• นฤมล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : narimonji@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-27
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 3401
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
อารมณ์
คุยกันเพลินๆในเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาทุกวัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/arrom
วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม 2551
ข้อแนะนำร่างกายและชีวิตที่แจ่มใส
Posted by นฤมล , ผู้อ่าน : 163 , 21:52:45 น.   | หมวดหมู่ : หนังสือน่าอ่าน  
พิมพ์หน้านี้


ข้อแนะนำร่างกายและชีวิตที่แจ่มใส 
1.      ร่างกายประกอบไปด้วยน้ำถึง 60 % (คิดจากน้ำหนัก ) และจะสูญเสียน้ำวันละประมาณ 2 ลิตร จากเหงื่อ , ปัสสาวะ และการหายใจ….นี่แค่อยู่เฉยๆนะ ถ้าต้องออกกำลังด้วยก็ต้องคิดเพิ่มต่างหาก ดังนั้นควรดื่มน้ำเข้าไปทดแทนอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และถ้าเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายก็ควร(ต้อง)ดื่มเพิ่มขึ้นอีกชั่วโมงละ 1 ลิตร ( 4 แก้ว )
2.     ถ้ารู้สึกปวดหัวหรือเวียนหัว ลองดื่มน้ำเข้าไปสักแก้วสองแก้วก่อนจะไปหายาแก้ปวด เพราะเนื้อสมองนั้นประกอบด้วยน้ำถึง 85 % ดังนั้นร่างกายขาดน้ำไปแค่หน่อยเดียว อาการปวดหัวก็จะถามหาเอาง่ายๆ
3.  แม้จะรู้ ๆ กันว่าต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ก็มีแค่ 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่จะทำได้ ลองหมั่นสังเกตปัสสาวะที่มีสีเข้มๆ หรือลองดึงหลังมือดู ถ้าเนื้อเด้งกลับอย่างช้าๆ ก็แปลว่าร่างกายขาดน้ำแล้ว 
4.     เลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด เพราะฟองก๊าซที่ผสมอยู่นั้นมีสภาพเป็นกรดซึ่งนอกจากจะไม่ดีต่อกระเพาะแล้วยังทำให้เรอออกมาด้วย
5.     น้ำแร่สำหรับดื่มแต่ละยี่ห้อนั้น จะมีส่วนผสมของแร่ธาตุต่างๆ ไม่เท่ากัน ถ้าชอบจริงๆ ก็พยายามเลือกยี่ห้อที่มีโซเดียมผสมอยู่น้อยที่สุด
6.    เลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะๆ เช่น นม มะเขือเทศแตงกวา ฟัก ฯลฯ 
7.     เลี่ยงการอาบน้ำอุ่น(จัด) ในตอนเช้า  เพราะการอาบหรือแช่น้ำที่อุณหภูมิ 40องศาเซลเซียส ( ขึ้นไป ) นานกว่า 5 นาที นั้นทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้  … เก็บน้ำอุ่นไว้อาบตอนเย็นหลังเลิกงานหรือก่อนเข้านอนจะดีกว่ากันเยอะ
8.      งดดื่มน้ำก่อนเข้านอน 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ไตขับน้ำลงไปอยู่ในกระเพาะปัสสาวะทั้งหมดเสียก่อน จะได้เข้าห้องน้ำทีเดียวก่อนเข้านอนไม่ต้องลุกขึ้นมากลางดึกให้เสียอารมณ์
9.      เดินวันละ 30 นาที ให้เป็นประจำ จะทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
10.    แปรงฟันแบบแห้ง ๆ ด้วยแปรงนุ่ม ๆ จากนั้นก็บ้วนน้ำทิ้งเสียรอบนึง ตามด้วยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันตามปกติ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นอีก 60 % แถมลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้อีก50 %
11.     ทดสอบประสิทธิภาพของปอดได้ง่าย ๆ ด้วยการถือเทียนที่จุดไฟติดแล้วไว้ห่างจากปาก 15 ซม. อ้าปากหายใจเข้าให้เต็มที่แล้วเป่าลม " ฮ่อ " ออกมา จากปากโดยไม่ห่อปากถ้าเปลวไฟดับได้ก็แปลว่าปอดคุณยังแจ๋วอยู่ 
12.    
ทดสอบการได้ยินของหูด้วยการเข้าไปอยู่ในห้องเงียบๆ ยื่นแขนออกไปด้านข้างให้สุดแล้วใช้ นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ถูกันไปมา หดแขนเข้ามาหาตัวช้าๆ เมื่อหูสามารถได้ยินเสียงถูนิ้ว ก็ให้วัดระยะจากหูถึงนิ้วไว้ แล้วทดสอบกับหูอีกข้าง ผู้ที่มีความปกติจะได้ยินเสียงถูนิ้วในระยะห่าง 15-20 ซ.ม.
13.      งีบกลางวัน สัก 20 นาที ทุกๆ วัน ช่วยคลายเครียดและทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น แต่อย่างีบนานกว่านั้นเพราะจะทำให้ง่วงตลอดบ่ายแทนและ  เวลาเหมาะสมคือถ้าคุณตื่นนอนตอนเช้าเวลา 6 โมง ก็ควรงีบตอนบ่ายสอง 
14.     การออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ เพราะอาหารและออกซิเจนสามารถไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น แถมยังทำให้อารมณ์แจ่มใสด้วย
15.   ผู้สูงอายุทั้งหลายอย่าอยู่โดดเดี่ยว การวิจัยจากทั่วโลกยืนยันตรงกันว่าการเข้าสังคมหรือมีเพื่อนฝูงตลอดเวลาสามารถยืดอายุคนไปได้อีกไม่ต่ำกว่า 5 ปีเชียวนะ
16.    ชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่นนั้น เพิ่มอัตราการเจ็บป่วย(ด้วยโรคภัย)ขึ้นถึง 35 %และทำให้อายุสั้นลงอีกถึง 4 ปี   นี่เป็นตัวเลขโดยเฉลี่ยนะจ๊ะ เพราะถ้ารวมตัวเลขโหดๆ ประเภทอัตราบาดเจ็บจากการทำร้ายร่างกายกันและกันเข้าไปด้วยเดี๋ยวจะอยู่เป็นโสดกันทั้งเมือง
17.    เพศชายเป็นนักสร้างสรรค์ ดังนั้นถ้าอยากมีสุขภาพจิตดีต้องหมั่นตั้งเป้าหมายหรือสร้างฝันอยู่ตลอดเวลา  แล้วก็พยายามสร้างหรือไขว่คว้าม าให้ได้ด้วยแต่ก็อย่าจริงจังจนกลายเป็นโรคเครียดแทนล่ะ 
18.    การนอนหลับวันละ 7-9 ชั่วโมงเป็นสิ่งสำคัญตลอดชีวิตของมนุษย์     ดังนั้นเพื่อให้นอนหลับอย่างมประสิทธิภาพควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน (กาแฟ) และนิโคติน (บุหรี่)ตลอดช่วงบ่ายยาวจนถึงเข้านอน เข้านอนให้เป็นเวลาทุกคืน อย่าดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือทานของกินบนที่นอนเพราะที่นอนนั้นเอาไว้นอนหลับกับทำอะไรนอนๆเท่านั้น และถ้านอนไม่หลับภายในครึ่งชั่วโมง ก็จงลุกออกไปหาอะไรที่ผ่อนคลายทำไปก่อน ( เช่น อ่านหนังสือ ) จนกว่าจะรู้สึกง่วงค่อยกลับขึ้นเตียงอีกครั้ง 
19.     อาการนอนกรนเกิดขึ้นเฉพาะเวลานอนหงายเท่านั้น ดังนั้นการแก้ไขง่ายๆคือหาวิธีไม่ให้นอนหงาย ด้วยการสวมเสื้อยืดที่มีกระเป๋าเสื้อแบบกลับหลัง แล้วเอาลูกกอล์ฟใส่ไว้ในกระเป๋านั้นให้เป็นเครื่องปลุกเวลาพลิกตัวนอนหงายก่อนที่จะโดนคนข้างๆตัวปลุกแบบไม่สุนทรี 
20.    หยุดอาการสะอึกได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ก้อนน้ำแข็งโป๊ะบริเวณลูกกระเดือกเพราะความเย็นจะไปชะลอสัญญาณกระตุ้นจากสมองที่จะไปยังกระบังลมให้ช้าลง
21.     อาการปวดหลังเมื่อขับรถนานๆ เกิดจากการนั่งหลังโก่งแก้ไขง่ายๆ ด้วยการปรับกระจกมองหลังให้เงยขึ้น ซึ่งจะช่วยบังคับให้ต้องนั่งตัวตรงโดยธรรมชาติ 
22.     ลดความเครียดด้วยการทานกล้วยหอมวันละใบเพราะสารโปรแตสเซียมในกล้วยช่วยลดความดันโลหิตได้ 
23.    
น้ำส้มคั้นสามารถแก้อาการเมาค้างได้เป็นอย่างดีเพราะปริมาณฟรุคโตส มากๆจะเร่งให้ร่างกายเผาผลาญแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นอีก 25 %
24.     มีมะเร็งร้ายที่ถ่ายทอดโดยพันธุ์กรรมเพียง 10 % เท่านั้น ที่เหลือเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดี การทานผักผลไม้ให้มากๆ ในแต่ละวันจะลดอัตราการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในทางเดินอาหารได้มากถึง 70 %
25.สารเมลาโทนินที่มีมากในผลเชอรี่ช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น
26.จากการวิจัยพบว่าแค่ทานซอสมะเขือเทศบ่อยๆ เป็นประจำก็สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในอัณฑะได้ถึง 34 % และจะได้ผลมากขึ้นถ้าทานมะเขือเทศสดๆ เป็นประจำ แต่ถ้าไม่ชอบรสชาดก็ให้หันไปทานแตงโมแทนได้ผลเหมือนกัน
27.     ทานปลาแซลมอนแค่สัปดาห์ละมื้อเป็นประจำก็ลดอัตราการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ถึง 50 % เพราะปลาแซลมอนมีกรดไขมันที่เรียกว่า โอเมก้าทรี ( Omega-3 ) อย่ามากกว่าปลาชนิดอื่น ซึ่งนอกจากมีประโยชน์ต่อหัวใจแล้วยังช่วยลดอาการไขข้ออักเสบต่างๆ ได้อีกด้วยแต่รายงานไม่บอกว่ากิน "ปลาทู" แทนจะได้หรือป่าว ?
28       ผลไม้เปลือกแข็ง เช่น เกาลัด มันฮ่อ ฯลฯ มีวิตามิน E อยู่เยอะ ซึ่งช่วยป้องกันโรคอัลไซ เมอร์ได้เป็นอย่างดี และจาก การวิจัยยังพบว่าผู้ที่ทานผลไม้เปลือกแข็งเหล่านี้ยังมีอัตราการเป็นโรคหัวใจต่ำมาก
29.     กระเทียมมีสารต้านไวรัสอยู่เยอะแยะและยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายได้อย่างดี จึงเป็นอาหารต้านหวัดหมายเลขหนึ่งที่ยังไม่มีใครแย่งตำแหน่งไปได้ 
30.   แก้ปัญหาขอบตาคล้ำด้วยการทานสัปปะรดกับมะละกอเยอะๆ เพราะเอนไซม์ที่มีมากในผลไม้ทั้งสองอย่างนี้ช่วยทำให้เนื้อเยื่อดูดซับเลือดที่จับตัวแข็งเป็นก้อนๆ ทั้งหลายได้ดี 
31.      ลดน้ำหนักง่ายๆ โดยไม่ต้องอดอาหาร ด้วยการเหลืออาหารไว้ 1 ใน 5 ของปริมาณที่คุณทานตามปกติ รอสัก 20 นาทีก็จะรู้สึกอิ่มได้เองเหมือนๆ กับการโซ้ยจนหมดจาน ทั้งนี้เพราะว่า ร่างกายจะย่อยอาหารและซึมซับสารต่างๆ เข้าสูกระแสเลือดนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร ก็ราวๆ 20 นาที ที่ให้รอนั่นแหละ 

หมายเหตุ     คัดลอกมาจากนิตยาสาร MBT ประจำเดือน ตุลาคม 2546 ฉบับที่ 63


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน