|

มีคนชอบพูดกันว่า ถ้ารักที่จะคุยกันนานๆ ให้พยายามหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนา เกี่ยวกับเรื่อง การเมือง ศิลปะ และศาสนา สำหรับเรา ถ้าห้ามคุยเรื่องพวกนี้แล้ว เราคงไม่ต่างอะไรกับคนที่เป็นใบ้
เพราะเพื่อนฝูงที่มีๆ ก็มักจะมีแต่เพื่อนที่คุยกันอยู่แต่เรื่องพวกนี้ แทบไม่เคยนั่งคุยกับเพื่อนเลยว่า ลิปสติกสีอะไรทาแล้ว ผู้ชายจะคลั่ง แต่ก็เคยทะเลาะกะเพื่อนนะ เรื่องผู้ชาย แย่งผู้ชายกัน เพื่อนบอกว่า
"..แก...แกไปชอบเอกราช เก่งทุกท่าน่ะดีแล้ว แกอย่ามาชอบ สุริยะใสของชั้น "
เพื่อนของเรา หวงผู้ชายของหล่อน ซึ่งไม่น่าหวงเอาซะเลยค่ะ เราก็ได้แต่แอบปลื้ม คุณสุริยะใส แกนนำพันธมิตร แต่ต้องคอยบอกเพื่อนว่า ไม่ใช่ปลื้มแบบชู้สาวนะเว้ยย..แก สำหรับเรื่อง การเมือง ศิลปะ ศาสนา ที่หลายคนบอกว่า เป็นเรื่องเปราะบาง อาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง เสียเพื่อน เสียแฟนได้ ถ้าทัศนคติไม่ตรงกัน ซึ่งสามารแก้ได้ด้วยการ เลิกคบ แล้วหันไปคบกับคนที่ทัศนคติตรงกัน จะมานั่งทนคบกัน รักกัน ด้วยการเลี่ยงที่จะคุยเรื่องพวกนี้ เราคิดว่า อย่าคบกันเลยดีกว่า เพราะ 3 เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องบ่งบอกว่า...คุณเป็นคนที่เป็นคน หรือเป็นสิ่งมีชีวิตที่รูปลักษณะภายนอกคล้ายคน!!..

สำหรับเรื่องการเมือง เรามักจะคิดอยุ่บ่อยๆว่า มันเป็นเรื่องของรสนิยม ที่มีเหตุผลมา เป็นข้อมูลอ้างอิงให้เรารู้สึกชอบ หรือเกลียด...เหตุผลตรงนี้ถูกเรียกมันว่า ทัศนคติ ง่ายๆก็คือ ความชอบ + เหตุผลที่คิดเอาเอง เรามักจะบอกใครๆว่า ชอบพรรคประชาธิปัตย์ แบบไม่มีเหตุผล แต่จริงๆเรามี อยู่ที่ว่า อยากบอกเหตุผลหรือปล่าว...ต่างหาก... บางคนเหนียมอายที่จะบอกว่า ชอบพรรคไหน เลือกพรรคไหน กลัวจะกลายเป็นคนไม่ฉลาด กลัวจะขัดแย้งกับคนที่คุยด้วย เลยมักจะเลี่ยงๆที่จะคุย เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องคุย เพราะมีเรื่องมันส์ๆให้เมาท์กัน ก็จะประมาณว่า
"อิดา ถูกจับ สนธิก็ถูกจับ สมน้ำหน้ามันทั้งคู่ ยุ่งนักกับเรื่องการเมือง" "แก...เลือกพรรคไหนอ่ะแก?" "พักผ่อนว่ะ...เลือกทำไม มันก็เลวพอๆกันล่ะวะ พวกนักการเมือง..แหวะ" " เบื๊อ..เบื่อ พวกประท้วง รถติด ใครเป็นรัฐบาลก็เป็นงี้แหละ ไม่รู้จะไล่ไปทำไม" ก็จะประมาณนี้....ถ้าประมาณนี้...ก็คือ...พูดเหมือนไม่พูด... เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว นั่งรถแท๊กซี่กับแม่ในกรุงเทพบ่อยมาก ก่อนขึ้นแท๊กซี่ แม่จะบอกว่า
" เดี๋ยวไม่ต้องไปอ้าปากชวนแท๊กซี่คุยอะไรนะ"
เราได้แต่ยิ้มๆ พอขึ้นแท๊กซี่ปุ๊บ ก็จะเจอแท๊กซี่เปิดวิทยุ พอมีข่าวเกี่ยวกับการเมืองแทรกมา ช่วงนั้น ข่าวพันธมิตรก็แรง ตอนนั้นเข็มข้นกว่าตอนนี้ แม่ก็จะเอามือมาจับที่แขน ประมาณว่า...อย่านะ!!..อย่าคิดที่จะพูดอะไรออกมา ค่ะ...เราไม่พูดหรอก เกรงใจแม่ แต่เมื่อไหร่ที่คนขับแท๊กซี่พูดออกมา..ว่า..
"ไม่รู้จะประท้วงกันไปถึงไหน รถติด น่าเบื่อ เนี่ย หุ้นตกทุกวัน ไล่ทักษิน ไม่รู้จะไปไล่ทำไม คนดีแท้ๆ" แม่ที่นั่งข้างๆ จะบรรจงหยิกลงมาบนแขนเราอย่างจัง เพื่อบอกว่า...อย่า!.. แต่..
"ก็ทักษินมันเหี้ยยย....ไม่ไล่ มันจะออกเหรอคะ"
ทั้งๆที่มือแม่ที่หยิกยังติดอยู่ที่แขน แต่ไม่รู้ว่า ปากของเราเผลอพูดออกมาได้ยังไง .............................
 เรื่องศิลปะ คนทั่วไป มักไม่ขัดแย้งกันด้วยเรื่องนี้ เพราะคนทั่วไป มักรุ้สึกว่า ศิลปะเป็นเรื่องยุ่งยาก แม้จะรู้สึกว่า มีศิลปินเยอะแยะไปหมด คนที่มักจะขัดแย้งกันด้วยเรื่องศิลปะ ก็เป็นเรื่องของรสนิยม + กับเหตุผลที่ตัวเองชอบ เช่นเดียวกับเรื่องการเมือง
ซึ่งมักจะเกิดความรู้สึกที่ไม่ตรงกันได้ง่าย เพราะอะไรที่เกิดจากความชอบของมนุษย์ มักถูกดีสเครดิตจากอีกฝ่าย ว่า อีกฝ่าย เชย โง่ ล้าหลัง ฯลฯ เคยไหมที่อยากฟังเพลงลูกทุ่ง แล้วต้องแอบๆฟัง แล้วพอมีใครสักคนทักว่า
"เฮ้ย..ฟังเพลงลูกทุ่งด้วยเหรอ" คนมักจะบอกว่า
"ปล่าววว...เพลงมันเปิดของมันอยู่แล้ว" สมัยเรียนที่ศิลปากร เคยน้ำตาตกหลายครั้ง เพราะวิทยานิพนธ์ของเรา ในสาขาจิตรกรรม เราเลือกที่จะทำในหัวข้อที่ เพื่อนๆหลายคน บอกว่าเชย เชยทั้ง รูปแบบการแสดงออก เชยทั้ง สื่อในการนำเสนอ เชยทั้งวัสดุ "อะไรกัน นี่เธอยังเขียนรูปบนผ้าใบอีกเหรอ" เพื่อนคนนึง มายืนเอียงคอดูรูปวาดของเรา ในมือหิ้วถังใบนึง มีเรซิ่นที่แข็งตัวแล้ว เอียงเป็นมุม 45 องศา อยู่ค่อนถัง ซึ่งเป็นผลงานศิลปะนิพนธ์ของเพื่อนที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก หนังสือ art ต่างประเทศ "มัน พ.ศ.ไหนกันแล้วเทอ"
มันพูดเปรยๆ แล้วเดินไปหาสีกล่องสีขาวใบใหญ่ ที่มีรูปกากบาทสีแดง เครื่องหมายกาชาดแปะอยู่ข้างกล่อง "เรื่องของมึง" เราคิดในใจ แต่น้ำตาปริ่มออกมาอยู่ที่ขอบตา เรารู้สึกว่า เราชอบอะไรเราก็ทำอย่างนั้น วาดอะไรแล้วมีความสุขเราก็วาด แต่ทำไม ผลงานศิลปะที่มีคุณค่า มักจะถูกกำหนดไว้สูงส่งเหลือเกิน ต้องมีแรงบันดาลใจที่พวยพุ่ง เวลาตั้งชื่อภาพก็จะต้องแฝงไปด้วยปรัชญา เช่น "แรงบันดาลใจหมายเลข 5" "ในห้วงคำนึงของมหรานารึงคารษณายานพฒฆาษ..." งานศิลปะที่เป็นเรื่องง่ายๆ ถูกจัดให้ไปอยู่ในแกลลอรี่ที่มีไว้สำหรับขาย ผู้วาดถูกผลักให้เป็นแค่..คนวาดภาพประกอบที่ไม่ใช่ศิลปิน... เพราะศิลปิน ต้องอ่านยาก เข้าใจยาก ลึกซึ้ง เข้าไม่ถึง และราคาผลงานวัดกันที่ชื่อเสียง ส่วนราคาผลงานของนักวาดภาพประกอบวัดกันที่ขนาดของภาพ การขัดแย้งในเรื่องศิลปะมักเกิดขึ้นจาก การให้ค่าผลงานศิลปะ ซึ่งการให้ค่าผลงานศิลปะนั้นไม่ได้วัดกันจาก คะแนนโหวต เหมือนที่บ้าน af ใช้กัน แต่วัดกันที่ บุคลากรที่สังคมยอมรับ สถาบันยอมรับ ตัวเงินตัดสิน เหรียญเงิน เหรียญทอง ที่มอบให้ ความรู้สึกชอบไม่ชอบต่อผลงานศิลปะ อาจจะถูกดึงไปวิเคราะห์รสนิยมอย่างอื่น เพื่อมอบโล่รางวัลให้คนที่มีรสนิยมดี ในการหายใจอยู่บนโลกนี้
ความขัดแย้งในเรื่องรสนิยมทางความชอบผลงานศิลปะ ไม่ว่าสาขาใด มักถูกบีบให้บิดเบือน เพราะความหวาดกลัว ว่าจะมีใครสักคนมาชี้หน้าว่า... ว้าย...ไอ้พวกไร้รสนิยม โลว โลว... ................................................
เรื่องศาสนา เรามีช่วงชีวิตที่ได้คลุกคลีกับเพื่อนที่นับถือทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และอิสลาม บางครั้ง นั่งคุยกัน 3 คน 3 ศาสนา มีทั้งเพื่อนมุสลิมที่เคร่ง ละหมาดครบตามที่ศาสนากำหนด ถือศีลอด ไม่กินหมู ไม่กินเหล้า ฯล รวมทั้งเพื่อนที่นับถืออิสลามที่กินหมู กินเหล้า และไม่เคยประกอบพิธีกรรมของทางศาสนาเลย เราเลือกที่จะคบ เราคบเพื่อนคนที่เคร่งต่อศาสนา
เวลาที่คนบอกว่า คุยเรื่องศาสนาแล้วขัดแย้งกัน เรากลับรู้สึกว่า ไม่ได้ขัดแย้งกันด้วยเรื่องศาสนา แต่ขัดแย้งกันด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา แต่เป็นเรื่องที่เป็นเปลือก เช่น...พระรุ่นไหนแพงกว่า ศักดิ์สิทธิ์กว่า เนื้อพิมพ์สวยกว่า หรือ พระสายไหน น่าเลื่อมใสกว่า นิกายไหน น่านับถือกว่า
...........................................
การเมือง ศิลปะ ศาสนา สำหรับเราแล้ว เป็นหัวข้อที่เราชอบคุย ชอบสืบ ว่าคนที่เราคบ มีทัศนคติต่อเรื่องพวกนี้ยังไง เพื่ออะไรก็ไม่รู้ เวลามีคนถามเรา เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เราก็สนุกที่จะตอบ เราว่ามันเป็นเรื่องที่คุยได้ และน่าคุย
ความขัดแย้ง การทะเลาะเบาะแว้ง เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่อง 3 เรื่องนี้ คนเราก็หาเรื่องมาขัดแย้งกันได้แทบทุกเรื่อง แต่ถ้าความขัดแย้งบนพื้นฐานแห่งความจริง และมันสามารถนำมาซึ่งข้อมูลที่เราสามารถรู้ว่าควรจะเลือกคบหรือไม่คบใคร บนพื้นฐานทางความคิดที่มีต่อเรื่องพวกนี้...ก็คือ...กำไร
เราเลือกที่จะไม่คบกับพวกเลือกทักษิน ไม่คบกับพวกดูถูกรสนิยมทางงานศิลปะของเรา ไม่คบกับเพื่อนที่นับถือศาสนาอิสลามแล้วบอกว่า กินหมูก็ได้ นะ กินเหล้าก็ได้นะ
อยากให้คน...นิยมคุยเรื่องพวกนี้กัน...ทุกวัน....
|