วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2551
...คนรัก..ทักษิน คบไม่ได้...
Posted by
a r t l e k l e k
,
ผู้อ่าน : 536
, 09:24:59 น.
พิมพ์หน้านี้
|

อาจจะเป็นความรู้สึกต่อเนื่องหลังจากมี เหตุการณ์กลุ่มคนรักอุดรใช้ความรุนแรง ในการประทะกันกับพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่จังหวัดอุดร เราได้รับ sms จากคมชัดลึดช่วงเย็นๆของเมื่อวาน ว่ามีคนตาย และบาดเจ็บ ซึ่ง sms ซึ่งเป็นข่าวด่วน ก็รายงานมาตามนั้น แต่เท่าที่อ่านข่าววันนี้ ปรากฎว่าไม่มีคนตาย ประเด็นมีคนตายหรือไม่ ถูกนำเอามาถกเถียงกันมากมาย ประมาณว่า...ไม่เห็นมีคนตายซะหน่อย....มั่ว ไม่มีความรุนแรงอะไรสักหน่อย คนตายก็ไม่มี...เวอร์...
บ้างก็ว่า ก็แส่ไปให้เค้าตีหัว ตั้งใจไปหาเรื่อง ก่อให้เกิดการยั่วยุ

ก็ว่ากันไป...แต่น้ำใจคนไทยที่ว่ามีเหลือล้น สยามเมืองยิ้มมันหายไปไหน?
ปกติเราไม่ได้ติดตามการดำเนินการปราศรัยของพันธมิตรที่ ไปตามต่างจังหวัดเท่าไหร่ไม่รู้หรอกว่า ใครไปบ้าง แล้วมีเงื่อนไขขอบเขตว่ายังไง แต่เราเคยคิดเรื่องนี้ว่า พันธมิตรไม่สามารถไล่รัฐบาลนี้ออกได้หรอก ถ้าพันธมิตรมีความตั้งใจกับประเทศชาติจริงๆ ต้องการให้เกิดการเมืองใหม่จริงๆ ควรจะใช้วิธีให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้มีทัศนคติต่อการเมืองเสียใหม่ ให้ประชาชนที่ไม่รู้ได้รู้ และควรไปปราศรัยในจังหวัดที่ประชาชนเลือกพลังพลังประชาชน
เรารู้สึกดีที่พันธมิตรใช้วิธีที่เราเคยคิดไว้ เราหวังว่า ต่อไปการเลือกตั้งจะเปลี่ยนแปลง
แกนนำ หัวคะแนน อย่างนาย ขวัญชัย ไพรพนา และคนอื่นๆ ที่เป็นกลุ่มคนรักทักษิน อาจจะคิดเหมือนที่เราคิด คืออย่าให้คนอุดร ฉลาด ปล่อยให้ไม่รู้ เท่าที่เคยรู้นี่แหละ การขึ้นมาใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งตามประวัติ นายขวัฐชัย ไพรพนา ก็เป็นแค่ คนๆนึงที่เติบโตมาในวงดนตรีลูกทุ่งที่ไม่ใช่นักร้องที่มีชื่อเสียง การใช้ชีวิตอยู่ในวงดนตรีลูกทุ่งสมัยก่อน ค่อนข้างลำบาก อดมื้อกินมื้อ แม้คนเป็นหัวหน้าวงยังลำบาก ชีวิตปัจจุบันของ นายขวัญชัย ในปัจจุบัน เติบโต กินอิ่มนอนหลับ มีคนนับถือ มีคนให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน
การเติบโตของบางคนทำให้เกิดอาการลืมตัว เหมือนอึ่งอ่างที่ ทำตัวพอง เพื่ออวดสัตว์อื่นว่าข้ายิ่งใหญ่ ใหญ่แล้ว และยังใหญ่ได้อีก....
อาชีพดีเจ ที่เปิดสายให้ชาวบ้านโทรเข้าไปแสดงความคิดเห็น ย่อมทำให้ผู้จัดรายการ กลายเป็นคนสำคัญ จะตัดสายใครก็ได้ จะพูดอะไรก็ได้ มีอำนาจน้อยๆอยู่ในมือ อำนาจที่คนบางคนไม่เคยมี มันแปรเปลี่ยนอะไรต่อมิอะไรได้ .........................................
เราไม่รู้หรอกว่าตัวเองสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ชัดเจนว่า ถ้าอ่านข่าว ต้องอ่านข่าวการเมืองก่อนข่าวบันเทิง ก็ช่วงก่อนคุณชวนได้เป็นนายกฯ แล้วมาสนใจหนักขึ้น เมื่อสมัยทักษินเข้ามาเล่นการเมือง สังกัดพรรคพลังธรรม
เรามีความรู้เรื่องพวกนี้มากขึ้น ทัศนคติบางอย่างชัดเจนขึ้น หลังจากมีคอมพิวเตอร์ใช้ ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น รู้จักการใช้งานเวบบอร์ด สมัยก่อนเค้ามีบล๊อกกันแบบนี้หรือปล่าว เราก็ไม่รู้ เพราะเราก็เพิ่งเป็นสมาชิคใหม่ของโอเคเนชั่น
อาจจะเป็นเพราะความเป็นมือใหม่ ทำให้เมื่อรู้จักอะไรก็รู้จักอยู่อย่างนั้น ใช้งานเวบบอร์ดที่สนุก.คอม ก็ใช้อยู่หลายปี จากที่ไม่เคยรู้จักคนที่คิดต่างกับเรามากนัก เราก็รู้จักมากขึ้น เพราะในสังคมของเรา เติบโตมาจากภาคใต้ เราก็คิดพูด ในทางเดียวกัน พอมาเรียนกรุงเทพฯ ก็เรียนศิลปะ ในบรรดานักเรียนศิลปะ ก็ไม่เห็นมีใครชอบบรรหาร หรือชอบเชาวลิตร กับคุณชวนนักเรียนศิลปะก็ชอบกัน เพราะคุณชวนชอบวาดรูป

เรียนจบออกมาทำงาน ที่ทำงาน ก็เป็นบริษัทมหาชน ผู้บริหารเหมือนจะมีจุดยืนเลือกพรรค ประชาธิปัตย์ พนักงานในบริษัท ก็ไม่ค่อยมีใครชอบทักษิน มีเพียงพี่ที่ทำงานคนนึงเอาแบงค์ 500 มาอวดว่า นี่พี่ไปทำบัตรสมาชิคพรรคไทยรักไทยมาได้เงินด้วย วันดีคืนดีพี่คนเดิมก็จะอวดว่า....เนี่ย ได้อีก 500 พวกหัวคะแนนในซอยให้มา เจ้านายในแผนกก็เป็นน้องชายของคุณปิยสวัสดิ์ อมรนันทร์ ซึ่งสมัยนั้น เค้าก็คล้ายๆจะ ทำงานให้พรรค ปชป. (ไม่แน่ใจ) แต่ใช่ว่า จะไม่มีคนชอบทักษินเอาซะเลย ก็มีบ้าง คนสองคน แต่ก็เป็นคนสองคนที่ไม่กล้าแสดงความรักออกมาท่ามกลางคนที่ไม่รัก แต่ถ้าสังเกตุ พฤติกรรมนิสัยอื่นๆแล้ว พี่ๆที่ชอบทักษิน มักจะเป็นพี่คนที่เพื่อนร่วมงาน...ยี้ เพราะนิสัยอื่นๆไม่น่าคบ
พี่คนที่ได้ 500 บาท จาก การขายเสียง เป็นผู้ชาย เป็นคนที่ ไม่เคยซื้อผลไม้ หรือขนมมากินตอนพักกลางวันเลย แต่จะเป็นคนที่เลียบๆเคียงๆ มาชวนเราคุย แล้วก็จิ้มสัปปะรด ฝรั่ง หรือกล้วยทอดของเราไปกิน แบบ...ตลกรับประทาน ทุกวัน
...เป็นเรื่องตลกๆที่เกิดขึ้น..แต่ถ้าคิดลึกๆ มันไม่ตลกหรอก...
อีกคนเป็นพี่ผู้หญิง รักทักษินมาก มีสามีทำงานหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ พี่เค้าจะรู้สึกว่า การมีสามีทำงานหนังสือพิมพ์ คือคนใกล้ชิดข่าว และเป็นคนรู้ลึก รู้จริง เมื่อไหร่ที่มีข่าวไม่ดีของพรรคประชาธิปัตย์ แกจะรีบมารายงานแต่เช้า ถ้าไม่มีคนสนใจอีกวันแกจะหอบหนังสือพิมพ์มายืนยัน ถ้าเพียงเท่านี้ก็ถือว่าปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือ พี่คนนี้เงินเดือนไม่สูง แต่ทำตัวไฮโซ จะทำตัวตีสนิทกับบุคคลระดับหัวหน้าแผนกขึ้นไปเท่านั้น ไม่เคยไปกินข้าวกับเพื่อนร่วมงานด้วยกัน จะพยายามเกาะกลุ่มกับกลุ่มผู้บริหารไว้ ตัวเองจบแค่วุฒ ปวช. แต่จะเป็นปลื้ม กับเด็กจุฬา หรือศิลปากรมาก เราก็เป็นคนหนึ่งคนที่พี่แกเป็นปลื้ม...เอาอกเอาใจ...เอาใจมากกว่าน้องคนข้างๆที่จบเพาะช่าง เงินเดือนตัวเอง รวมกับเงินเดือนสามีก็ไม่พอใช้ แต่ใช้ของแบรนเนมทุกอย่าง ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนวัฒนา ขับรถยนต์ต้องรถยุโรปเท่านั้น
(นินทาคนลับหลังที่เค้าคงไม่ได้มาอ่านนี่...มันส์จริงๆ เป็นมารยาททที่ไม่ดี ไม่ควรเอาอย่าง!!)

พอเราไปสนใจเวบบอร์ดการเมืองนานๆเข้า เล่นนานๆเข้า ความเป็นตัวตนเริ่มมี เริ่มมีคุยหลังไมค์ เมลคุยกัน พอไว้ใจมากขึ้น ก็มีการคุยกันทางโทรศัพท์ มีการจัดมีตติ้ง เค้าจัดกันหลายครั้ง แต่เราไม่เคยไป อาย...เพราะสมัยนั้นฮอต ใครๆก็อยากเห็นหน้าผู้หญิงปากจัดคนนี้ แต่ไม่สวย ไม่ไป ถ้าไปเรตติ้งคงตก
ไม่ไป...ใช่ว่าจะไม้รู้ ก็มีข่าวนั่นข่าวนี่ เข้ามาหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางกลุ่มเพื่อนที่ ชอบประชาธิปัตย์ กับกลุ่มเพื่อนที่ชอบทักษิน คือเวลาเค้าไปมีตติ้ง เค้านัดไปทั้ง 2 กลุ่ม ประมาณว่า แยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ พี่ๆในเวบบอร์ดหลายคน เป็นเจ้าของกิจการ มีเงิน มีงานที่ดี มีการทำธุรกิจนั่นนีร่วมกันหลังจากสนิทสนมกันมากขึ้น พี่คนที่ในเวบอร์ดทะเลาะกันประมาณควรจะเอาปืนมายิงกันให้ตายหน้าคอม ก็ไปมีน้ำใจหลังไมค์ เกื้อหนุนงานการซึ่งกันและกัน
แม้จะรักคนละพรรคแต่พี่เค้าก็รักกันได้...เราคิดเงียบๆ แล้วก็มองดูเงียบๆ
แต่ท้ายที่สุด พี่ที่สนิทของเรา ที่อยู่ฝ่ายเกลียดทักษิน ก็ ถูกพี่คนที่รักทักษิน..ชิ่งเงินในการร่วมลงทุน
พี่คนเดิมยังไม่เข็ดคิดว่า...บอกเอามาเหมารวมกันหมดไม่ได้หรอก... เราต้องใจกว้างมองเป็นคนๆไป พี่แกก็ไปกินน้ำร่วมสาบาน จะเป็นพี่เป็นน้อง กับคนๆนึงซึ่งชื่นชอบทักษินมาก เกลียดประชาธิปัตย์สุดตัว ตั้งเป็นพี่น้องร่วมกินร่วมเที่ยวกัน ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งแรกถ่ายรุปมาอวดความสวีทหวานแหวว เราเห็นภาพยังแทบไม่เชื่อว่า ในบอร์ดทะเลาะกันแทบตาย ไหงไปนั่งดริ๊งชมจันทร์กันได้ ความมหัศจรรย์ไม่ผ่านพ้นข้ามฤดูกาล วงแตก...สาเหตุจากเรื่อง...ผลประโยชน์อีกแล้ว
8 ปี ที่คบคนในเวบบอร์ด พูดคุยได้ทั้ง 2 กลุ่ม นับนิ้วแล้วหลายสิบคน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เอานิ้วขึ้นมาลองนับใหม่ ทำไมเหลือ 3 คน 2คนแรก เป็นพี่คนที่ถูกแฟนทักษินหลอกซ้ำซาก อีกคนก็คือคุณลุงแคนไทยเมือง ที่แต่ก่อนชอบทักษินมาก แต่ปัจจุบันแกเปลี่ยนไปนี่แหละ
เวลาเราบอกใครๆว่า เราไม่ชอบคนที่ชอบทักษิน คนอาจจะคิดว่า แบ่งพวก แบ่งฝ่าย หรือรุนแรงถึงขั้น แบ่งประเทศไทยไปเลย จริงๆไม่ใช่หรอก เพียงแต่เราจะมามีเวลาพูดยาวๆอธิบายเหรอว่า... มันมีอะไรมากกว่านั้น
คบคนต้องดูนานๆมองกันลึกๆ เอาความรู้สึกจริงๆเข้าไปทำความรู้จัก เอาอคติถอดกองเอาไว้ เอาหัวใจพุดคุยกัน เรียนรู้คนอย่างซื่อสัตย์ต่อตัวเอง แม้จะไม่มาสมารถทำได้ถึง 100% ก็ลองทำดู จะพบว่า คนชอบทักษิน มีสินัยอย่างน้อย 1 อย่าง ที่ไม่น่าคบ เท่าที่เราพบมา พอสรุปได้ว่า 
- เห็นแก่ตัว อยากได้อะไรเล็กๆน้อยๆจากคนอื่น ไม่ชอบแบ่งปัน หรือถ้าจะแบ่งปันอะไรให้ใคร มักคาดการณ์ไว้ว่า ให้คนๆนี้ ต่อไปจะได้บางอย่างกลับคืนมา
- ชอบพูดเสียงดัง เอาหน้า เอาตา ชอบบอกใครๆว่า สิ่งที่สำเร็จตรงหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะเค้า ไม่สำเร็จ
- ชอบแสดงความใจกว้าง หน้าใหญ่ใจโต แต่เวลาต้องคิดเงิน มักจะหายตัวไปไหนไม่รู้
- ถ้าเป็นผู้หญิง จะชอบแต่งตัวจัด แต่งหน้าจัด สวมเสื้อผ้าตามเทรน แม้จะใส่ของก๊อปปี้ก็ยอม แม้จะหลุยห์ปลอม ก็ปลอมแนบเนียน ไม่ใช่ปลอม แบบ 199
- ชอบที่จะแสดงตนบอกใครๆว่ารักพระมหากษัตริย์กว่าใครๆ ด้วยการ หาซื้อเสื้อเหลืองก่อนใครๆ มีเสื้อเหลืองหลายตัว แบบนั้นแบบนี้ ชอบบ่นว่า เซ็ง เสื้อเหลืองขาดตลาดต้องไปต่อคิว
- ชอบบอกว่า เกลียดทักษินจะตาย แกล้งด่าทักษิน เพื่อเข้ากลุ่ม แต่การพูดคุย อยู่ด้วยกันบ่อยๆรู้ว่า...เลือกทักษิน และรักทักษินมาก แต่ในวงสนทนาขี้ปอด
- เป็นคนที่เงินซื้อได้ เอาผลประโยชน์มาชักจูงได้ ติดสินบนได้
- ชอบเชียร์บอลทีมแมนยู (ไม่เกี่ยวกับแฟนตัวจริงแมนยู) บอลโลกเชียร์บราซิล บอลยูโรเชียร์อิตาลี่ฝรั่งเศส คือ..ไม่ได้เชียร์เพระรัก เชียร์เพราะกลัวแพ้ เสียหน้า เสียฟอร์ม
- ด่าพันธมิตรว่า ทำให้รถติด ทำให้นักลงทุนไม่มาลงทุน พันธมิตรทำให้น้ำมันแพง หุ้นตก พายุเข้า
ฯลฯ
ถ้าให้นั่งนึกจริงๆ คงมีอีกมากมาย บางคนอาจจะเถียงว่าไม่ใช่ แต่เราเจอกับของจริงมามากจนสรุปกับตัวเองแล้วว่า
ถ้าเลือกได้ อย่าคบ ถ้าจำเป็นต้องคบ ก็อย่าให้สนิทนัก
เพราะว่า...
"คบไม่ได้"

|