน้ำไปแค่หน่อยเดียว อาการปวดหัวก็จะถามหาเอาง่ายๆ 3. แม้จะรู้ ๆ กันว่าต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ก็มีแค่ 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่จะทำได้ ลองหมั่นสังเกตปัสสาวะที่มีสีเข้มๆ หรือลองดึงหลังมือดู ถ้าเนื้อเด้งกลับอย่างช้าๆ ก็แปลว่าร่างกายขาดน้ำแล้ว 4. เลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด เพราะฟองก๊าซที่ผสมอยู่นั้นมีสภาพเป็นกรดซึ่งนอกจากจะไม่ดีต่อกระเพาะแล้วยังทำให้เรอออกมาด้วย 5. น้ำแร่สำหรับดื่มแต่ละยี่ห้อนั้น จะมีส่วนผสมของแร่ธาตุต่างๆ ไม่เท่ากัน ถ้าชอบจริงๆ ก็พยายามเลือกยี่ห้อที่มีโซเดียมผสมอยู่น้อยที่สุด 6. เลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะๆ เช่น นม มะเขือเทศแตงกวา ฟัก ฯลฯ 7. เลี่ยงการอาบน้ำอุ่น(จัด) ในตอนเช้า เพราะการอาบหรือแช่น้ำที่อุณหภูมิ 40องศาเซลเซียส ( ขึ้นไป ) นานกว่า 5 นาที นั้นทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้
เก็บน้ำอุ่นไว้อาบตอนเย็นหลังเลิกงานหรือก่อนเข้านอนจะดีกว่ากันเยอะ 8. งดดื่มน้ำก่อนเข้านอน 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ไตขับน้ำลงไปอยู่ในกระเพาะปัสสาวะทั้งหมดเสียก่อน จะได้เข้าห้องน้ำทีเดียวก่อนเข้านอนไม่ต้องลุกขึ้นมากลางดึกให้เสียอารมณ์ 9. เดินวันละ 30 นาที ให้เป็นประจำ จะทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 10. แปรงฟันแบบแห้ง ๆ ด้วยแปรงนุ่ม ๆ จากนั้นก็บ้วนน้ำทิ้งเสียรอบนึง ตามด้วยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันตามปกติ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นอีก 60 % แถมลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้อีก50 % 11. ทดสอบประสิทธิภาพของปอดได้ง่าย ๆ ด้วยการถือเทียนที่จุดไฟติดแล้วไว้ห่างจากปาก 15 ซม. อ้าปากหายใจเข้าให้เต็มที่แล้วเป่าลม " ฮ่อ " ออกมา จากปากโดยไม่ห่อปากถ้าเปลวไฟดับได้ก็แปลว่าปอดคุณยังแจ๋วอยู่ 12. ทดสอบการได้ยินของหูด้วยการเข้าไปอยู่ในห้องเงียบๆ ยื่นแขนออกไปด้านข้างให้สุดแล้วใช้ นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ถูกันไปมา หดแขนเข้ามาหาตัวช้าๆ เมื่อหูสามารถได้ยินเสียงถูนิ้ว ก็ให้วัดระยะจากหูถึงนิ้วไว้ แล้วทดสอบกับหูอีกข้าง ผู้ที่มีความปกติจะได้ยินเสียงถูนิ้วในระยะห่าง 15-20 ซ.ม. 13. งีบกลางวัน สัก 20 นาที ทุกๆ วัน ช่วยคลายเครียดและทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น แต่อย่างีบนานกว่านั้นเพราะจะทำให้ง่วงตลอดบ่ายแทนและ เวลาเหมาะสมคือถ้าคุณตื่นนอนตอนเช้าเวลา 6 โมง ก็ควรงีบตอนบ่ายสอง 14. การออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ เพราะอาหารและออกซิเจนสามารถไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น แถมยังทำให้อารมณ์แจ่มใสด้วย 15. ผู้สูงอายุทั้งหลายอย่าอยู่โดดเดี่ยว การวิจัยจากทั่วโลกยืนยันตรงกันว่าการเข้าสังคมหรือมีเพื่อนฝูงตลอดเวลาสามารถยืดอายุคนไปได้อีกไม่ต่ำกว่า 5 ปีเชียวนะ 16. ชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่นนั้น เพิ่มอัตราการเจ็บป่วย(ด้วยโรคภัย)ขึ้นถึง 35 %และทำให้อายุสั้นลงอีกถึง 4 ปี นี่เป็นตัวเลขโดยเฉลี่ยนะจ๊ะ เพราะถ้ารวมตัวเลขโหดๆ ประเภทอัตราบาดเจ็บจากการทำร้ายร่างกายกันและกันเข้าไปด้วยเดี๋ยวจะอยู่เป็นโสดกันทั้งเมือง 17. เพศชายเป็นนักสร้างสรรค์ ดังนั้นถ้าอยากมีสุขภาพจิตดีต้องหมั่นตั้งเป้าหมายหรือสร้างฝันอยู่ตลอดเวลา แล้วก็พยายามสร้างหรือไขว่คว้าม าให้ได้ด้วยแต่ก็อย่าจริงจังจนกลายเป็นโรคเครียดแทนล่ะ 18. การนอนหลับวันละ 7-9 ชั่วโมงเป็นสิ่งสำคัญตลอดชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นเพื่อให้นอนหลับอย่างมประสิทธิภาพควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน (กาแฟ) และนิโคติน (บุหรี่)ตลอดช่วงบ่ายยาวจนถึงเข้านอน เข้านอนให้เป็นเวลาทุกคืน อย่าดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือทานของกินบนที่นอนเพราะที่นอนนั้นเอาไว้นอนหลับกับทำอะไรนอนๆเท่านั้น และถ้านอนไม่หลับภายในครึ่งชั่วโมง ก็จงลุกออกไปหาอะไรที่ผ่อนคลายทำไปก่อน ( เช่น อ่านหนังสือ ) จนกว่าจะรู้สึกง่วงค่อยกลับขึ้นเตียงอีกครั้ง 19. อาการนอนกรนเกิดขึ้นเฉพาะเวลานอนหงายเท่านั้น ดังนั้นการแก้ไขง่ายๆคือหาวิธีไม่ให้นอนหงาย ด้วยการสวมเสื้อยืดที่มีกระเป๋าเสื้อแบบกลับหลัง แล้วเอาลูกกอล์ฟใส่ไว้ในกระเป๋านั้นให้เป็นเครื่องปลุกเวลาพลิกตัวนอนหงายก่อนที่จะโดนคนข้างๆตัวปลุกแบบไม่สุนทรี 20. หยุดอาการสะอึกได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ก้อนน้ำแข็งโป๊ะบริเวณลูกกระเดือกเพราะความเย็นจะไปชะลอสัญญาณกระตุ้นจากสมองที่จะไปยังกระบังลมให้ช้าลง 21. อาการปวดหลังเมื่อขับรถนานๆ เกิดจากการนั่งหลังโก่งแก้ไขง่ายๆ ด้วยการปรับกระจกมองหลังให้เงยขึ้น ซึ่งจะช่วยบังคับให้ต้องนั่งตัวตรงโดยธรรมชาติ 22. ลดความเครียดด้วยการทานกล้วยหอมวันละใบเพราะสารโปรแตสเซียมในกล้วยช่วยลดความดันโลหิตได้ 23. น้ำส้มคั้นสามารถแก้อาการเมาค้างได้เป็นอย่างดีเพราะปริมาณฟรุคโตส มากๆจะเร่งให้ร่างกายเผาผลาญแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นอีก 25 % 24. มีมะเร็งร้ายที่ถ่ายทอดโดยพันธุ์กรรมเพียง 10 % เท่านั้น ที่เหลือเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดี การทานผักผลไม้ให้มากๆ ในแต่ละวันจะลดอัตราการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในทางเดินอาหารได้มากถึง 70 % 25.สารเมลาโทนินที่มีมากในผลเชอรี่ช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น 26.จากการวิจัยพบว่าแค่ทานซอสมะเขือเทศบ่อยๆ เป็นประจำก็สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในอัณฑะได้ถึง 34 % และจะได้ผลมากขึ้นถ้าทานมะเขือเทศสดๆ เป็นประจำ แต่ถ้าไม่ชอบรสชาดก็ให้หันไปทานแตงโมแทนได้ผลเหมือนกัน 27. ทานปลาแซลมอนแค่สัปดาห์ละมื้อเป็นประจำก็ลดอัตราการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ถึง 50 % เพราะปลาแซลมอนมีกรดไขมันที่เรียกว่า โอเมก้าทรี ( Omega-3 ) อย่ามากกว่าปลาชนิดอื่น ซึ่งนอกจากมีประโยชน์ต่อหัวใจแล้วยังช่วยลดอาการไขข้ออักเสบต่างๆ ได้อีกด้วยแต่รายงานไม่บอกว่ากิน "ปลาทู" แทนจะได้หรือป่าว ? 28 ผลไม้เปลือกแข็ง เช่น เกาลัด มันฮ่อ ฯลฯ มีวิตามิน E อยู่เยอะ ซึ่งช่วยป้องกันโรคอัลไซ เมอร์ได้เป็นอย่างดี และจาก การวิจัยยังพบว่าผู้ที่ทานผลไม้เปลือกแข็งเหล่านี้ยังมีอัตราการเป็นโรคหัวใจต่ำมาก 29. กระเทียมมีสารต้านไวรัสอยู่เยอะแยะและยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายได้อย่างดี จึงเป็นอาหารต้านหวัดหมายเลขหนึ่งที่ยังไม่มีใครแย่งตำแหน่งไปได้ 30. แก้ปัญหาขอบตาคล้ำด้วยการทานสัปปะรดกับมะละกอเยอะๆ เพราะเอนไซม์ที่มีมากในผลไม้ทั้งสองอย่างนี้ช่วยทำให้เนื้อเยื่อดูดซับเลือดที่จับตัวแข็งเป็นก้อนๆ ทั้งหลายได้ดี 31. ลดน้ำหนักง่ายๆ โดยไม่ต้องอดอาหาร ด้วยการเหลืออาหารไว้ 1 ใน 5 ของปริมาณที่คุณทานตามปกติ รอสัก 20 นาทีก็จะรู้สึกอิ่มได้เองเหมือนๆ กับการโซ้ยจนหมดจาน ทั้งนี้เพราะว่า ร่างกายจะย่อยอาหารและซึมซับสารต่างๆ เข้าสูกระแสเลือดนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร ก็ราวๆ 20 นาที ที่ให้รอนั่นแหละ
หมายเหตุ คัดลอกมาจากนิตยาสาร MBT ประจำเดือน ตุลาคม 2546 ฉบับที่ 63
|