พิมพ์หน้านี้
|
เป้าหมายการพัฒนา "ความสุขมวลรวม" (GrossNationalHappiness=GNH)
ที่จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์แทนการเติบโตของ ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GrossNationalProduct=GNP)
น่าจะพิจารณา 2 มาตรการนี้เป็นหลักในการกำหนดเป็นกุศโลบายแห่งชาติ: 1. "ขาดทุนคือกำไร" (Loss is Gain) ตามกระแสพระราชดำรัสของในหลลวงที่ทรงให้ไว้ตั้งแต่ทศวรรษ 2520s นั่นคือ ระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด ต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐ หากต้องขาดทุนเพื่อประชาชนจะได้อรรถประโยชน์สูงสุด รัฐต้องไม่ลังเลที่จะต้องชักเนื้อ หรือไม่ก็นำผลกำไรจากรัฐวิสหกิจบางประเภทมาจุนเจือ ซึ่งหากทั้งระบบมีการดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลงท้าย ขาดทุน ที่ว่า ก็จะกลายเป็น วิน-วิน เกมส์ ทั้งของภาครัฐและประชาชน ในระยะยาว 2. "เศรษฐกิจพอเพียง" ไม่ทำให้นักลงทุนข้ามชาติกังขาว่าพวกเขาอยู่นอกระบบ เพราะในความเป็นจริง เศรษฐกิจทั้ง 2 ระบบไม่ได้ขัดแย้งกันในสาระสำคัญ กล่าวคือจริยธรรมของพวกโปรเตสแตนท์ (Protestant Ethics) อันเป็นที่มาของทุนนิยมในคริสตวรรษ17 เน้นการประหยัด อดออม อดทน ทำงานหนัก มิได้สนับสนุนความฟุ่มเฟือยอย่างที่เราอาจเห็นอย่างผิวเผิน จุดต่างมีเพียง ระบบเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ชี้แนวให้ผู้ปฏิบัติกลายเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องเป็นฝ่ายปรับ โดยเพิ่มสาระของปรัชญาให้สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการที่ดีด้วย แล้วจะทำอย่างไร โชคดี เราได้ริเริ่มโครงการโอทอปไปแล้ว และนั่นคือแนวสร้างผู้ประกอบการพอดี แต่ที่ยังไปไม่ถึง 1 ผลิตภัณฑ์ 1 ตำบลเพราะเห็นใครทำไวน์กระชายรวย ก็อดทุ่มทุนเทหมดหน้าตัก "เกินพอเพียง" เพราะอยากรวยเร็วไม่ได้ เลยกลายเป็น 1 ผลิตภัณฑ์ 1,000 ตำบล !! แบบนี้ต้องนำมาคิดใหม่ จะได้ทำให้ถูกหลักของทั้งทุนนิยมและพอเพียงครับ |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |