วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2551
ดาราบนเวทีการเมือง..ดังหรือดับ!!..
Posted by
a r t l e k l e k
,
ผู้อ่าน : 406
, 09:39:53 น.
พิมพ์หน้านี้
|





วันจันทร์อีกแล้ว...ถ้าย้อนไปสัก 5 ปี เราคงเป็นคนที่เกลียดวันจันทร์มากที่สุด แต่วันจันทร์ของปีนี้ ตื่นนอน 7 โมงเช้า....นอนกันยาววว..ไปเลย ..................................................................
หลายวันมานี่ ก็เป็นคนนึงที่ติดตามการประท้วงของเวทีพันธมิตรมาตลอด ส่วนมากจะเข้าเวบผู้จัดการนี่แหละ เพราะว่ามีเนื้อหาที่เราต้องการอยากรู้มากที่สุด
เนื้อหาการชุมนุมประท้วงในเวบจะมีสีสันมากมายหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ทำให้เราคลิกแล้วเข้าไปดูไวๆ เลย ก็จะเป็นเรื่องดารามาขึ้นเวที ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมปราศรัย เพราะเราก็เป็นประเภทบ้าดารากับเค้าคนนึงเหมือนกัน อีกอย่าง อ่านแล้วรับรู้ได้ง่าย ไม่ต้องเอาตาเข้าไปจับจ้องมากมาย ว่าเอ๊ะนี่ใคร อย่างนักวิชาการบางคนเราก็ไม่รู้จัก อ่านที่เค้าพูดแล้วก็ยังไม่เข้าใจ ฟังดาราพูด ได้รู้กึ๋นของดาราว่า ดารามีกี่กึ๋น..ประมาณนั้น
.................................................................. การมาขึ้นเวทีการเมืองของนักแสดงที่มีชื่อเสียง บางคนวิตกไปว่า มาขึ้นแล้วก็เหมือนการเลือกข้าง ไม่แน่ว่าต่อไปนี้ งานแสดงอาจจะมีน้อยลง เพราะทางผู้จัดอาจจะไม่กล้าเสี่ยงที่จะจ้าง เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อคนดูที่ไม่ชอบขั้วการเมืองที่เลือก พาลไม่ชอบผลงานการแสดงไปด้วย หรือแม้แต่ทางค่ายสังกัดได้เลือกข้างไว้แล้ว ถ้าคุณเลือกสวนกระแสผิดข้าง ก็จะกลายเป็นอริกันไปโดยปริยาย .............................................. ยังไงก็ตาม เราก็ได้เห็นภาพนักแสดงที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายคนมาขึ้นเวทีพันธมิตร กันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคุณตั้ว พี่หรั่ง เชษ สมายบัฟ หรือล่าสุด น้องจอย ศิริลักษณ์ และก็ใครๆอีกหลายๆคน ที่จำได้ไม่หมด เห็นว่ามีป้าจิ๊ก เนาวรัตน์ด้วย แหม..อยากเห็นคุณเนาวรัตน์พูดบนเวทีนะ ไม่รู้จะพูดแบบไหน ................................ สำหรับดาราที่ขึ้นเวทีพันธมิตรในครั้งนี้ เราก็ต้องรอดูเหตุการณ์ข้างหน้ากัน ว่าการแสดงจุดยืนของพวกเค้าจะมีผลกระทบต่องานจริงๆหรือไม่ แต่เราเองเชื่อว่า ถ้าเลือกข้างที่ถูกต้อง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกลัวอะไร เวลามันพิสูจน์ผลงานอยู่แล้ว
เหตุการณ์ดารากับจุดยืนทางการเมือง ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้อดคิดถึง นักร้องขวัญใจของเราไปไม่ได้ คุณเอกชัย ศรีวิชัย ซึ่งตอนนี้ก็เหมือนจะเงียบๆไป
เมื่อหลายปีก่อน เอกชัย จะดังมากๆทางภาคใต้ ดังแบบว่า มีคอนเสิร์ทที่ไหน คนจะแห่ไปดูจนแทบไม่มีที่ให้เบียด บางครั้งเดินทางไปดูคอนเสิร์ทกันข้ามจังหวัด เราเป็นคนใต้ มีเพื่อนเป็นคนใต้หลายคน ทุกๆบ้านจะขาดซีดี เอกชัยไม่ได้เลย คือเค้าเหมือนสมบัติอย่างนึงของพวกเรา แต่มาวันนึง เค้าไปขึ้นเวทีๆนึงที่คนทั่วๆไปรับรู้ว่ามันเป็นเวทีของรัฐบาล พูดง่ายๆว่าเวทีของทักษินนี่แหละ ......................... ทุกอย่างจบ!! น้ำตาไม่ช่วยอะไรเลย...คำปฎิเสธไม่ช่วยอะไร... ทุกวันนี้ แผ่นซีดีที่บ้านของเราไม่มีแล้ว ออกทีวีช่องไหน ร้องไห้สักเท่าไหร่ ไม่มีคนดู มีแสดงคอนเสิร์ท ชาวบ้านที่เคยอาบน้ำแต่หัววัน...เพิกเฉย.. หนำซ้ำแสดงที่ไหน ก็ต้องมีการ์ดรักษาการณ์มากมาย ในหัวใจไม่มีลูกเอกอีกต่อไป..
วันนั้น คุณเอกชัยได้ให้เหตุผลว่า ผมไม่รู้ว่าเวทีนั้นเค้าจัดขึ้นเพื่อใคร ผมรู้แค่ว่าเค้าให้ไปรณรงค์เลือกตั้ง ผมก็ไป แล้วผมก็ไม่ได้พูดอะไรที่เป็นการแสดงจุดยืนทางการเมืองเลย แต่ในหมู่คนใต้ด้วยกันเค้าพูดกันว่า คุณอยากเล่นการเมือง คุณพยายามเข้าพรรค ปชป. แต่ไม่มีที่ว่างให้ลง คุณเลยพยายามจะไปลงพรรคไทยรักไทย ............................................... ถ้าให้พูดสรุปตอนนี้ กรณีของคุณเอกชัยไม่ใช่คำตอบของการเลือกข้างทางการเมือง แล้วกระแสตก คนไม่เอา ยี้.......... แต่ สิ่งที่มีผลกระทบก็คือ การแสดงจุดยืน ที่ไม่ชัดเจนของคุณต่างหาก อยู่กับคนใต้พูดอีกอย่าง อยู่กับพวกเหลี่ยมพูดอีกอย่าง!!
ทุกวันนี้ คำว่า เป็นกลาง สามัคคี รักกันไว้เถิด หรือ ความเชื่อมั่นต่างประเทศ เป็นแค่คำพูดสวยหรูทั้งนั้น มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้หรอก ตราบใดที่คนผิดยังลอยนวล คนกุมกฎหมายจะพยายามแก้กฎหมายเพื่อแก้ไขความผิด คนที่เรียกร้องความเป็นกลาง คนที่แสดงจุดยืนว่าเป็นกลาง เพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบสุขนั้น เราเชื่อว่า...คุณคือคนทำลายประเทศชาติด้วยคนนึงเหมือนกัน การประทะ การประท้วง อาจจะไม่ใช่ภาพที่ดีนัก แต่การแสร้งว่า ประเทศนี้สงบสุข เรามีประชาธิไตย เรามีรัฐบาลประชาธิปไตย มันไม่ได้ช่วยอะไร เพราะความจริงมันซุกไว้เบื้องหลัง ตรงที่เราซุกเอาไว้ มันน่าอายมากกว่า มันเหมือนคนไทยไร้ศักดิ์ศรี เราไม่ได้แคร์คนไทยด้วยกันเอง แต่เราแคร์คนอื่นมากกว่า เมื่อเวลาอันสมควรมาถึง สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดมันก็ต้องเกิด ไม่งั้นคงไม่มีใครขี้แตกบนรถเมล์
............................................. สำหรับดาราบนเวทีการเมือง ไม่ว่าจะเลือกข้างไหน แต่ถ้าเวลากลั่นกรองทุกอย่าง เสร็จสิ้นแล้ว แล้วบอกได้ว่า ข้างที่คุณเลือกด้วยความจริงใจ มันคือข้างที่ถูกต้อง เชื่อว่า นอกจากเงิน นอกจากงาน จะหลั่งไหลมาแล้ว ความภาคภูมิใจ ความเป็นศิริมงคลต่อชีวิตก็จะตามมาด้วย
................................ ข อ บ คุ ณ ค น ที่ อ ยู่ เ บื้ อ ง หน้ า... ก ล้ า เ ลื อ ก ข้ า ง ค่ ะ
|