วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน 2551
เมื่อต้องเสีย..น้ำตา..ตอนฟังอภิปรายไม่ไว้วางใจ...
Posted by
a r t l e k l e k
,
ผู้อ่าน : 480
, 08:45:18 น.
พิมพ์หน้านี้
|

เมื่อวานเราใจจดใจจ่อรอฟังอภิปรายตั้งแต่ 9 โมงเช้า ที่รอตั้งแต่ 9 โมงเช้าเพราะความไม่รู้ว่าเค้าเริ่มกี่โมง ต้องทนดู nbt เสนอรายการนั่นนี่ ตลอดทั้งเช้า รอจนบ่ายโมง ข่าวก็ไม่จบสักที แม้กระทั่งข่าวกีฬา ของ nbt ก็แสนจะยาวนานเหลือเกิน หลังจากเฝ้าจอมาครึ่งวัน ก็รู้ว่า โอ้โห...ช่อง 11 ที่สุดแสนเชยของเรา ที่แทบไม่เคยกดปุ่ม เลข 5 มาดูนานมากแล้ว
ทำไมทันสมัยขึ้นเป็นกอง (เมื่อวานต้องถามเพื่อนบ้านด้วยซ้ำว่า nbt อ่ะช่องไหน)
บ่ายโมงสามสิบห้านาที สถานีตัดเข้าถ่ายทอดสดประชุมสภา ตามญัตติที่ฝ่ายค้านยื่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ และรัฐมนตรี 7 คน เรารู้จักรัฐมนตรีที่ว่านั้น แค่ นพดล มิ่งขวัญ เฉลิม สมัคร แค่นั้นเอง นอกนั้น ทั้งชื่อทั้งหน้า ไม่คุ้นเลย
ช่วงแรก ลุงชัย ชิดชอบ รับหน้าที่ประธานสภา ทำให้รู้สึกคิดถึงคุณปู่ แตแกก็พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แม้ว่า จะงุ่มง่าม ชักช้า น่าหลับ แต่ก็ถือว่าพยายามทำเรื่องง่าย ให้กลายเป็นเรื่องยากได้เป็นอย่างดี
เมื่อวานได้คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ได้ลุกขึ้นสร้างข้อตกลง ในการดำเนินการถ่ายทอดสด ของการอภิปราย ต้องขอบคุณคุณองอาจจริงๆที่ได้เน้นเรื่องไม่ให้ทางสถานี ตัดเข้าข่าวมากเกินไป และขอไม่ให้ตัดเข้ารายการทางสถานี แล้วบอกว่าเป็นรายการข่าวประจำวัน ขอเพียงแค่ให้มีแค่ข่าวในพระราชสำนัก
การอภิปรายดำเนินขึ้นโดยคุณอภิสิทธิ์ และตามด้วย สส. ท่านอื่นๆ ที่ทางพรรคจัดเตรียมมา ระหว่างนั้น มี สส. หน้าเดิมๆลุกขึ้นประท้วงบ้าง นายกฯสมัครตอบบ้าง จนกระทั้งตอน สี่ทุ่มครึ่ง นายนพดล ปัทมะ ก็ลุกขึ้นชี้แจง เสียดายว่า ตอนนาย นพดล ชี้แจง เราเริ่มง่วง บางช่วงเลยหลับไปบ้าง
เรื่องที่อภิปรายทั้งวัน ก็คือเรื่อง พระวิหาร ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่เรียกว่า เขาพระวิหาร ที่เรียกว่า พระวิหาร ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องแน่ๆ เลยเรียกว่าพระวิหาร เพียงแค่เราอยากรู้แค่นั้นเอง
เวลามีผู้ประท้วงบางคน ไม่สนใจฟัง ลุกขึ้นยืนประท้วงว่า วันทั้งวัน พูดแต่เรื่อง เขาพระวิหาร เราก็เลยรู้สึกว่า สส. คนนี้ต้องซื่อบื่อ พอๆกับเราแน่ๆที่เรียก กรณีนี้ว่า เขาพระวิหาร แล้ว...สส. ท่านเป็นใคร ไม่อยากรู้ข้อมูลหรือ ทำไมเราอยากรู้จัง 
2505 เราเกิดไม่ทัน ในโรงเรียนก็ไม่มีสอน เรื่องที่ว่าคนไทยต้องเสียเงินกันคนล่ะ 1 บาท เพื่อจ้างทนายนี่ก็ยังไม่เคยรู้ 95% เป็นเรื่องใหม่ ที่สมองพร้อมจะเลคเชอร์ ก่อนหน้านี้ ข้อมูลเรื่องพวกนี้ก็หาได้ไม่ยาก ตามห้องสมุดหรือเวบไซด์ แต่เราเป็นคนประเภท ต้องเอามาป้อนถึงปาก แล้วคนป้อนต้องหล่อด้วย ถึงจะกิน ความหล่อของคุณอภิสิทธิ์ ทำให้กลืนกิน สิ่งที่เค้าป้อนให้คล่องคอ และมีความสุข
แฟนพันธ์แท้ ปชป. แบบเรา ฟังอภิปรายในสภา ของ สส. ฝ่ายค้าน แบบมีความสุข....
ช่วงนึงของการอภิปราย น้ำตาไหล...ลงมาแบบไม่รู้ตัว ฝ่ายค้านโชว์รูปถ่าย รูปนึง เป็นภาพข่าวดำ มีทหารกลุ่มนึง ขุดเสาธงชาติ ออกมากพื้นดิน หน้าพระวิหาร บนยอดเสามีธงชาติไทยโบกสบัดอยู่
ไม่รู้สินะ...รู้สึกสะเทือนใจ แม้ว่า อธิปไตยที่ใครๆพูดถึง เราจะไม่ค่อยรู้ ว่ามันหมายถึงอะไร อธิปไตยแปลว่าอะไร เมื่อวานก็พยายาม เปิดพจนานุกรม หาความหมาย แต่พอได้ความหมายก็ไม่ได้รู้สึกอะไร กับคำๆนี้มาก แต่รู้สึกสะเทือนใจที่ พื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ คนรุ่นคุณปู่ คุณตา เคยปกป้อง เคยรักษา เคยต่อสู้ เพื่อให้พื้นที่ตรงนั้น ตกเป็นของคนไทย แม้ว่าเราจะแพ้คดี
แต่คนรุ่นคุณปู่ ก็มีศักดิ์ศรี...ยอมรับ แต่ไม่ยอมแพ้ ยอมรับในคำตัดสินของศาลโลก แต่ไม่ยอมรับว่านั่นคืออธิปไตยของเขมร ทหารไม่ปลดธงลง แต่ใช้วิธี ขุดเสาออกมาทั้งเสา เพื่อแสดงจุดยืน.......
หลายๆแถลงการณ์ ของนายกฯรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ในขณะนั้น ทำให้เรารู้สึกรักประเทศชาติมากขึ้นอีกหลายเท่า รู้สึกดีที่เราเป็นอย่างนี้บ้าง หรืออาจจะเป็นเพราะ สำนวนลีลา แววตา ของ สส. ประชาธิปัตย์ที่ แอคติ้งกินขาด สร้างกระแสรักชาติให้เกิดขึ้นในหัวใจเราก็ไม่รู้
แต่เราก็แปลกใจเหลือเกินว่า....ในสภานั้น คนไทยทุกคนหรือปล่าว เรามีความรู้สึกว่า ทำไมนะ คนพลังประชาชน จะต้องคิดต่างกับคนประชาธิปัตย์ไปเสียทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องนี้ จะมีสักเรื่องไหมที่คนไทยรู้สึกไปเดียวกัน ปัดความชอบที่มีต่อทักษินออกไปบ้าง
(เรียกทักษินเฉยๆ ใครจะว่า บังอาจถอดยศก็ช่างมัน)
ไม่น่าเชือว่า นับย้อนไป 46 ปี คนไทยต่างฝ่ายต่าง ร่วมแรงร่วมใจ ต่อสู้กับเรื่องนี้ วันที่ศาลโลกตัดสิน คนไทยทั้งประเทศ ก็กอดคอร้องไห้ด้วยกัน
ผ่านไป 46 ปี เรามีทักษิน ชินวัตร เกิดขึ้นมาตรงกลาง แบ่งความรักของคนไทยออกเป็น 2 กลุ่ม รักกันคนละอย่าง ชอบกันคนล่ะแบบ คือชอบในสิ่งที่ทักษินชอบ กับเกลียดในสิ่งที่ทักษินชอบ
(เราเองก็แบ่งตัวเอง มาอยู่ในกลุ่มที่ ทักษินชอบอะไร กูเกลียดหมด)
เมื่อวานเราได้เห็นตัวแทนคนไทยกลุ่มนึง ลุกขึ้นพูด ลุกขึ้นปกป้อง อธิปไตยให้เขมร คือ นายกฯสมัคร ของเรา นายนพดลของเรา สส.พลังประชาชนของเรา และผู้คนตามเวบไซด์ต่างๆ ที่ชื่นชอบทักษิน ออกมาแสดงคิดเห็นที่น่าเศร้าใจ
มันไม่ได้อยู่ว่า วันนี้เราเสียดินแดนไปแล้วหรือยัง แต่วันนี้เราได้ทำในสิ่งที่เรียกได้ว่า ปกป้องดินแดนของเราไว้แค่ไหนต่างหาก
นายนพดลและ นายสมัคร ย่อมรู้อยู่กับใจตัวเองว่า ที่ทำลงไปทั้งหมดนั้น เพื่อประเทศชาติและทำไปด้วยความถูกต้อง หรือทำไปตามคำสั่งของใคร เพื่อผลประโยชน์ของใคร
แต่เท่าที่ติดตามมาทั้งหมด เราเชื่อว่า มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลในการดำเนินการเรื่องนี้แน่ ผลแห่งการกระทำของนายนพดล ในครั้งนี้ ถ้าสำเร็จ เมื่อวันที่นายนพดลเป็นคนรุ่นคุณปู่บ้าง เมื่อวานจะเป็นประวัติศาสตร์ อีก 40 ปี ข้างหน้า...จะมีคนไทยคนนั่งร้องไห้อีกสักกี่คน แต่น้ำตาในวันข้างหน้า จะเป็นน้ำตาแห่งความปลื้ม ความตื้นตันใจ แบบที่เรารู้สึกเมื่อวานหรือปล่าว
หรือจะเป็นน้ำตาแห่งความเสียใจ.... นายนพดลและ นายสมัคร..คงรู้อยู่แก่ใจ....
|