พิมพ์หน้านี้
|
แม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำไหลธรรมชาติสายเดียวในโลกที่ยังไม่มีเขื่อนทำนบกั้น ยาว 2,800 กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่ในทิเบต สิ้นสุดที่อ่าวมะตะบันในประเทศพม่า ไหลผ่านประเทศไทยที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และเป็นพรมแดนติดพม่ามีความยาวเพียง 118 กิโลเมตร
ต้นปี 2549 อดีตนายกทักษิณลงนามใน "โครงการสาละวิน" กับผู้นำพม่า โดยพม่าขายกระแสไฟฟ้าให้ในราคาพิเศษหน่วยละ 90 สตางค์ แต่ไทยกลับต้องเป็นฝ่ายลงทุนสร้างเขื่อนกั้นสาละวิน 4 แห่ง :(Tasang~~Weigyi~~Dagwin~~Hatgyi/Hutgyi)
2 เขื่อนกั้นสาละวินคล่อมพรมแดนไทย-พม่าชื่อ "เวยจี" (เหนือ) กับ"แดกวิน" (ใต้) ห่างกัน 35 กิโลเมตร บ้านท่าตาฝั่งติดกับอุทยานแห่งชาติสาละวินจะอยู่ปลายเขื่อนแดกวิน ส่วนปลายอีกด้านจะอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง (ใต้เขื่อนแดกวินลงไปราว 2 ชั่วโมงโดยเรือหางยาวคือ "สบเมย" จุดใต้สุดของแม่น้ำสาละวินในเขตไทย ก่อนเป็นแม่น้ำเมยแยกจากสาละวินเข้าไทย)
อีก 2 เขื่อนกำหนดจะสร้างกั้นสาละวินในเขตพม่า คือ ท่าซาง ในรัฐฉานเหนือเชียงใหม่ 130 กิโลเมตร ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเซียอาคเนย์ มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 7 พันเมกะวัต ค่าก่อสร้างประมาณ 6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ( สองแสนล้านกว่าบาท)กับ ฮัตจีในรัฐคะญา 50 กิโลเมตรจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เขื่อนนี้จะส่งน้ำเข้าเขื่อนแม่ลามาหลวงที่ลำน้ำยวมเขตไทย ไปยังเขื่อนภูมิพลที่ห่างกันราว 70 กิโลเมตร
ที่ผ่านมานับ 10 กว่าปีที่ชาวบ้านไทยสบเมย แม่ยวม แม่ลามาหลวง แม่สามแลบ บ้านท่าตาฝั่ง ฯลฯ จากแม่สะเรียงถึงแม่สอดที่รู้ว่าจะมีการสร้างเขื่อนแถวๆนี้ ไม่เคยได้รับข้อมูลชัดเจนว่าจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไรกับปัญหาที่ทำกินที่อาจถูกน้ำท่วม รู้อย่างมากว่าจะมีน้ำท้นริมชายน้ำแค่ 5 ตารางกิโลเมตร
ในขณะที่ตัวเลขทางฝั่งพม่า เมื่อเขื่อนเวยจีสร้างเสร็จ น้ำจะท้นฝั่งยาวถึง 380 กิโลเมตร นี่ยังไม่นับเขื่อนอื่นในโครงการที่เอ่ยถึงข้างต้น (และแม่ลามาหลวง เขื่อนสมทบในฝั่งไทย) การที่พม่าพยายามดึงไทยให้ไปลงทุนเป็นเรื่องปกติ แต่การที่เราต้องจ่ายเองนับเป็นแสนๆล้านบาทเพื่อสร้างเขื่อนในพม่า เสร็จแล้วยังต้องเป็นผู้ซื้อกระแสไฟฟ้า ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก []
ความพยายามของพม่าที่จะ "ส่งออก" กระแสไฟฟ้าในราคาพิเศษ โดยให้ไทยลงทุนสร้างเขื่อนเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2539 มีการจัดตั้งคณะกรรมการพลังงานร่วมของ 2 ประเทศ การที่พม่า กล้า ตั้งข้อเสนอพิสดารเช่นนั้นเพราะรู้ว่า หลังจากมีการประท้วงอย่างหนักกรณีเขื่อนปากมูน ไทยหมดโอกาสสร้างเขื่อนในบ้านของตัวเอง พม่าไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลทหารใช้กำลังปราบปราม ขับไล่ราษฏรให้ย้ายที่ทำกินไปจากพื้นที่ภายใต้โครงการสร้างเขื่อนได้ไม่ยาก ส่วนจะหนีเข้าไทยก็เป็นคนละเรื่อง พม่าสร้างเขื่อนตามแผนแม่บทเสร็จไปแล้วนับสิบๆไม่นานหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติ ไม่ต้องมีการศึกษาประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย จีนช่วย ว่างั้นเถอะ แต่เกือบทั้งหมดเกือบไม่ใช้ประโยชน์ผลิตกระแสไฟฟ้า แค่ได้เก็บกักน้ำ เพราะยังขาดเทคโนโลยี ที่ปั่นพลังน้ำได้จริงมีเขื่อน Baluchaung ในรัฐคะญอ
หลังจากพม่าเสนอให้ไทยลงทุนสร้างเขื่อนพื่อ (พม่าจะได้) ขายกระแสไฟฟ้าได้ปีเดียว รัฐบาลไทยในปี 2541 แจ้งพม่าว่าไทยไม่มีความจำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าเพิ่ม เปลี่ยนแปลงเมื่อใดจะบอก ต้องแก้วิกฤต "ต้มยำกุ้ง" ซึ่งทำให้ลดการใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อการผลิตสินค้าและบริการลดลงไม่น้อยกว่า 30% โครงการสาละวินจึงถูกระงับปีนั้น
สิบกว่าปีผ่านมา ไทยก็ไม่มีปัญหาขาดแคลนกระแสไฟฟ้า
แปลกที่พม่าเองก็มีความต้องการกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แต่กลับมาลักไก่เอากับไทย กล่อมจนทักษิณเชื่อว่าชาตินี้ไทยต้องพึ่งพม่าในการผลิตกระแสไฟฟ้า
"Myanmar is in need of electric power at the moment. This situation means that exporting electricity to of time before importing." http://www.aseanenergy.org/energy_sector/electricity/myanmar/myanmar
ใครจะว่าทักษิณฉลาดหลอกพม่าก็คิดกันเอาเองนะครับ 4 พันกว่าล้านบาทที่หลอกมาให้ชินคอร์ป แล้วหนี้สูญ โดนขิ่นยุ้นต์เบี้ยว หรือเพราะหมดอำนาจนั้น คนไทยทั้งชาติถูกทักษิณหลอกครับ ยกตัวอย่างเรื่องเดียวก็พอ เดี๋ยวจะหาว่านอกประเด็น พม่ามีเป้าหมายผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนกว่า 37,000 เมกะวัต เพื่อรองรับนโยบายส่งออกในอนาคตตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของพม่า แต่ถึงวันนี้พม่าเพิ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้ไม่เกิน 4 ร้อยเมกะวัต ไม่พอใช้ในประเทศของตัวเองด้วยซ้ำ (ดูภาพถ่ายกลางคืนจากกล้องดาวเทียมนาซ่าเห็นชัดเจนว่าพม่าสว่างอยู่ที่ย่างกุ้ง นอกนั้นมืดตื๋อเหมือนเมืองไทยเมื่อ 40 ปีก่อน แต่วันนี้เห็นสว่างไสวหลายสิบจุดนอกเหนือจากกรุงเทพ เพราะหลังจากมีเขื่อนภูมิพลในปี 2507) เรื่องก็เลย "โอละพ่อ" พม่าเองยังมีไฟฟ้าไม่พอใช้ แต่คิดจะส่งออก! [] อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพลังงานร่วมไทย-พม่ากลับมาอีกในปี 2544 รัฐบาลทักษิณส่งรัฐมนตรีพลังงานไปประชุมที่พม่า มีการเตรียมแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กฟผ. รองรับแผนการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับ Hydroelectric Power Dept. ของพม่า ทักษิณเองบินไปลงนามใน MoA เมื่อเดือนเมษายน 2549 (ความจริงขณะนั้น ทักษิณไม่สมควรเอาประเทศไทยไปผูกพันกับโครงการสาละวินในระหว่าง "เว้นวรรค" ทางการเมือง) ทักษิณมองว่าในอนาคตพลังงานจากพม่าและลาวเท่านั้นที่ไทยจะพึ่งพิงได้ เพราะไทยไม่อาจสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มได้อีกแล้ว แนวคิดทักษิณเข้าทางพม่า แต่ถึงอย่างไร พม่ามีนโยบายลุยชนกลุ่มน้อยมาตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 1960s หรือ 50 ปี่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง แต่มารุกหนักที่แนวรบด้านตะวันออกตั้งแต่ปี 2539 โดยส่งทหารเข้าไปในรัฐฉาน กะเหรี่ยง มอญ คะญา เราจึงพอได้ข่าวคราวที่ทางการไทยมีการผลักดันชาวพม่ากลับไปฝั่งขวาของสาละวินบางครั้งบางคราว ที่เล็ดลอดเข้ามาเป็นส่วนใหญ่ เฉลี่ยแล้วปีละนับแสนคน นับถึงปัจจุบันนับล้านคน
ตกลง พม่าให้ไทยมีส่วนได้ส่วนเสียผ่านโครงการสาละวินในมาตรการกวาดล้างชนกลุ่มน้อยด้านตะวันออก ไทยต้องช่วยพม่ากลบเกลื่อนปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน และต้องแบกรับภาระดูแลผู้อพยพลี้ภัยเข้าเขตไทยโดยปริยายเพราะไหนๆก็ลงทุนไปแล้ว
ทราบแล้วเปลี่ยน!
ประชาชนและองค์กรทั่วโลกรวม 1,731 แห่ง มีหนังสือถึงอดีตนายกฯทักษิณ ลงวันที่ 20 กันยายน 2549 (คงไม่มีโอกาสได้อ่าน) แจงเหตุผลที่ไม่ควรสร้างเขื่อนสาละวินดังนี้ (http://www.petitiononline.com/9202006/petition.html):
นโยบายพลังงานทางเลือก (http://www.atbiopower.co.th/atbnews/news_library_e.htm) ยังมี "biopower" อีกหลายตัวที่ยังมิได้ค้นคว้าพัฒนาให้ถึงระดับนำมาใช้ เช่น จากอ้อย ปาล์ม ถั่ว ฯลฯ นอกเหนือจากรำข้าวที่โรงทดลองของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ ตำบลหอไกร อำเภอบางมูลนาค จังหวัดพิจิตร กำลังดำเนินการอยู่ และเพิ่งเปิดศักราชทดลองนี้เมื่อกลางปี 2549 นี้เอง
ถือว่ายังไม่สาย ถ้ากระทรวงพลังงานจริงจังกับเรื่อง เพราะอีก 30 ปี น้ำมันก็จะหมดโลก หมดแล้วหมดเลย เวลานี้เราพึ่งน้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติกว่า 90% จำเป็นต้องลดการพึ่งพาและหันมาใช้พลังงานชีวอินทรีมากขึ้น จะได้ไม่ต้องไปหาแหล่งพลังงานจากนอกประเทศ
ถ้าวันนี้ไทยยังทำใจไม่ได้กับพลังงานนิวเคลียร์ อีกทางเลือกก็คือพลังงานจากแสงอาทิตย์ผ่าน โซล่าเซลล์
แต่อะไรก็ไม่ดีกว่าประหยัด แต่นโยบายของรัฐต้องไม่ขัดแย้งกันเอง ด้วย อย่างเขื่อนขนาด 1 พันเมกะวัต ลงทุน 4 พันล้านดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทย 1.5 แสนล้านบาท
ถ้ารัฐหยุดอนุญาตให้มีห้างสรรพสินค้าปลีกข้ามชาติ ไฟฟ้าก็ถึงชาวบ้านได้ถ้วนหน้า |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||