วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน 2551
ศิลปกรรมยุคแรกเริ่มของสมัยประวัติศาสตร์ ตอน ศิลปกรรมอียิปต์
Posted by
artemis-tai
,
ผู้อ่าน : 310
, 22:35:58 น.
| หมวดหมู่ :
Culture
พิมพ์หน้านี้
|
ศิลปกรรมยุคแรกเริ่มของสมัยประวัติศาสตร์ ตอนศิลปกรรมอียิปต์ 
สุสานของฟาโรห์รามเรสที่ 2
ชาวอียิปต์โบราณเป็นนักคิดและนักสร้างสรรค์ที่มากด้วยความสามารถในการสร้างศิลปกรรมอันมีค่าไม่ว่าจะเป็นด้าน สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม โดยได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อที่ว่า มนุษย์ประกอบด้วย ร่างกาย และวิญญาณ เมื่อตายไปจะต้องรักษาร่างกายและวิญญาณไว้ เพื่อจะได้เกิดใหม่ในโลกหน้าในร่างเดิม ด้านสถาปัตยกรรม จุดมุ่งหมายของการสร้างสรรค์งานด้านสถาปัตยกรรมของอียิปต์มาจากการสร้างขึ้นเพื่อคนที่ล่วงลับไปแล้ว โดยคนที่มีชีวิตอยู่จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมนั้นๆ เช่นการสร้างพีระมิด และมัสตาบา โดยภายในพีระมิดจะแบ่งเป็นห้องๆสำหรับเก็บศพที่ทำเป็นมัมมี่และเก็บรักษาทรัพย์สินเครื่องใช้ของผู้ตายเพราะเชื่อว่าผู้ตายจะสามารถนำไปใช้ได้ในโลกหน้า 
The Great Sphinx and the Pyramids of Giza ลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมของอียิปต์คือ จะมีลักษณะใหญ่โต แข็งแรง เพราะสถาปนิกมีความสามารถในการทำโครงสร้างแบบวางพาดด้วยหินซ้อนกันเป็นพีระมิดที่มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมมาใช้ พีระมิดที่ใหญ่โตและเก่าแก่ที่สุดคือ พีระมิดกิซาห์ของกษัตริย์คีออปส์และพีระมิดของกษัตริย์คูฟู
ด้านประติมากรรม 
รูปสลักหินพระนางเนเฟอร์ติติและฟาโรห์อามิโนฟิสที่ 4 พระสวามี เดิมทีอามิโนฟิสที่ 4 เป็นกษัตริย์ของ Thebes ประติมากรรมของศิลปะอียิปต์มีลักษณะเป็นแท่งหินสี่เหลี่ยม ทึบตัน และให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรงแต่ไม่เน้นกล้ามเนื้อ มักตกแต่งด้วยแก้วหินสี การทาสี และปิดทองประดับประดา ที่พบเห็นได้บ่อยคือรูปมนุษย์กับสัตว์อันเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าที่เคารพบูชา เช่น รูปประติมากรรมฟาโรห์ขนาดใหญ่ รูปสลักหินสฟิงซ์ รูปสลักหินพระนางเนเฟอร์ติติและฟาโรห์อามิโนฟิสที่ 4 พระสวามี

ประติมากรรมแบบนูนเต็มตัว ลักษณะประติมากรรมของอียิปต์ได้รับอิทธิพลมาจากธรรมชาติ เน้นความเชื่อเรื่องวิญญาณ มีทั้งประติมากรรมแบบนูนเต็มตัวและแบบนูนต่ำ ส่วนรูปคนจะคล้ายๆกับหุ่น

รูปปั้นฟาโรห์ตุตันคาเมน ด้านจิตรกรรม วัตถุประสงค์หลักของการสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรมก็เพื่อประดับตกแต่งในงานด้านสถาปัตยกรรมเป็นส่วนใหญ่ จึงพบตามฝาผนังภายในห้องต่างๆของพีระมิด แสดงออกอย่างเด่นชัดในเรื่องความเชื่อของโลกหน้าและเชื่อว่าฟาโรห์เป็นเทพเจ้าที่มีอำนาจสูงสุด ในภาพเขียนพบทั้งรูปคนและสัตว์ เป็นที่น่าสังเกตว่าขนาดตัวของบุคคลนั้นไม่ได้แสดงถึงอายุแต่แสดงถึงสถานะของบุคคล เช่นฟาโรห์มีขนาดใหญ่ที่สุด รองลงมาคือพระราชินี และบริวารมีขนาดเล็กลง

ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือจิตรกรรมรูปคนมักไม่คำนึงถึงลักษณะตามธรรมชาติ เช่น เขียนส่วนหัวจนถึงเท้าเป็นรูปด้านข้าง แต่เขียนตาและทรวงอกเป็นรูปด้านหน้า นอกจากนี้ยังแสดงความใกล้ไกลของภาพด้วยการวาดทับซ้อน เช่น จิตรกรรมฝาผนังรูปกลุ่มนางร้องไห้ในสุสานของราโมเซส

การวาดแบบทับซ้อนที่แสดงถึงความใกล้ไกล (ขออภัยนะคะที่หารูปกลุ่มนางร้องไห้ในสุสานของราโมเซสมาให้ชมไม่ได้)
|