พิมพ์หน้านี้
|
การเมืองไทยหนีไม่พ้น..เลือกตั้ง...ปฏิวัติ..ซ้ำซาก จำเจ อยู่อย่างนี้ตลอดเวลา..และ นี่คือประวัติศาสตร์ ในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาสู่ระบอบประชาธิปไตย แบบไทย ไทย การเมืองไทย ก่อนการปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้ง จะต้องมีการกล่าวอ้างสาเหตุของการปฏิวัติ เสมอ และการจะสำเร็จหรือไม่ จะอยู่ที่ สาเหตุโดนใจประชาชนมากน้อยเพียงใด สถานการณ์ สุกงอมแค่ใหน ถ้าพูดถึง ณ วันนี้ มีเค้าลาง ถึงสถานการณ์ที่ว่านั้นหรือยัง อาจกล่าวได้ว่า มันเริ่มเค้าลางขึ้นมาบ้างแล้ว จากสาเหตุหลายประการ แต่สาเหตุใดจะเป็นสาเหตุ ที่โดนใจ และ นำเข้าสู่ความสุกงอมของสถานการณ์ที่จะก่อให้เกิดการรัฐประหาร เราลองมาไล่เลียงมองดูกัน เพื่อจะได้มีแนวคิดที่จะป้องกันและคลี่คลายก่อนจะสายเกินไป สาเหตุที่หนึ่ง....การพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยแสดงเจตนาเร่งรีบ ลุกลน แอบแฝง ถึงการกระทำเพื่อให้กลุ่มบุคคล พรรคพวก ได้รับประโยชน์ โดยไม่ให้ประชาชน ผู้ลงประชามติผ่านรัฐธรรมนูญเป็นผู้มีสิทธิ์ แสดงเสียงว่าสมควรแก้ไขมากน้อยเพียงใด หวังใช้อำนาจที่มีอยู่ปัจจุบัน ดันให้ได้ แม้ว่าภาระกิจที่สำคัญกว่าที่จะต้องทำ คือ การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งนับวันจะรุนแรงขึ้น และเริ่มมียุทธศาสตร์ที่น่ากลัวขึ้นทุกวัน..กับปัญหาข้าวของแพง เศรษฐกิจมีปัญหา ความเดือดร้อน ยากไร้ ของประชาชน ตลอดจน ความทุกข์ยากของชาวสวนผลไม้ที่ราคาตกต่ำ..กับไม่กระตือรือล้นที่จะดำเนินการ อาจทำให้ประชาชน เรียกหาการปฏิวัติ อีกครั้งได้ สาเหตุที่สอง....การลุแก่อำนาจ เมื่ออยู่ในตำแหน่ง ก็ลืมตัว ทำการโยกย้าย สับเปลี่ยน ข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยดึงการเมืองเข้ามาเป็นมูลเหตุแห่งการโยกย้าย ส่วนใหญ่ผู้ถูกโยกย้าย เป็นข้าราชการ ที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าเป็นคนดี ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน และประชาชน แต่การปฏิบัติหน้าที่ ไปขัดขวางการเสาะแสวงหาผลประโยชน์ หรือ ทำให้พวกตนเองเดือดร้อน และการนำพวกพ้องเข้าทดแทนตำแหน่งเพื่อให้เกิดการดำเนินการในสิ่งที่ตนเองต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต อาจทำให้ข้าราชการเสียขวัญ ประชาชนเอือมระอา ขาดศรัทธา และข้าราชการอาจส่งความสัมพันธ์ไปสู่ผู้ที่มีศักยภาพในการปฏิวัติ ให้ดำเนินการก่อนที่ข้าราชการเหล่านั้นจะถูกย้ายอีกหลายระลอก สาเหตุที่สาม....การออกหน้าจอทีวี ของคนในรัฐบาลหลายคน เพื่อพูดจาให้เกิดความปั่นป่วน แสดงอำนาจ สร้างความสับสน ยั่วยุ ให้เกิดความเห็นขัดแย้งจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล มีกลุ่มต่างๆ ออกมาต่อต้านมากขึ้น และเริ่มได้รับกระแสตอบรับมากขึ้น การชุมนุมแสดงความคิดเห็นเริ่มมีการจัดตั้ง กลุ่มตรงข้ามเพื่อออกมาปั่นป่วน ทำให้สถานการณ์สุกงอมง่ายขึ้น เพราะเป็นที่รู้กันว่า กลุ่มใดใครจัดตั้ง ไม่ต่างจากการทำรัฐประหารครั้งที่แล้ว แต่ก็ยังจุดชนวนเหมือนเดิมอีก การครอบครองสื่อ และใช้สื่อเพื่อตัวเองด้านเดียว ทำให้ประชาชน เบื่อและเอือมระอา กับภาพของคนของรัฐ ที่ออกมาจ้อ กันเป็นรายวัน แต่ไม่พูดอะไรให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจึงอาจเป็นสาเหตุที่จะเกิดการปฏิวัติได้ หรือยิ่งถ้าสามสาเหตุไม่มีกการแก้ไข เกิดต่อเนื่องมากขึ้น อาจกลายเป็นสามประสานเร่งรัด ให้เกิดได้เร็วขึ้นอีกสามเท่าตัว ลองช่วยกันโหวตหน่อยว่า สาเหตุใด จะเป็นตัวจุดชนวนการปฏิวัติ ถ้าจะมีในครั้งต่อไป เราจะได้หาทางป้องกันกันนะครับ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |