• haggy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nueng_pr@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 4589
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
arthon_PR KU
ดูโน่น ดูนี่
Permalink : http://www.oknation.net/blog/arthonprku
วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม 2551
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า
Posted by haggy , ผู้อ่าน : 138 , 10:40:10 น.  
พิมพ์หน้านี้


            ช้างเอเชีย (Asiatic  elephant; Elephas  maximus) และช้างแอฟริกา (African  elephant; Loxodonta  Africana)  เป็นช้างสองชนิดที่เหลืออยู่จากความหลากหลายชนิดในสายวิวัฒนาการที่ยาวนานตามเวลาทางธรณีวิทยาของสัตว์มีงวงจากยุค Eocene จนถึงยุคปัจจุบันเหลืออยู่เพียงวงศ์เดียว คือ Family  Elephantidae  และกำลังถูกคุกคามจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยและการถูกล่า  ขณะที่มนุษย์ยังรุกคืบหน้าบุกรุกเข้าสู่แหล่งธรรมชาติและขยายพื้นที่การเกษตรออกไปอย่างกว้างขวางทั้งในพื้นที่คุ้มครองและประชิดติดพื้นที่คุ้มครอง  นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าในพื้นที่คุ้มครอง 14 ของประเทศไทย

            รศ.ดร. นริศ  ภูมิภาคพันธ์  หัวหน้าภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กล่าวว่า  ช้างป่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นโขลง มีช้างเพศเมียอายุมากเป็นจ่าโขลง ช้างตัวผู้อยู่ตามลำพังหรือกลับเข้าโขลงในบางช่วงเวลา ขนาดโขลงมีจำนวน 5 – 20 ตัว  อาศัยอยู่ได้ในป่าทุกประเภท  ในอดีตจะพบได้ในบริเวณที่ราบถึงยอดดอยอินทนนท์  ซึ่งช้างป่ามีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศในการสร้างทางด่านช้างป่า  แหล่งดินโป่ง  การขุดแหล่งน้ำในหน้าแล้ง  การโน้มดึงและยอดไม้ ลูกไม้ป่าให้โน้มลงสู่พื้นล่างเป็นประโยชน์ต่อสัตว์กินพืช  การดึงและโค่นกินเปลือกและผลไม้ของช้างช่วยเปิดพื้นที่ป่าให้เป็นที่โล่ง  เกิดพืชพรรณในหย่อมที่โล่งธรรมชาติซึ่งเป็นการทดแทนแบบย้อนกลับ  ช้างช่วยในการกระจายเมล็ดพรรณพืช  มูลช้างเป็นอาหารของแมลงและด้วงกินมูลชนิดต่าง ๆ และยังเป็นแหล่งรองรับการงอกของเมล็ดไม้และเป็นปุ๋ยเพิ่มความสมบูรณ์ต่อพืชป่าด้วย  ซึ่งการมีช้างอยู่โดยการคุ้มครองและจัดพื้นที่ให้โขลงช้างป่าอยู่ได้ย่อมเป็นผลดีต่อการจัดการและอนุรักษ์สัตว์ป่า อื่น ๆ ได้  แต่ด้วยการพัฒนาความเจริญและความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่กำลังบุกรุกป่าเปลี่ยนสภาพให้เป็นที่อยู่อาศัย ทำการเกษตรกรรม  อ่างเก็บน้ำ  ทำให้เกิดปัญหาการคุกคามต่อช้างป่าจากการล่าเพื่อจับลูกช้างป่า  ล่าช้างป่าเอางา  และการล่าเพื่อปกป้องทรัพย์สิน  จึงทำให้พื้นที่อาศัยของทั้งช้างเอเชียและช้างอัฟริกามีขนาดเล็กลงและไม่ต่อเนื่อง 

สำหรับเหตุการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น  แต่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ต่าง ๆ เมื่อ 150 ปีที่ผ่านมา  อาทิ  กรณีช้างป่าลงมากินข้าวคราวเดียวกันถึง 1,000 ตัว บริเวณคลอง 22 ทุ่งรังสิต  ในสมัยที่เริ่มพัฒนาระบบชลประทานผ่านทุ่งหลวง (ต่อมาเรียกทุ่งรังสิต) จนกระทั่งอธิบดีกรมคลองสมัยนั้นเสนอให้กำจัดเสียเพราะนอกจากกินข้าวแล้วยังทำลายเรือนโรงที่พักอาศัย เรือที่ผ่านคลอง หรือแม้แต่ชีวิตชาวนา  แต่ก็มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการฆ่าช้างป่าให้เหตุผลตามความเป็นจริงว่า “เพราะบริเวณนี้แต่เดิมเป็นที่อยู่ของช้างป่า  เมื่อคนไปเอาที่มาทำเป็นที่นา   ช้างจึงไม่มีอาหารตามธรรมชาติขึงมากินข้าว”  ซึ่งปัญหาเรื่องช้างป่านี้รัฐมิได้แก้ไขจัดการใด ๆ เมื่อคนอพยบเข้ามาอาศัยมากขึ้นช้างจึงค่อย ๆ หายไป   และยังมีปัญหาช้างป่ากับอุปสรรคการเดินรถไฟในยุคเริ่มเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – อยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 5  มีช้างป่าหากินทั้งสองฝั่งของทางรถไฟ  บางครั้งขึ้นมาบนรางรถไฟเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนช้างตายอยู่บนรางและรถไฟตกราง  จนกรมการเมืองต้องเข้ามาแก้ไขไล่ขับให้โขลงช้างป่าไปหากินอยู่ที่อื่น  ซึ่งปัญหาเรื่องช้างป่ากับคนยังดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันและยังมีแนวโน้มที่พบเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ  และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วงขาแข้ง จ.อุทัยธานี  ,  เหตุการณ์โขลงช้างป่าเดินทางจากป่าน้ำหนาวไปสู่ภูกระดึง ผ่านหมู่บ้านตั้งใหม่กลางป่าในช่วงปี 2524 และยังเข้าทำร้ายพระธุดงค์และนักท่องเที่ยวเสียชีวิต  ,  และที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรีและอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรายงานว่าในพื้นที่ขนาด 969 กม.2  พบว่ามีช้างป่ามากกว่า 140 ตัว และเนื่องจากการขยายตัวของการปลูกสับปะรดเพื่ออุตสาหกรรม     จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ช้างป่าทำลายพืชผลทั้งในหน้าแล้งและหน้าฝน  การลงกินผลสับปะรด และสร้างความขัดแย้งในระยะยาว  จนกระทั่งมีโครงการพระราชดำริ และแนวทางพระราชทานในการแก้ไขปัญหาระหว่างช้างป่าและราษฎร  ,  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เริ่มมีปัญหาจากช้างป่าเขาอ่างฤาไนลงกินข้าวโพดในพื้นที่จังหวัดระยองในปี 2535  ต่อมาในปัจจุบันพบปัญหาการทำลายพืชผลการเกษตรในพื้นที่ด้านจังหวัดจันทบุรีและฉะเชิงเทรา  ช้างที่ออกมาบนถนนเส้นหนองคอก-คลองหาด สร้างปัญหาด้านความปลอดภัยในการเดินทางผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวลากลางคืนและเคยปรากฏปัญหาช้างป่าแย่งอ้อยและมันสำปะหลังจากรถบรรทุกอ้อยที่แล่นผ่าน  มีอุบัติเหตุรถยนต์ชนช้างป่าบนถนนทำให้ทั้งช้างป่าและผู้ขับรถเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ซึ่งปัญหาสำคัญในเรื่องนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเด็น คือ ปัญหาของช้างจากธรรมชาติและการคุกคามจากมนุษย์  และ  ช้างป่าที่มีปัญหากับประชาชน  สำหรับการจัดการแก้ไขเพื่อบรรเทาความขัดแย้งของมนุษย์และช้างป่าทำได้หลายวิธี อาทิ การศึกษาสำรวจข้อเท็จจริงจนไปถึงแนวทางออกของการแก้ไขและลดความรุนแรง  ซึ่งจะต้องทำการกำหนดขนาดและความเหมาะสมของพื้นที่คุ้มครองหรือพื้นที่อนุรักษ์ให้ชัดเจนและมีความเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสัตว์ป่า  ศึกษาประชากรและพฤติกรรมช้างป่าโดยการสำรวจนับจำนวนโดยตรงหรือคำนวณปริมาณกองมูล/พื้นที่  ,  ทำแนวทางการป้องกัน  เช่น  ขุดคูร่องลึก 1.5 เมตร และนำมูลดินขึ้นถมสูงเหนือร่องเพื่อให้เกิดความชัน  สร้างแนวรั้วลวดหนามและรั้วไฟฟ้า   การก่อไฟ   ใช้อุปกรณ์ประดิษฐ์ที่ทำให้ช้างกลัว เช่น หุ่นคนหรือแผ่นแสงสะท้อน   ,  ใช้กลิ่นและความระคายเคืองโดยอาจปลูกพริกและใช้พริกหรือพริกไทนำมาทาไว้ตามแนวรั้ว  ,  สร้างหอสังเกตการณ์และเฝ้าระวังเหตุ  ,     ติดป้ายเตือนและสัญลักษณ์ต่าง ๆ แจ้งให้ผู้เดินทางทราบว่าพื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยหรือทางผ่านของช้างป่า  ,  การเผชิญหน้าและการขับไล่ทำได้โดยการขู่ไล่ให้ตกใจ  , การกำจัดและการจับย้ายไปไว้ที่อื่นซึ่งการยิงช้างป่าที่ก่อปัญหาจะเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตของประชาชน  หรืออาจทำการคุมกำเนิดช้างโดยใช้ลูกดอกยาคุมกำเนิด  ,  การจัดการพื้นที่อาศัยที่เหมาะสมเพื่อช้างป่า  ,  ศึกษาแผนความสามารถของพื้นที่ในการรองรับประชากร  และการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน  การแก้ไขปัญหาเรื่องผลกระทบจากช้างป่านี้จำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ปัญหาเพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขโดยต้องมีความร่วมมือระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่องและจริงจัง  นอกจากนี้ยังอาจนำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อชมช้างป่ามาใช้แก้ปัญหาเป็นการปรับเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส  ซึ่งมีกรณีตัวอย่างของการใช้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อแก้ปัญหาช้างป่าทำลายพืชผลการเกษตรในพื้นที่ติดกับ Chitawan  National  Park  ประเทศเนปาล  โดยประชาชนมีความพึงพอใจในรายได้ใหม่จากการท่องเที่ยวทดแทนพืชการเกษตรที่เสียหายเนื่องจากช้างป่าทำลาย แต่ Dr. Sanjay  K. Nepal ให้ข้อคิดในขณะที่มาบรรยายพิเศษที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2549 ในหลักการที่ว่าไม่ควรยึดติดว่าเป็นแหล่งรายได้หลัก  แต่ควรพิจารณาเป็นรายได้เสริมเท่านั้นเพราะผู้ชมและผู้สนใจศึกษาธรรมชาติไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
manop26 วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/manop26
 

สวัสดีครับ...ผมได้มีเวลาผ่านเข้ามาอ่านใน blog ของคุณอีกครั้งหนี่ง รู้สึกว่าดีมีสาระเลยขอให้คะแนนอีก 1 คะแนน ว่าง ๆ มาชม blog ของผมบ้างน๊ะ.....ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 13.38 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

หยุดรุกรานป่า และไล่ช้างและสัตว์ป่า ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านด้วยเถอะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

สมัยก่อน คนคิดถึงช้างในเชิง ถ้าไม่ใช่เป็นศัตรู ก็สัตว์เลี้ยงไว้ใช้งาน

แต่สมัยนี้ต้องคิดในเชิงช่วยเหลืออนุรักษ์ช้าง ก่อนจะไม่มีช้างอีกต่อไปครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31