พิมพ์หน้านี้
|
หายหน้าหายตาไปหลายวัน เนื่องจากหยุดงานก็เลยนอนและก็นอน ไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมากมายนัก แต่วันนี้มีข่าวที่น่าสนใจมาก คือ การคุกคามนักข่าวสาว ลีโอนิกด์จึงขอคัดลอกข่าวดังกล่าวมาให้เพื่อน พี่ น้องชาว บล็อก ได้รับรู้ ว่า บ้านเมืองเราไม่มีขื่อมีแปรแล้วหรือ กฎหมายจะให้ความคุ้มครองพวกเราได้มากน้อยแค่ไหน ขนาดนักข่าวสาวยังโดนคุกคามขนาดนี้แล้วหากเป็นเราจะเป็นอย่างไร @@@@ สื่อมวลชนประจำรัฐสภา@@@@ ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้นักการเมืองเคารพสิทธิการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน แถลงการณ์ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดบรรยากาศเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในปัจจุบัน สังคมไทยเกิดความขัดแย้ง แบ่งข้างกันอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่สื่อมวลชน ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำรัฐสภา ล่าสุดได้เกิดกรณีการข่มขู่คุกคามผู้สื่อข่าว ทั้งทางวาจา ทางโทรศัพท์ ตลอดจนมีความพยายามบันทึกภาพผู้สื่อข่าวขณะปฏิบัติหน้าที่ซักถาม ด้วยเหตุที่ตั้งคำถามไม่ถูกใจ รวมถึงการส่งบุคคลติดตาม คุกคาม ตลอดจนกลุ่มมวลชนที่มาสนับสนุนพรรคการเมืองที่แสดงพฤติกรรมข่มขู่ จนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและเป็นธรรม เพื่อนำเสนอข่าวทั้งสองด้านอย่างเท่าเทียมกัน สื่อมวลชนประจำรัฐสภาขอยืนยันว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ได้ตระหนักถึงจรรยาบรรณในวิชาชีพอย่างเคร่งครัด และเปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ได้ใช้เวทีแถลงข่าวประจำรัฐสภา โดยไม่เคยเลือกปฏิบัติ หรือมีอคติในการรับฟังการแถลงข่าวแต่อย่างใด การตั้งคำถามในประเด็นต่างๆ ถือเป็นการซักถามข้อสงสัยที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง รอบด้าน ไม่ให้เกิดความคลุมเครือ ในการเสนอข่าวสารไปสู่ประชาชน ขณะที่ผู้แถลงข่าวมีสิทธิ์ในการตอบคำถามหรือไม่ ก็ได้ ถือเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของแต่ละฝ่าย เพียงแต่สื่อมวลชนมิใคร่อยากเห็นบรรยากาศแห่งความขัดแย้งจากผลของการใช้เวทีแถลงข่าว จนเริ่มมีการข่มขู่คุกคามผู้สื่อข่าวทางวาจาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งซึ่งกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างมาก ดังนั้นผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ขอเรียกร้องให้เคารพสิทธิ์ในการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน
มูลเหตุที่ทำให้สื่อออกมาแถลงการณ์ก็เนื่องมาจาก
น.ส.ชลธิชา เหลิมทอง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์เข้าแจ้งความ พ.ต.ท.อัครชัย แช่มช้อย พนักงานสอบสวน(สบ 2) สน.นางเลิ้ง หลังจากช่วงค่ำวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์นิรนาม 8 คน จอดรถตู้สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น หมายเลขทะเบียน มาดักรอบริเวณหน้าหอพัก ใกล้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ ถนนนครสวรรค์ เขตดุสิต กทม. นอกจากนี้ ในวันที่ 5 เม.ย.ยังถูกชายฉกรรจ์สะกดรอยตาม จึงไม่มั่นใจในความปลอดภัยและต้องมาแจ้งความ โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้มีเรื่องกับใคร แต่ในการทำงานที่ผ่านมาได้ซักถามนักการเมืองเรื่องความชอบธรรมในการแก้รัฐธรรมนูญ อย่างตรงไปตรงมาหลายครั้ง และมีการปะทะคารมกันบ้าง หลังจากที่ข่าวเปิดเผยไป ปรากฏว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้นำข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนพูด ว่า ในวันเกิดเหตุ(10 เม.ย.)เป็นวันที่ตนได้ไปแถลงข่าวที่ห้องสื่อมวลชน เรื่องการเสนอญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน โดยได้ปะทะคารมกับ น.ส.ชลธิชา ข่าวที่เกิดขึ้นแม้ไม่ได้ระบุชื่อผู้ต้องสงสัย แต่อาจหมายถึงตนก็ได้ จึงขอปฏิเสธว่าไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนี้ นอกจากนี้นายจตุพร ยังได้นำเรื่องดังกล่าวมาหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า จำเป็นต้องนำเรื่องดังกล่าวมาพูดในสภา เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่าตัวเขาเองมีปัญหากับนักข่าวคนดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดด้วย ผมเป็นคนหน้าตัวผู้ ไม่ชอบคนหน้าตัวเมีย ที่นำพฤติกรรมใส่ความอย่างนี้ นายจตุพร กล่าว @@@@@@
|