พิมพ์หน้านี้
|
คราบสีน้ำที่เกิดขึ้นจากการปาดพู่กันในลักษณะแห้งลงบนกระดาษที่มีความหนาและหยาบ __________________________ เมื่อมีสีแล้ว ก็ต้องมีตัวรองรับสี นั่นคือ กระดาษ กระดาษในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกระดาษอะไรก็ได้นะครับ แต่เป็นกระดาษที่ผลิตขึ้นมาเพื่อการวาดภาพสีน้ำโดยเฉพาะ ฝรั่งเขาเรียกกันตรงๆ เลยว่า Watercolor paper มาทำความรู้จักกับกระดาษวาดสีน้ำในแบบวิชาการกันหน่อยดีไหมครับ พจนานุกรมศัพท์และเทคนิคทางศิลปะ บรรยายไว้ดังนี้ครับ - กระดาษที่ใช้สำหรับเป็นทั้งสีพื้นและที่รองรับภาพสีน้ำ ในกรณีที่ต้องการผลของจิตรกรรมสีน้ำที่คงทนถาวรและระบายได้เป็นอย่างดี จิตรกรสีน้ำมักเลือกใช้กระดาษที่ทำด้วยมือ โดยเฉพาะชนิดที่ทำจากเส้นใยผ้าลินิน บางครั้งก็มีใยฝ้ายผสมลงไปเล็กน้อย และจะไม่มีสารกัดฟอกสีตกค้างอยู่ในเนื้อ ยกเว้นจะมีก็แต่สารประเภทกาวที่ลงพื้นบนกระดาษไว้เพื่อลดการดูดซับของกระดาษลงบ้าง แต่ว่ากระดาษสีน้ำที่ทำด้วยมือนี้มีทำกันน้อยมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และต้องอาศัยซื้อจากประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป กระดาษสำหรับสีน้ำนี้มีจำหน่ายในระดับน้ำหนักต่างๆ กัน และระบุชนิดกระดาษด้วยน้ำหนักของกระดาษในจำนวน 1 รีม (500 แผ่น) ในขนาดอิมพีเรียล กระดาษที่น้ำหนักเบาที่สุดคือ 72 ปอนด์ ถ้าเป็นกระดาษ 140 ปอนด์ จะมีราคาสูงกว่าถึง 2 เท่าตัว กระดาษน้ำหนักสามัญ 2 ประเภทนี้ถ้าต้องการใช้ทำงานวิจิตรศิลป์จะนำมาตรึงลงบนแผ่นรองวาด กระดาษชนิดที่มีน้ำหนักมากจาก 280-400 ปอนด์ อาจใช้ได้เลยโดยไม่ต้องนำมาตรึง พื้นผิวที่เด่นของกระดาษทำให้ภาพสีน้ำดูสดใสเป็นประกายและทนต่อการใช้งานค่อนข้างสมบุกสมบัน เช่นการใช้มีดปาดหรือครูดซ้ำๆ ทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างสูงในหมู่จิตรกรสีน้ำ พื้นผิวของกระดาษสีน้ำที่ทำด้วยมือนั้นมีขายหลากหลายชนิด ที่เรียกว่า cold pressed (C.P.) มักจะมีเนื้อหยาบปานกลาง Rough (R) หรือ not pressed (N.P.) มีผิวขรุขระ และมักมีอยู่ในกลุ่มกระดาษที่หนักมากกว่ากระดาษเบา กระดาษชนิด high pressed (H.P.) จะมีเนื้อแน่น ผิวเรียบเนียน มักไม่ใช้กับสีน้ำแบบระบายโปร่งใส แต่มีประโยชน์สำหรับใช้กับสีน้ำทึบหรือใช้ในการวาดมากกว่า กระดาษสีน้ำทำด้วยมือที่มีคุณภาพดีนี้อาจจำหน่ายในรูปเป็นเล่มหรือขายเป็นตั้งในขนาดต่างๆ กัน เนื่องจากกระดาษสีน้ำนี้จะมีคุณภาพดีขึ้นตามกาลเวลา ดังนั้นจิตรกรจึงมักแสวงหากระดาษสีน้ำรุ่นเก่าๆ มาใช้กันโดยเฉพาะกระดาษสีน้ำรุ่นที่มีลายน้ำในเนื้อกระดาษ และมักจะมีตรายี่ห้อ หรือชื่อผู้ทำ หรือปีที่ผลิตระบุอยู่บนกระดาษ แต่เดิมมากระดาษที่ประทับตราหรือทำตราลายน้ำจะทำบนด้านหน้าของกระดาษเพื่อให้รู้ว่าด้านนั้นเป็นด้านที่ใช้งาน ซึ่งมักจะเป็นด้านที่เนื้อกระดาษเรียบหรือสม่ำเสมอกัน ปราศจากตำหนิใดๆ แต่กระดาษคุณภาพดีๆ นั้นยากนักที่จะมีตำหนิ ดังนั้นจึงสามารถใช้งานได้ทั้งสองด้าน ข้อความข้างต้นนั้นผมคัดลอกมาจากพจนานุกรมโดยที่ไม้ได้ตัดทอนเนื้อหาออกเลย อาจจะดูวิชาการไปสักหน่อยแต่คิดว่าเป็นประโยชน์นะครับ ที่นี้ก็มาถึงความเห็นของผมกันบ้าง กระดาษสำหรับวาดสีน้ำที่รู้จักกันในประเทศไทยมักจะเรียกกันว่า กระดาษ 100 ปอนด์ มีลักษณะผิวด้านหน้าหยาบ ด้านหลังเรียบ นักศึกษามักนิยมใช้กระดาษ 100 ปอนด์ในการฝึกวาดภาพสีน้ำ เนื่องจากมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย ปัจจุบันมีการผลิตกระดาษ 100 ปอนด์เป็นเล่มขึ้น เพื่อง่ายต่อการซื้อหาพกพาและหยิบมาใช้งาน อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของผมกระดาษ 100 ปอนด์ ก็ไม่ใช่กระดาษที่ดีนักในการวาดภาพสีน้ำ เนื่องความหนาของกระดาษไม่มากพอ เวลาถูกน้ำ (โดยเฉพาะคนที่ชอบเขียนแบบเปียกชุ่ม) กระดาษอาจจะเปื่อยยุ่ยหรือม้วนงอได้ ทำให้น้ำสีไหลไปกองรวมกันซึ่งควบคุมได้ยาก การใช้กระดาษ 100 ปอนด์หรือกระดาษสีน้ำอย่างบางจึงจำเป็นต้องมีการขึงกระดาษกับแผ่นรองวาดให้ตึงเรียบ เพื่อง่ายต่อการระบายสี กระดาษสีน้ำอย่างบาง นอกจากจะยุ่ยหรืองอในขณะระบายแล้ว สีที่ระบายลงไปยังช้ำได้ง่ายเมื่อระบายสีทับกันหลายๆ ครั้ง (พวกเราเรียกกันว่า สีเน่า) จึงมีคำพูดติดปากนักเรียนศิลปะที่คุณครูมักจะสอนเสมอว่า "อย่าระบายสีทับที่เดิมเกิน 3 ครั้ง สีจะเน่า" เป็นเพราะคุณสมบัติของกระดาษไม่สามารถรับน้ำสีได้อีกนั่นเอง แต่ถ้าจิตรกรใช้กระดาษสีน้ำที่มีความหนามากๆ เมื่อมีความจำเป็นต้องระบายทับหรือเคลือบสีหลายๆ ชั้น จะสังเกตเห็นว่ากระดาษจะไม่ยุ่ยช้ำ และสีก็จะไม่เน่า กระดาษที่เหมาะสมสำหรับการระบายสีน้ำควรมีความหนาตั้งแต่ 185-300 แกรม กระดาษยิ่งหนา ยิ่งรับน้ำสีได้ดี แต่เมื่อคุณภาพดี ราคาก็สูงตามไปด้วย นอกจากเรื่องความหนาของกระดาษแล้ว ผิวของกระดาษก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน กระดาษสีน้ำมีทั้งชนิดผิวเรียบ ผิวหยาบปานกลาง และผิวหยาบมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และลักษณะของภาพที่ต้องการวาด ยกตัวอย่างเช่น ภาพฟองคลื่นในทะเลที่ใช้เทคนิคกระดาษทิชชูเข้ามาช่วย (ซึ่งจะกล่าวถึงในรายละเอียดต่อไป) จำเป็นต้องใช้กระดาษผิวเรียบ เพื่อให้น้ำสีไหลฟู่ได้ดี และสามารถแต้มเช็ดทิ้งได้ง่าย ส่วนกระดาษที่มีผิวหยาบมากๆ เหมาะสำหรับการระบายสีต้องการโชว์เทคนิคการปาดป้ายที่มีการเว้นขาวหรือสโตรคพู่กันแห้งเพื่อให้เห็นเม็ดกระดาษ ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของภาพสีน้ำ อย่างไรก็ตามการเลือกผิวกระดาษก็เป็นความชอบส่วนตัวของผู้วาด ซึ่ง เมื่อฝึกฝนจนชำนาญแล้วก็จะบอกตัวเองได้ว่าชอบผิวกระดาษลักษณะใด คุยมาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านคงมีคำถามในใจสิครับว่า แล้วคนเขียนล่ะ ชอบกระดาษแบบไหน ? ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยครับว่า ผมชอบกระดาษหนา ที่มีผิวหยาบ ขรุขระ ครับ เพราะสไตล์การวาดภาพสีน้ำของผมมักจะชอบทิ้งรอยแปรงเอาไว้ และในทรรศนะของผม รอยแปรงที่ถูกทิ้งไว้บนกระดาษผิวหยาบจะดูสวยกว่ารอยแปรงถูกทิ้งไว้บนกระดาษผิวเรียบนะครับ พูดขึ้นมาแล้วก็คิดถึงเพื่อนคนหนึ่ง คุณเพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย เธอเป็นนักวาดภาพสีน้ำสมัครเล่นที่วาดรูปเยอะกว่านักวาดอาชีพหลายคนทีเดียวครับ ครั้งหนึ่งเราไปร่วมคณะดูดาวด้วยกันที่หอดูดาวเกิดแก้ว จังหวัดกาญจนบุรี เช้าวันรุ่งขึ้นผมหยิบอุปกรณ์สีน้ำออกมาวาดรูปเล่น และกระดาษที่ใช้ก็มีความหนาและผิวหยาบขรุขระ คุณเพลงดาบแม่น้ำร้อยสายเธอจึงขอไปแผ่นหนึ่ง บอกว่าจะเอาไปทดลองวาดดูบ้าง พอถึงวันปีใหม่เธอก็ส่งกระดาษแผ่นดังกล่าวมาให้ผม เป็น ส.ค.ส. ที่เธอวาดเองด้วยสีน้ำ หลังจากอ่านคำอวยพรจบแล้ว ผมก็พบข้อความหนึ่งที่เธอเขียนบอกมาเป็นทำนองว่า กระดาษผิวหยาบขรุขระของผมนั้น วาดยากจริงๆ ดังนี้แล้วผมจึงคิดว่า ... รสนิยมใคร ก็ รสนิยมมัน แหละครับ _______________________ ลักษณะการระบายแบบ เปียกบนแห้ง สีที่เปียกจะวิ่งเข้าผสมผสานกัน ส่วนที่สีป้ายไปไม่ถึงก็จะโชว์รอยกระดาษ ดูสวยไปอีกแบบ
_____________________ กระดาษหน้าและหยาบปานกลาง เมื่อผสมสีที่มีปริมาณน้ำมาก(ชุ่ม)ระบายลงไป ก็จะออกมานุ่มนวลแบบนี้
|