พิมพ์หน้านี้
|
รศ.ดร. นริศ ภูมิภาคพันธ์ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ช้างป่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นโขลง มีช้างเพศเมียอายุมากเป็นจ่าโขลง ช้างตัวผู้อยู่ตามลำพังหรือกลับเข้าโขลงในบางช่วงเวลา ขนาดโขลงมีจำนวน 5 20 ตัว อาศัยอยู่ได้ในป่าทุกประเภท ในอดีตจะพบได้ในบริเวณที่ราบถึงยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งช้างป่ามีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศในการสร้างทางด่านช้างป่า แหล่งดินโป่ง การขุดแหล่งน้ำในหน้าแล้ง การโน้มดึงและยอดไม้ ลูกไม้ป่าให้โน้มลงสู่พื้นล่างเป็นประโยชน์ต่อสัตว์กินพืช การดึงและโค่นกินเปลือกและผลไม้ของช้างช่วยเปิดพื้นที่ป่าให้เป็นที่โล่ง เกิดพืชพรรณในหย่อมที่โล่งธรรมชาติซึ่งเป็นการทดแทนแบบย้อนกลับ ช้างช่วยในการกระจายเมล็ดพรรณพืช มูลช้างเป็นอาหารของแมลงและด้วงกินมูลชนิดต่าง ๆ และยังเป็นแหล่งรองรับการงอกของเมล็ดไม้และเป็นปุ๋ยเพิ่มความสมบูรณ์ต่อพืชป่าด้วย ซึ่งการมีช้างอยู่โดยการคุ้มครองและจัดพื้นที่ให้โขลงช้างป่าอยู่ได้ย่อมเป็นผลดีต่อการจัดการและอนุรักษ์สัตว์ป่า อื่น ๆ ได้ แต่ด้วยการพัฒนาความเจริญและความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่กำลังบุกรุกป่าเปลี่ยนสภาพให้เป็นที่อยู่อาศัย ทำการเกษตรกรรม อ่างเก็บน้ำ ทำให้เกิดปัญหาการคุกคามต่อช้างป่าจากการล่าเพื่อจับลูกช้างป่า ล่าช้างป่าเอางา และการล่าเพื่อปกป้องทรัพย์สิน จึงทำให้พื้นที่อาศัยของทั้งช้างเอเชียและช้างอัฟริกามีขนาดเล็กลงและไม่ต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ต่าง ๆ เมื่อ 150 ปีที่ผ่านมา อาทิ กรณีช้างป่าลงมากินข้าวคราวเดียวกันถึง 1,000 ตัว บริเวณคลอง 22 ทุ่งรังสิต ในสมัยที่เริ่มพัฒนาระบบชลประทานผ่านทุ่งหลวง (ต่อมาเรียกทุ่งรังสิต) จนกระทั่งอธิบดีกรมคลองสมัยนั้นเสนอให้กำจัดเสียเพราะนอกจากกินข้าวแล้วยังทำลายเรือนโรงที่พักอาศัย เรือที่ผ่านคลอง หรือแม้แต่ชีวิตชาวนา แต่ก็มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการฆ่าช้างป่าให้เหตุผลตามความเป็นจริงว่า เพราะบริเวณนี้แต่เดิมเป็นที่อยู่ของช้างป่า เมื่อคนไปเอาที่มาทำเป็นที่นา ช้างจึงไม่มีอาหารตามธรรมชาติขึงมากินข้าว ซึ่งปัญหาเรื่องช้างป่านี้รัฐมิได้แก้ไขจัดการใด ๆ เมื่อคนอพยบเข้ามาอาศัยมากขึ้นช้างจึงค่อย ๆ หายไป และยังมีปัญหาช้างป่ากับอุปสรรคการเดินรถไฟในยุคเริ่มเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ อยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีช้างป่าหากินทั้งสองฝั่งของทางรถไฟ บางครั้งขึ้นมาบนรางรถไฟเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนช้างตายอยู่บนรางและรถไฟตกราง จนกรมการเมืองต้องเข้ามาแก้ไขไล่ขับให้โขลงช้างป่าไปหากินอยู่ที่อื่น ซึ่งปัญหาเรื่องช้างป่ากับคนยังดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันและยังมีแนวโน้มที่พบเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วงขาแข้ง จ.อุทัยธานี , เหตุการณ์โขลงช้างป่าเดินทางจากป่าน้ำหนาวไปสู่ภูกระดึง ผ่านหมู่บ้านตั้งใหม่กลางป่าในช่วงปี 2524 และยังเข้าทำร้ายพระธุดงค์และนักท่องเที่ยวเสียชีวิต , และที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรีและอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรายงานว่าในพื้นที่ขนาด 969 กม.2 พบว่ามีช้างป่ามากกว่า 140 ตัว และเนื่องจากการขยายตัวของการปลูกสับปะรดเพื่ออุตสาหกรรม จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ช้างป่าทำลายพืชผลทั้งในหน้าแล้งและหน้าฝน การลงกินผลสับปะรด และสร้างความขัดแย้งในระยะยาว จนกระทั่งมีโครงการพระราชดำริ และแนวทางพระราชทานในการแก้ไขปัญหาระหว่างช้างป่าและราษฎร , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เริ่มมีปัญหาจากช้างป่าเขาอ่างฤาไนลงกินข้าวโพดในพื้นที่จังหวัดระยองในปี 2535 ต่อมาในปัจจุบันพบปัญหาการทำลายพืชผลการเกษตรในพื้นที่ด้านจังหวัดจันทบุรีและฉะเชิงเทรา ช้างที่ออกมาบนถนนเส้นหนองคอก-คลองหาด สร้างปัญหาด้านความปลอดภัยในการเดินทางผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวลากลางคืนและเคยปรากฏปัญหาช้างป่าแย่งอ้อยและมันสำปะหลังจากรถบรรทุกอ้อยที่แล่นผ่าน มีอุบัติเหตุรถยนต์ชนช้างป่าบนถนนทำให้ทั้งช้างป่าและผู้ขับรถเสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งปัญหาสำคัญในเรื่องนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเด็น คือ ปัญหาของช้างจากธรรมชาติและการคุกคามจากมนุษย์ และ ช้างป่าที่มีปัญหากับประชาชน สำหรับการจัดการแก้ไขเพื่อบรรเทาความขัดแย้งของมนุษย์และช้างป่าทำได้หลายวิธี อาทิ การศึกษาสำรวจข้อเท็จจริงจนไปถึงแนวทางออกของการแก้ไขและลดความรุนแรง ซึ่งจะต้องทำการกำหนดขนาดและความเหมาะสมของพื้นที่คุ้มครองหรือพื้นที่อนุรักษ์ให้ชัดเจนและมีความเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสัตว์ป่า ศึกษาประชากรและพฤติกรรมช้างป่าโดยการสำรวจนับจำนวนโดยตรงหรือคำนวณปริมาณกองมูล/พื้นที่ , ทำแนวทางการป้องกัน เช่น ขุดคูร่องลึก 1.5 เมตร และนำมูลดินขึ้นถมสูงเหนือร่องเพื่อให้เกิดความชัน สร้างแนวรั้วลวดหนามและรั้วไฟฟ้า การก่อไฟ ใช้อุปกรณ์ประดิษฐ์ที่ทำให้ช้างกลัว เช่น หุ่นคนหรือแผ่นแสงสะท้อน , ใช้กลิ่นและความระคายเคืองโดยอาจปลูกพริกและใช้พริกหรือพริกไทนำมาทาไว้ตามแนวรั้ว , สร้างหอสังเกตการณ์และเฝ้าระวังเหตุ , ติดป้ายเตือนและสัญลักษณ์ต่าง ๆ แจ้งให้ผู้เดินทางทราบว่าพื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยหรือทางผ่านของช้างป่า , การเผชิญหน้าและการขับไล่ทำได้โดยการขู่ไล่ให้ตกใจ , การกำจัดและการจับย้ายไปไว้ที่อื่นซึ่งการยิงช้างป่าที่ก่อปัญหาจะเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตของประชาชน หรืออาจทำการคุมกำเนิดช้างโดยใช้ลูกดอกยาคุมกำเนิด , การจัดการพื้นที่อาศัยที่เหมาะสมเพื่อช้างป่า , ศึกษาแผนความสามารถของพื้นที่ในการรองรับประชากร และการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การแก้ไขปัญหาเรื่องผลกระทบจากช้างป่านี้จำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ปัญหาเพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขโดยต้องมีความร่วมมือระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่องและจริงจัง นอกจากนี้ยังอาจนำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อชมช้างป่ามาใช้แก้ปัญหาเป็นการปรับเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ซึ่งมีกรณีตัวอย่างของการใช้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อแก้ปัญหาช้างป่าทำลายพืชผลการเกษตรในพื้นที่ติดกับ
|
| เช้าๆ นั่ง Clipping สนุ๊ก สนุก | ||
เช้าของทุกวัน ก่อนเริ่มงานหลัก การ Clipping เป็นงานสำคัญที่ต้องทำกันอย่างเมามัน นั่งตรวจข่าวกันหูตูบ |
||
|
View All |
||