• อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thiravet@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 11376
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
อารยา
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"
Permalink : http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
วันอาทิตย์ ที่ 2 ธันวาคม 2550
การยึดอำนาจ ~ ทางสายกลาง
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 184 , 14:35:22 น.  
พิมพ์หน้านี้


บันทึกไว้: 14/1/2550


ยังไม่เคยพบการยึดอำนาจรัฐสำเร็จแล้วไม่สืบทอดอำนาจ ไม่ว่าที่ไหนในโลก

เรื่องมันจำเป็น เพราะอย่างน้อย เมื่ออยู่บนหลังเสือแล้ว การตัดสินใจขี่ต่อสะดวกกว่าหาทางลง  ถ้างั้นจะขึ้นมาทำไม  เผลอหลงเสน่ห์อำนาจ ก็อยู่กันไปแบบลืมตาย

แต่สุดท้ายถ้าไม่ตายบนหลังสือ ก็ต้องมีวันที่จะต้องลงมา

แต่ไม่เคยมีทางเลือกใดที่ปลอดอันตราย

ถ้าจอมพลสฤษฏิ์ไม่ตายเสียก่อน ชะตากรรมก็ไม่ต่างจากทายาทในวันมหาวิปโยค

บางคนประกาศขอจองโควต้าก่อนเลย 10 ปี เบาะ หลังจากยึดมาได้

กรณีอย่างนี้เกิดกับละอ่อนการเมืองที่ยิ่งอยู่ก็ยิ่งไปยั่วให้มีคนไม่อยากรอให้ถึงวันนั้น

ตัวอย่างมีในรัฐบาลหอย (เรียกตัวเองอย่างนั้น) พอบอกว่าจะขออยู่ 12 ปี ก็พลันหัวทิ่มลงมาภายในแค่ปีเดียว

พล.. สุจินดาบทเรียนนี้ จึงรีบบอกแต่ต้นปี 2534 ว่าขอ “รักษาความสงบ” ปีเดียว 

แต่บอกแล้วว่าอำนาจมันแสนเย้ายวน ตกลงพอหมดเวลา ไม่ยอมไปดื้อๆ อ้างขอ “เสียสัตย์เพื่อชาติ”

ผลคือหกคะเมนตีลังกาลงมาโดยพลัน

 ประชาชนมองออกว่า รสช. มีแรงจูงใจที่ไม่บริสุทธิ์ หลังจากเอาพรรคสามัคคีธรรมมาเตรียมรองรับการสืบทอดอำนาจ

เสือที่สะบัด พล.. สุจินดา ตกลงมาแล้วขย้ำสั่งสอนนั้นก็ไม่ใช่ใคร

เป็นประชาชน มิใช่อำนาจเก่าเพื่อขอเช็คบิล   

วันนี้ คมช.อาจสร้างประวัติศาตร์หน้าใหม่ ว่าด้วยการลงจากหลังเสือภายในเวลาที่ประกาศไว้ในวันเข้ายึดอำนาจ

ถ้าไม่ทำให้มีใครบาดเจ็บล้มตาย รวมทั้งตัวเองสำเร็จ  

ซึ่งเป็นไปได้ว่า เงื่อนไขของการเกิดพฤษภาทมิฬ ไม่พบแม้แต่น้อยในกรณีของ พล.. สนธิ

หาก คมช. ก้าวลงตามกำหนด

แต่อำนาจเก่าในรัฐบาลทักษิณพร้อมที่จะกลับมา ไม่ใช่รัฐบาลชาติชายซึ่งเข้าใจ กติกาของอำนาจลึกซึ้งกว่า คุณชาติชายคิดก่อนจะพูด และพูดว่า “จบเป็นจบ” หลังจากได้คิดแล้ว

 

หรือว่าพล.. สนธิ จะเลือกเสือตัวใหม่แต่สายพันธุ์เดิมไว้ขี่ต่อ 

……………………………………….

วันนี้ อารยาขอบันทึกเพิ่มแค่คำเดียว “คำตอบอยู่ที่ พล.. อนุพงษ์”

 

 

 

 

 บันทึกผนวก:

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2550

ว่าด้วย “ทางสายกลาง”

Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 64 , 12:09:39 น.   
พิมพ์หน้านี้ 

สงสัยมานานเต็มทนแล้วว่า ที่พูดกันนักกันหนาถึงทางสายกลาง แปลว่าอะไร

อย่าว่าแต่ “ทาง” สายกลาง หรือสายไหมเลย

แค่ “จุด”  กลาง อารยาคนที่ยังไม่อยากไปนิพพานยังคลำไม่เจอเลย

คิดเอาเองว่า ถ้าจะชี้ตำแหน่งจุดกลางได้ มันต้องมีจุดดีสุด กับ จุดเลวสุด สองด้าน

มาตอกหมุดขึงพืดเพื่อให้วัดระยะทางระหว่าง 2 จุดนี้ให้ได้เสียก่อน แล้วหาร 2

หรือจุดที่ขาข้างหนึ่งของวงเวียนหมุนรอบ

นั่นแหละคือตำแหน่งของจุดกลาง

ในโลกของความเป็นจริง ไม่มีสองจุดสุดโต่งนั้นให้เห็น

และชีวิตคนที่มีขนาดแวดวงต่างกัน ไม่ได้มีจุดร่วมที่ขาวงเวียนเดียวกันแน่นอน

ดีกับเลวจึงคละกัน และมนุษย์คงต้องถามตัวเองว่าจะรักดีหรือไม่  

ตรงไหนดี ตรงไหนเลว ก็ยังมองไม่เหมือนกันอีก

บางคนถึงขนาดไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่รู้ผิดรู้ชอบ

สรรพสัตว์ย่อมมีกรรมเป็นของตน    

ขนาดรู้ดีรู้ชั่วก็ใช่ว่าจะใช้เหตุผลเหมือนกัน

รู้แล้ว บางคนยังเลือกอยู่ฝ่ายเลว อาจเกิดจากทิฐิ มานะ โลภ กิเลสมาพรางตา เคลียร์ออกไม่หมด

อย่าไปว่าใครเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เขาอาจรู้ว่าเป็นกงจักร แต่อยากเล่น เพราะเป็นสนามที่มีรางวัลให้ ใครถือดอกบัวห้ามเข้า

เรายังอยู่ในโลกสมมติ ดีชั่วไม่มีที่สุด ต่างวาระ ต่างกรรม

ต่างที่ ดีก็อาจเป็นเลว

เมื่อมันยุ่งยากอย่างนั้นกระมัง พระพุทธองค์จึงทรงเสนอทางสายกลาง

อะไรเป็น “ที่สุด” อย่าไปแตะ เสี่ยงอันตรายทั้งนั้น

ขึ้นสูงสุดแล้วก็ถึงขาลง ไปสุดขอบก็เหลือแค่ต้องลงเหว  

คิดดีที่สุดก็อาจหลงว่าเป็นผู้วิเศษ พูดดีที่สุดเต็มไปด้วยอุดมคติ เป็นจริงยาก

หวังมากที่สุดก็ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเสียใจ

สรุปว่าอย่าได้ไปหลงไหลได้ปลื้มกับอะไรที่สุดๆ

เอาละ สมมติว่าพอฟังได้ (จะว่าเพ้อเจ้อก็ยอมละ)

เหลือข้อกังขาสุดท้ายคือ จุดที่ดีที่สุด หรือทางสายดีที่สุดนั้น เก็บไว้ทำอะไร หรือทำไม?

ใครอ่านพระไตรปิฏกจบแล้ว ช่วยตอบที ช่วงนี้อารยาขอร้องเพลง “Blowing in the Wind”  ต่อด้วย “Both Sides Now” ก่อนครับ

 

แสดงความคิดเห็น | ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน 

Top of Form

อ่านความคิดเห็น 

ความคิดเห็นที่ 8
อารยา วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 10.47 น. 
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"
ip : 124.121.16.4

 

 

รู้แล้ว ก็ต้องมาทบทวนว่าเรารู้จริงหรือไม่

พระไตรปิฏก ไบเบิ้ล กุรอ่าน ทุกคนมีสิทธิอ่านได้ และหลายคนก็ไม่ได้อ่าน
แต่คนอ่านจบทั้งสามคุมภีร์ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี
แลคนที่ไม่เคยอ่านสักคัมภีร์จะต้องเป็นคนเลว
นี่คือความจริงสุดโต่งที่พูดอย่างเป็นกลาง

แล้วไง

ก็กลับมาถามสิครับว่าที่เราได้ยินคำว่า "ทางสายกลาง" นั้น
พูดอีกภษาได้ไหม ให้เข้าใจได้ใกล้มากขึ้น

ชอบนะ ทางสายกลางน่ะ แต่ได้ยินมาคือ "สัจธรรม" ที่นำมาอธิบายแบบ "deduction" คือ พอเกิดเรื่องแล้วจึงอธิบายกันเป็นฉากๆ

แต่ในเชิงประจักษ์ จขกท. กำลังพยายาม และขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เป้าหมายนั้นใกล้เข้ามาอีกนิดแล้วครับ

สำหรับท่านที่พบแล้ว ขออนุโมทนาด้วย แต่ จขกท. เพียงได้ลดความฉลาดน้อยลงไปได้นิดเดียว 


 

ความคิดเห็นที่ 7
chedtha วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 17.40 น. 
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha2 (ข้อคิด ชีวิตและความรัก) http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (นิยายจากประสบการณ์ชีวิต)
ip : 62.158.107.10

 

 

ทางสายกลาง ของเรา ที่ไม่เทียบกับ ทางของคนอื่น คือ
การที่เรา ไม่สุดโต่ง ไปทางใดทางหนึ่ง
คนอื่นจะเป็นอย่างไร เราไม่่รู้หรอกครับ แล้วเราก็วัดเขาไม่ได้ด้วย
แต่อย่างน้อยที่สุด คนเราทุกคน ต้องรู้จักตัวเองก่อน
เช่น ทุกคนต้องเคยชอบอะไรมากๆ หรือเกลียดอะไรมากๆ
ทางสายกลางคือ อย่าชอบอะไรมากเกินไป อย่าเกลียดอะไรมากเกินไป

ถ้าชอบอะไรมากๆ เราก็มักจะเข้าข้าง จนกลายเป็นลำเอียง
ถ้าเกลียดอะไรมากๆ เราก็มักมีอคติ จนลำเอียงอีก
ผมยึดถือทางสายกลาง คือ ไม่ชอบมาก ไม่เกลียดมาก

ดูเหตุผลตามที่เห็นสมควร ระมัดระวังอารมณ์ตัวเอง

ไม่ให้ชอบหรือเกลียดอะไรมากๆ
เพราะในสิ่งที่เราชอบ ย่อมมีความไม่สมบูรณ์อยู่ในตัวมันเอง
และในสิ่งที่เราเกลียด ย่อมมีข้อดีบางอย่างอยู่ในตัวมันเอง

ผมเรียนรู้จากทั้งสิ่งที่ผมชอบ และ สิ่งที่ผมเกลียด เสมอครับ
และทำใจไว้ ไม่ให้สุดโต่ง เป็นกลางๆไว้ เพื่อความสบายใจของตัวเอง 


 

ความคิดเห็นที่ 6
ธัชชะ วันที่ : 05/12/2007 เวลา : 21.56 น. 
http://www.oknation.net/blog/tajji
ip : 202.57.175.239

 

 

ผมขออนุญาตแสดงความเห็นดังนี้ครับ...

" ทางสายกลาง " ในคำสอนทางพุทธศาสนานั้นตรงกับคำว่า " มัชฌิมาปฏิปทา " ครับ

" มัชฌิมาปฏิปทา " คือ " อริยสัจจะ " ข้อที่ ๔ อันได้แก่ " อริยมรรค ๘ " ที่ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ

แท้ที่จริง " ทางสายกลาง " นั้นไม่ใช่จุดกึ่งกลาง หรือจุดที่พอดีระหว่างที่สุด ๒ อย่าง ดังที่เข้าใจกันทั่วไป ข้อเท็จจริงคือ มีนัยหมายถึงข้อปฏิบัติที่เป็นกลางไม่เข้าอยู่ในข้อปฏิบัติอันเป้นที่สุด ๒ อย่าง ได้แก่ การหมกมุ่นในกามเพราะมีความเห็นว่าโลกเที่ยง กับการปฏิเสธกามด้วยการทรมาณตนอย่างอุกฤษเพราะมีความเห็นว่าโลกไม่เที่ยง ที่นักแสวงในยุคสมัยก่อนพุทธกาลเข้าใจผิด

การปฏิบัติอย่างพอดี...ต้องดูคำสอนที่ท่านสอนพระสาวกองค์หนึ่งโดยเปรียบเทียบกับ " สายพิณ " ว่า หากตึงเกินไปก็ไม่ดี หากหย่อนเกินไปก็ไม่ดี ต้องมีความพอดีจึงจะมีเสียงไพเราะ...( เรื่องการใช้ความเพียรที่แรงกล้าเกินไปจนเกิดความฟุ้งซ่านขาดสมาธิ
)

ทางสายกลาง...คือ...อริยมรรค ๘ ...เป็นสัจจะสภาวะที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วจึงนำมาประกาศให้ทราบ ถ้าอยากทราบข้อเท็จจริง...ต้องศึกษาพระไตรปิฎกครับ

ทางสายกลางในพุทธศาสนาที่แท้คือ...ทางสู่นิพพาน...อันได้แก่...ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ...นั่นเองครับ./ 


 

ความคิดเห็นที่ 5
อารยา วันที่ : 04/12/2007 เวลา : 07.17 น. 
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"
ip : 124.121.18.125

 

 

ขอบคุณครับ
ต้องสารภาพว่า มาจากความไม่รู้ส่วนตัวจริงๆ และถ้าเผื่อไม่ถามออกมา อาจมีคำตอบของตัวที่คิดว่าถูก แต่แท้จริงอาจทึกทักไปเอง
แต่พอเอาความสงสัยออกมา ก็อย่างที่คุณกิต (1) บอก ยังมีที่ยังไม่รู้อีกมากมาย และคุณโม้งหัวครก (2) ก็ตั้งข้อสังเกตว่า มนุษย์พันธุ์ที่เพี้ยนไปจากครรลองคลองธรรมน่าจะเป็นนักการเมือง สอดคล้องกับคุณ McLaren(4) ที่ให้ proxy ของทางสายกลางว่า "พอ" คำเดียวจริง ในอีกคำตอบก็เป็นของคุณ Monkey(3) ที่ให้ดูที่ "จุดความพอเพียง" ชีวิตของตัวเองของแต่ละคน (ซึ่งคงต้องกลับไปที่คุณ McLaren ที่บอกว่ามนุษย์มักไม่ยอมบอกว่า "พอ" จึงขอร้องกันว่า เมื่อรู้ตัวว่าพอ ก็หยุดกันเถอะ เริ่มจากที่ชาวโอเคเนชั่น)

ผมว่ายากนะครับ นักการเมืองคนแรกที่พูดคำนี้เมื่อ19 ปีก่อนคือ พล.อ. เปรม แต่นั่นก็มีเหตุมาจากมีเงื่อนไขที่ต้องพูดวลีนั้น 2 ข้อ ข้อแรกท่านอยู่มานาน"พอ" คือ 8 ปีกว่า อีกข้อ สายสืบรายงานว่ามีการตั้งแถวเดินขบวนแถวราชดำเนินให้ท่าน "พอ" แต่ถึงอย่างไรท่านก็สร้างธรรมเนียมปฏิบัติไว้ และนี่เป็นส่วนหนึ่งของความเป็น "รัฐบุรุษ" 


 

ความคิดเห็นที่ 4
McLaren วันที่ : 03/12/2007 เวลา : 21.25 น. 
http://www.oknation.net/blog/mclaren
ip : 117.47.200.37

 

 

แท้จริงแล้วธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่รู้จักคำว่า "พอ"

อยากให้ชาว oknation ทุกๆคนพยายามทำความรู้จักกับคำว่า "พอ" นะครับ แม้จะยากลำบากก็ตาม และ ปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีงาม นะครับ (ผมเองก็จะพยายามครับ..) 


 

ความคิดเห็นที่ 3
Monkey วันที่ : 03/12/2007 เวลา : 14.29 น. 
http://www.oknation.net/blog/monkey
จงคำนึงถึงการมีชีวิตให้กว้างขว้าง มากกว่าการมีชีวิตให้ยืนยาว
ip : 58.137.53.241

 

 

หาจุดความพอดีของชีวิตเจอเมื่อไหร่
ก็รู้จักคำว่า ทางสายกลางฉันนั้น 


 

ความคิดเห็นที่ 2
โม้งหัวครก วันที่ : 03/12/2007 เวลา : 12.47 น. 
http://www.oknation.net/blog/think49
ip : 210.246.188.223

 

 

นั่นหนะสิครับ ทางสายดี นักการเมืองไม่ค่อยอยากจะเลือกเดิน

แต่ดันอยากจะเป็นผู้นำ.....แล้วผู้นำมันมีอะไรดี

อ๋อ....เพราะ...โกงได้ โกงดี 


 

ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 03/12/2007 เวลา : 12.21 น. 
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้
ip : 203.150.139.214

 

 

ขอบคุณครับ


Bottom of Form


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 14.37 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

อืม

คิดว่างั้น
เหมือนกันครับ


สวัสดีครับ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31