พิมพ์หน้านี้
|
วิจัยพบกระบวนการเรียนแบบกลุ่มร่วมกับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีผลดีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียน ผลการวิจัยพบว่าการใช้กระบวนการเรียนแบบกลุ่มร่วมกับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีผลดีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากกว่าการเรียนแบบตัวคนเดียวตามปกติ พบนักเรียนจะเกิดแรงจูงใจและภูมิใจที่ได้แสดงความคิดเห็นความสามารถในการทำงานกลุ่มร่วมกับเพื่อน
อาจารย์นิตยา วนิชปริญญากุล ศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยการใช้กระบวนการกลุ่มและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ทั้งก่อนและหลังการใช้วิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปลายภาคเรียนที่ 2 วิชาภาษาอังกฤษ สูงกว่าภาคเรียนที่ 1 และนักเรียนยังมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษสูงขึ้นหลังการใช้วิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มด้วย จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 4/8 ในคาบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2549 พบว่า ผู้เรียนขาดความเชื่อมั่นในตัวเองเกี่ยวกับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ และไม่พยายามสอบให้ผ่านเกณฑ์การประเมินของโรงเรียน ทั้งนี้เนื่องจากผู้เรียนส่วนมาก ขาดความถนัดทางด้านวิชาการ สมาธิสั้น ไม่อดทนในการทำความเข้าใจกับเนื้อหาของบทเรียนภาษาอังกฤษ เมื่อผู้เรียนจำนวนมากที่มีพฤติกรรมดังกล่าวมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ทำให้ห้องเรียนขาดบรรยากาศทางวิชาการ ผู้เรียนมีความพอใจที่จะไม่มีการแข่งขันในการเรียน อีกทั้งยังมีความคิดว่าเมื่อสอบไม่ผ่านในแต่ละวิชาก็สามารถสอบซ่อมและขอทำงานเพิ่มเพื่อให้ได้ระดับคะแนนเพียงแค่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น เมื่อทำการสอนด้วยวิธีการปกติ ในภาคเรียนที่ 1 ปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนต่ำมาก มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 20 คน จากจำนวนทั้งหมด 47 คน ที่เหลือจำนวน 27 คน ได้ระดับผลการเรียนเป็นระดับ 1 หลังจากนั้นได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนเกี่ยวกับเนื้อหาของหนังสือที่ใช้สอน ซึ่งผลการสำรวจพบว่า ผู้เรียนส่วนมากมีความพอใจในเนื้อหาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและมีความเห็นว่าบทเรียนมีเนื้อหาทันสมัยมีความหลากหลายมีลำดับความยากง่ายเหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียน และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้สอน ผู้เรียนมีความพอใจในวิธีการสอนและมีเจตคติที่ดีต่อผู้สอน แต่ผู้เรียนไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์การประเมินได้ ผู้วิจัยได้ค้นหาสาเหตุพบว่าการเก็บคะแนนที่เน้นความสามารถทางวิชาการเป็นรายบุคคลเป็นจุดอ่อนของผู้เรียน และได้สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนพบว่า ผู้เรียนมีความสุขในการทำงานเป็นกลุ่มกับสมาชิกที่ตนเลือกเอง พึงพอใจในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเครื่องมือในการทำงานด้วย หลังจากนั้นในภาคเรียนที่ 2 วิชาภาษาอังกฤษ อ 41102 จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนร่วมกัน มีการอภิปรายและแสดงความคิดเห็นถึงสาเหตุที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน หลังจากที่ผู้เรียนได้อภิปรายและร่วมแสดงความคิดเห็น พบว่าผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตัวผู้สอนว่าสามารถทำให้ผู้เรียนมีทักษะในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษและผ่านเกณฑ์การประเมินได้ และได้แก้ปัญหาโดยการใช้เทคนิคการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้เกิดปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน โดยการปฎิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม มีกิจกรรมสนุกสนานช่วยสร้างแรงจูงใจแก่ผู้เรียนให้มีความกระตือรือร้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความสามารถทางการเรียนต่ำได้รับบทบาทเป็นผู้สอนทักษะด้านอื่นแก่เพื่อน ๆ ในกลุ่ม ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับจากเพื่อน มีโอกาสได้แสดงความสามารถและสามารถทำหน้าที่เป็นผู้สอนแก่เพื่อน ๆ จึงส่งผลให้ผู้เรียนมองเห็นคุณค่าในตนเองและมีความภาคภูมิใจ ดังนั้นการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน และการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนได้เรียนและทำกิจกรรมเป็นกลุ่มหรือเป็นกลุ่มย่อย ซึ่งเป็นการสอนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดทางการสอนที่สำคัญ คือ วิธีสอนแบบกลุ่ม โดยให้ผู้เรียนร่วมมือกันทำกิจกรรม มีการช่วยเหลือกันและได้มีปฎิสัมพันธ์กัน เป็นวิธีสอนที่ส่งเสริมความสามารถทางวิชาการและปลูกฝังทักษะทางสังคมให้แก่ผู้เรียน เป็นวิธีสอนที่ช่วยพัฒนาความสามารถทางการเรียนของผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำอย่างได้ผล
ซึ่งจากการนำข้อมูลระหว่างการวิจัยมาวิเคราะห์แล้วทำให้พบว่าสาเหตุที่นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นกว่าการเรียนในระบบการเรียนเดี่ยวตามปกติในห้องเรียนมีสาเหตุเพราะว่าการเรียนแบบจับกลุ่มทำให้นักเรียนมีความรู้สึกภูมิใจในการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เป็นเพราะนักเรียนได้มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อน มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ มีการมอบหมายให้ทำงาน และลงมือปฎิบัติงานด้วยตนเอง ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้นักเรียนรู้สึกพึงพอใจในการทำงานกลุ่มและสนุกกับการเรียนแบบกลุ่มโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังมีผลลัพธ์ที่น่าพอใจอีกประการหนึ่งคือ หลังจากที่นักเรียนได้ทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ แล้ว จะเกิดการปรับปรุงตนเองด้วยตนเองเพื่อลดจุดบกพร่อง อาทิ ฝึกฝนทักษะการพูดภาษาอังกฤษ ปรับปรุงสำเนียงการพูด เรียนรู้การใช้ไวยากรณ์ให้ถูกหลัก ฝึกเรียบเรียงประโยคภาษาอังกฤษให้มีความสละสลวย พัฒนาความสามารถของตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อช่วยเพื่อนทำงานกลุ่มให้มีศักยภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาวุฒิภาวะ สามารถปรับตัวเข้าหาผู้อื่น และรู้จักประเมินตนเองได้ ซึ่งวิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญและมีประโยชน์เหมาะที่จะนำไปปรับประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนในสาขาวิชาอื่น ๆ ต่อไปตามความเหมาะสม http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/324/13324/images/CAKXEN4L.jpg
|
| เช้าๆ นั่ง Clipping สนุ๊ก สนุก | ||
เช้าของทุกวัน ก่อนเริ่มงานหลัก การ Clipping เป็นงานสำคัญที่ต้องทำกันอย่างเมามัน นั่งตรวจข่าวกันหูตูบ |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |