พิมพ์หน้านี้
|
ผู้จัดการออนไลน์ (16 มกราคม 2551 17:28 น.) พาดหัวว่า บอร์ดการบินไทยมีมติเช่าโบอิ้ง 787 จำนวน 14 ลำ " กะว่าจะได้มาบินปี 2555-2558 และจะซื้อเฉพาะจากแอร์บัสอีก 20 ลำ http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000006429 [] และแทบจะเป็นนาทีเดียวกับที่อารยาได้ข่าวจากโบอิ้งว่า การส่งมอบรุ่นดรีมไลเนอร์นี้จะล่าออกไป!: [] EVERETT, Jan. 16, 2008 -- Boeing [NYSE:BA] today announced that first flight of the 787 has been moved from the end of the first quarter of this year to around the end of the second quarter to provide additional time to complete assembly of the first airplane. Deliveries are now expected to begin in early 2009, rather than late 2008 เอาเป็นว่า เช่าก็เช่า คงต้องเริ่มดูว่า ใครจะให้เช่าได้บ้าง 1. สาย ANA จองดรีมไลเนอร์เป็นรายแรกตั้แต่ไก่โห่ปี 2547 ก็แปลว่าจะได้รับมอบจากบริทโบอิ้งก่อนใคร THAI พอจะมีโอกาสได้มาบินเร็ว ถ้าทาบทามเจ้านี้ไว้เนิ่นๆ 2. หรือไม่ก็ QANTAS ของจิงโจ้ที่จองไว้ 65 เครื่อง มีอ๊อปชั่นอีก 50 เครื่อง อะไรจะขนาดนั้น THAI ควรหมายตาไว้ ส่วนกว่า QANTAS จะได้ 787 ครบ 115 เครื่องเมื่อไหร่ จะให้เช่าหรือไม่ อารยาว่าป่วยการคิดมาก ให้รีบไปบอกจองเช่าแต่วันนี้เลยไม่ผิดกฏหมายระหว่างประเทศ เขาจะว่าเห่อก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่ทำอย่างนี้ อีก 3-4 ปี จะหาเช่า B-787 มาทำยายากแน่ๆ อย่างน้อย สายการบินต่างๆที่เพิ่งได้รับส่งมอบมาทำเงินกัน คงยังเห่อกันไม่เสร็จ ประเภทเอาสะเต็กมาแลกก็ไม่ยอม ถ้าเราโชคดีได้เช่าปี 2555-6 ก็อาจจะได้ B-787 มาบินโฉบ ก่อนบางสายการบินที่เพิ่งจองวันนี้ แล้วไปได้เอา 10 ปี ถัดจากนั้น อาจจะนะครับ รวมทั้งอาจไม่มีใครให้เราเช่าด้วยในอีก 5 ปีข้างหน้า! [] อย่างไรก็ตาม ไม่แนะที่จะไปขอเช่าจากบริษัทโบอิ้งโดยตรง เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่โบอิ้งจะกั้กของไว้ให้ใครเช่า ในเมื่อต้องส่งให้ลูกค้าช้ากว่ากำหนด แค่เจอค่าปรับส่งของช้าจากลูกค้าหลายร้อยล้านดอลล่าร์อยู่แล้ว โบอิ้งคงไม่อยากเสี่ยงให้ กลต. สหรัฐไปร้องให้ศาลลงโทษตามกฏหมาย "Foreign Corrupt Practices 1977" ฐานผิดบรรษัทภิบาล (corporate governance)
โบอิ้งคงรอจนกระทั่งส่งมอบของตามสั่งจนครบแล้วนั่นแหละ จึงจะเปิดรายการให้เช่า เมื่อไหร่? พระเจ้าเท่านั้นที่ทราบ [] [] ตกลงที่ผมคาดเล่นๆว่า THAI จะต้องไปหาเครื่อง 787 ผ่านวิธีเช่า เพราะทำเก๋ไม่จองเหมือนชาวบ้านเขา กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแบบน่าเศร้า []+++++++++++++++++++ เพราะหาก 3 ปีก่อนตัดใจแค่ 1 แสนล้านบาท ซื้อ "ดรีมไลเนอร์" สัก 20 เครื่อง พอใช้ไปสัก 20 ปี นึกสนุกจะขายทิ้งซะก็ได้ เชื่อว่าพวกโลว์คอสยังต้องการอีกมาก หรือจะซื้อแอร์บัส 40 ลำก็ไม่น่าเกลียด [] ยังไม่มีใครตอบได้ว่าอัตราเช่าจะเป็นเท่าไร แต่เมื่อเป็นฝ่ายเช่า ลองมองว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อใกล้หมดสัญญา ?
1. ค่าเช่าทั้งหมด 14 ลำ จะกินทุนหมด ไม่ต้องพูดถึงผลกำไร เรื่องประหยัดน้ำมันไม่ช่วยให้เป็นปัจจัยบวกเท่าไหร่ ถึงประหยัดก็เป็นช่วงชั้น 10-12 ปี [] 2. เจ้าของดรีมไลเนอร์จะเสนอขายต่อให้ลำละ 5 พันล้านบาท จะไปเรียกร้องค่าเสื่อมราคา เขาก็จะถามว่าจะซื้อไม่ซื้อ แล้วเราก็ต้องกล้ำกลืนซื้อ เพราะมันยังใช้ได้ต่อไปอีก 20 ปี นี่อาจเป็นทางเลือกที่แม้จะดูห่วยแตก แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย [] 3. เราอยากซื้อเป็นเจ้าของเอง แต่จะได้รับคำเสนอขาย ลำละ 6 พันล้านบาท! (เออ แต่ถ้าเช่าไปได้สัก 5 ปี แล้วได้มาราคานั้น อารยาก็ว่าพอทนนะ) [] หรือว่า THAI จะมองการไกลเหนือเมฆ ซึ่งอารยาตามไม่ทัน คือต้องการล้มละลาย เพราะการเช่าถึง 14 ลำ ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร จะทำให้ THAI นับจากนี้ไป 10 ปี ชักหน้าไม่ถึงหลัง เลิกคิดที่จะแข่งกับใครแม้แค่ในสุวรรณภูมินี้ก็ตาม อย่าลืมว่า ในขณะที่เราบอกซื้อแอร์บัส 20 เครื่อง กับเช่า 787 อีก 14 ลำนั้น เรายังขายของเก่าอายุเกิน 20 ปี ออกไปไม่ได้ตามเกณฑ์มิใช่หรือ ผมไม่รู้ว่าระเบียบนั่นห่วยแตกหรือเปล่า จึงเพิ่งมาแหกกฏ ด้วยผลการตัดสินใจของบอร์ด THAI วันนี้ [] ดูแล้วก็คล้ายๆกับเป็นการระเบิดพลีชีพ เหมือนจงใจให้ THAI ล้ม! เพื่อทำลาย เจ้าจำปียักษ์ หลังจากโผล่ออกมาจากตะเกียงอะลาดิน แบบอหังการ์มาใกล้กึ่งศตวรรษ เพื่อจะได้เริ่มต้นยุทธศาสตร์ "จิ๋วแต่แจ๋ว" เลิกอุ้ยอ้ายเสียที "Small Is Beautiful" ! [] หลังจากวันนี้ โบอิ้งในฐานะผู้ผลิต และกำลังพบปัญหา ไม่น้อยไปกว่าไทยในฐานะผู้บริโภค จะคิดอ่านอย่างไรหนอ? [] ข้อแรกคงหาทางแก้จุดอ่อน ยอมรับว่า ระบบ outsourcing ที่ ใช้ 200 โรงงานทั่วโลกทำชิ้นส่วนเป็นการกระจายงานมากเกินไป ปัญหาที่อาจเกิดตลอดกระบวนการผลิตคือ ชิ้นเดียวบางชิ้นที่มาไม่ทัน อาจทำให้ต้องหยุดเดินสายพาน ต้องได้รับการแก้ไขแต่ต้นมือ โบอิ้งตระหนักดีว่าเดิมพันนี้สูงนัก ส่งมอบได้เร็วเท่าไหร่ ก็ลดค่าปรับลงไปเท่านั้น อีกข้อน่าจะเป็นความพยายามสรางเซอร์ไพร๊ส เร่งผลิตดรีมไลเนอร์เงียบๆ เพื่อเผลอๆ อาจส่งมอบลูกค้ารายแรกได้ภายในสิ้นปีนี้เอง (2551) แม้ทั้งปี 2552 อาจทำส่งมอบได้น้อยกว่าเป้า 109 เครื่อง ที่ตั้งไว้เดิม แต่คงหวังจะมาตั้งหลักได้ที่ปี 2553 แล้วเร่งมือให้เข้าเป้า ใช้วลา 4-5 ปีกว่าจะเข้าที่ก็ไม่สาย โลกทัศน์ของอเมริกันชนเมื่อพบอุปสรรค มักมองไปข้างหน้า (forward-looking) แบบต้องไม่สดใส หรือหลอกตัวเอง จะได้สงบ ค่อยๆคิดแก้ไขปัญหา จากจุดเล็กไปใหญ่โดยไม่สับสน (one at a time) โบอิ้งก็มีบุคลิกและวัฒนธรรมองค์กรไม่ต่างไปจากนี้ เริ่มจากตั้งเงื่อนเวลาส่งมอบดรีมไลเนอร์เครื่องแรกให้ล่าออกไปก่อนทันที และค่อนข้างไกลมาก ดูแล้วไม่สดใส แต่นั่นเผื่อไว้ให้กับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น กลายเป็นการท้าทายตัวเอง และเกิด "แรงจูงใจไฝ่สัมฤทธิ" (achievement motivation) โบอิ้งในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ต้องคิดแข่งกับใครนอกจากกับตัวเอง ไม่ประมาท เป็นวิถีหรือวัฒนธรรมของคนที่อยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เพื่อรอรับรางวัลเงียบๆจากพระเจ้าที่เขาเชื่อว่ากำลังเฝ้าดูอยู่ด้วยความรัก [] เมล์จากโบอิ้งในบ๊อกอารยาล่าสุดแจ้งว่า ซีอีโอโบอิ้งเรียกประชุมผู้บริหารทั้งหมดด่วน แล้วมีแถลงการณ์ว่า โบอิ้งมีปัญหาที่ระบบ outsourcing จริง ฝ่ายต่างประเทศของโบอิ้งจะวิ่งออกไปดูแลบริษัทย่อย ที่ทำชิ้นส่วนต่างๆทั้ง 200 กว่าแห่งทั่วโลก เตรียมเหมาลำของ FedEx เพิ่ม เพื่อเสริมประสิทธิภาพการส่งของมาตามผังใหม่ ซึ่งปรับแล้ว [[] อารยาขออนุญาตสรุปเพื่อเป็นข้อสังเกต ดังนี้ [] 1. โบอิ้งไม่ได้ผิดพลาดอะไรมากมาย เพียงรู้ว่าเรื่องไหนคนให้ความสนใจมาก ก็ต้องออกมาพูดตรงไปตรงมา ไม่ฝืนข้อเท็จจริง [] [] 2. ส่วน THAI ก็เข้ามาให้ความสนใจดรีมไลเนอร์ผิดจังหวะ ซ้ำเลือกที่จะมาเป็นผู้เช่าเครื่อง เลยทำให้น่าวิตกมากขึ้น ดังที่วิเคราะห์ไปแล้วในตอนต้น [] [] 3. เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่โบอิ้งมีอันต้องส่งมอบดรีมไลเนอร์ ล่าออกไป [ลูกค้ารายแรก(ANA: All จะได้รับส่งมอบต้นปีหน้า (2552) แทนที่จะเป็นในเดือนพฤษภาคม 2551 และที่คาดว่าในปี 2552 จะผลิต B-787 ได้ 109 เครื่อง คงไม่ครบ] เท่ากับซ้ำเติมความผิดพลาดของ THAI ที่ตัดสินใจเช่า 787 ถึง 14 ลำ [] [] 4. เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจ THAI ในสถานการณ์ซึ่งพลิกผัน อย่างไม่คาด แต่ก็น่าจะเป็นช่วงระยะเวลาไม่เกินปี ก่อนที่โบอิ้งจะแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนมา ทั้งนี้เพราะในช่วงสามปีที่ผ่านมา โบอิ้งได้ดำเนินการ ในส่วนที่เป็นพื้นฐานไว้อย่างมั่นคงพอ [] 4.1 ยอดจอง "ดรีมไลเนอร์" เฉพาะปี 2550 มี 369 เครื่อง ไม่มีบริษัทผลิตเครื่องบินใดเคยทำ ยอดจองสูงได้ขนาดนั้นภายในปีเดียวมาก่อน ลูกค้ารายใหญ่ของโบอิ้งเป็นสายการบินที่ปลอดภัยที่สุดในโลกคือ QANTAS ทุ่มงบคิดเป็นเงินไทยกว่าสามแสนล้านบาท เลือกโบอิ้งเป็นบริษัทที่จะส่งสินค้าล๊อตใหญ่ เป็นดรีมไลเนอร์ 65 เครื่อง แถมอ๊อปชั่นอีก 50 เครื่อง อีกไม่น้อยกว่า 50 สายการบินได้ยืนยันการจอง รวมเป้นยอดทั้งสิ้นถึงเมื่อวาน 817 เครื่อง [] 4.2 สายการบินส่วนใหญ่ ให้ความมั่นใจกับ B-787 เหนือกว่าแอร์บัส A-350 ที่กำลังตีคู่แข่งขันกันมาในช่วงออกแบบ และเตรียมการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัสดุที่โบอิ้งใช้ คาร์บอนไฟเบอร์" ทำลำตัวเครื่องดรีมไลเนอร์ ในขณะที่แอร์บัสยังคงใช้อะลูมินั่ม [] 4.3 โบอิ้ง 787 ยังได้แก้ไขจุดอ่อนของเจ็ตตระกูลโบอิ้ง ที่เคยมีมีปัญหาเรื่องถังน้ำมันใต้ลำตัวระดับปีก โดยลงทุนนับพันล้านดอลล่าร์ ทำระบบแปรไอระเหยของน้ำมันในถัง ให้กลายเป็นก๊าซเฉื่อยต่อการจุดระเบิด ด้วยการให้"ไนโตรเจน" ซึมเข้าไปในถังเพื่อ แทนที่เชื้อเพลิงที่ถูกใช้ไป (ดู ผนวก 1 ) [] 4.4 ชิ้นส่วนอุปกรณ์เดินทางมาถึงโรงงานเพื่อประกอบต้นแบบตามกำหนด ระหว่าง 24 เมษายน- 16 พฤษภาคม 2550 และลงมือประกอบวันที่ 21 พฤษภาคม ได้ทันที [] 4.5 B-787 ได้เปิดตัววันที่ 7 กรกฏาคม 2550 (787) เรียบร้อย มีคนแห่กันมาชื่นชมที่โรงงานเอเวอแรต 15,000 คน งานนั้น ออกอากาศ 9 ภาษาผ่าน เครือข่ายทีวี 40 กว่าแห่งทั่วโลก [] [] 5. เชื่อว่าการจองดรีมไลเนอร์ยังคงดำเนินต่อไป แต่คงไม่ถึงเป้า 1,200 เครื่อง ในการผลิตล๊อตแรกที่ราคาลำละ U$ 150 million หรือ 5,000 ล้านบาท ครับ ++++++++++ +++++++++ ผนวก 1: จากข้อ 4.3 ข้างบน FAA แนะนำกระบวนการทางเคมีดังกล่าว หลังจาก B-747 ของ TWA ระเบิดกลางอากาศ คร่าชีวิตผู้โดยสาร 223 คน เมื่อปี 2539 และน่าจะเป็นสาเหตุเดียวกับที่เคยเกิดระเบิดกับ เครื่อง B-737-300 EI-BZG ของ Philippine Airlines เมื่อปี 2533 ขณะจอด FAA ทำนายว่า ถ้าไม่มีระบบทำให้ไอระเหยนี้กลายเป็นก๊าซเฉื่อย (fuel-tank inerting) น่ากลัวว่ากรณีเช่นนี้จะเกิดซ้ำทุก 56 เดือนกับเครื่องของโบอิ้ง 54 เดือนหลังจากกรณีของ TWA เครื่อง B-737-400 ของการบินไทยระเบิดขณะจอดที่สนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2544 เวลา 14.48 น. ก่อนเวลาที่อดีตนายกฯทักษิณและคณะขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ เพียง 30 นาที สจ๊วตคนหนึ่งเสียชีวิต บาดเจ็บอีก 7 คน เชื่อว่ามาจากเหตุเดียวกัน (http://www.b737.org.uk/thai737news.htm) [] ตอนนี้ก็ยังบ่นกันไม่ค่อยจะตกฟากวงการโบอิ้งว่า ไม่น่าจำเป็นต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายถึงขนาดนั้น ทราบว่าเหตุผลที่โบอิ้งยอมลงทุนเพราะได้มีการทดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม 2546 จากการพัฒนาระบบละลายไออ๊อกซิเจนออกจากถังน้ำมันด้วยพ่นไนโตรเจนลงไปแทน ปรากฏว่าลดไอระเหยได้ 50% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ B-787 จึงเป็นโบอิ้งรุ่นแรกที่มาได้เวลาที่จะใช้ระบบนี้พอดี อารยาว่า ถ้าจะให้ดี ควรทดสอบให้แน่ชัดกว่าแค่ดูประสิทธิผลของไนโตรเจนที่ละลายอ๊อกซิเจนในถังน้ำมัน เพราะไม่ได้ตอบคำถามว่าถังน้ำมันเป็นสาเหตุหรือไม่ โดยเอาแอร์บัส กับ โบอิ้ง รุ่นพอๆกัน มาตากแดดคู่กันกันสักวัน ดูว่ามันจะบึ้ม ถ้าโบอิ้งบึ้มก็ลองแก้จุดดังกล่าว แล้วทดลองอีกครั้ง ถ้าครั้งนี้ไม่บึ้ม ก็แปลว่าเกาถูกที่คัน แต่ถ้าแก้แล้วยังบึ้มอีก ก็แปลว่าสาเหตุไม่ได้มาจากจุดนี้ ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องค้นหาสาเหตุจนกระทั่งพบ แต่ถ้าเกิดบึ้มเหมือนกัน หรือแอร์บัสบึ้มแต่โบอิ้งเกิดไม่บึ้ม ก็ต้องกลับไปหาสาเหตุกันใหม่ของทั้งสองบริษัท สรุปว่า FAA เพียงแนะไว้ หลังจากดูแล้วว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ยังไม่ถึงกับเป็นข้อบังคับให้เป็นมาตรฐานทางวิศวกรรมแต่อย่างใด (เพราะยังมีบางประเด็นที่ไม่อาจมีข้อมูลที่ยืนยันได้ 100% ว่า ขณะระเบิดนั้น จุดระเบิดของทุกกรณีเกิดขึ้นกับถังที่กำลังเปิดใช้น้ำมัน หรือชี้ได้ว่าถังใดกันแน่ที่ระเบิด ครับคงจะมีการซอยถังน้ำมันเรียงรายกันเป็นตับที่ใต้ปีกกลางลำตัวเครื่อง อารยาไม่เคยทราบเรายละเอียดถึงขนาดนั้น) [] ผนวก 2: โครงการ BBJ=Boeing Business Jet http://www.boeing.com/commercial/bbj/
ซีอีโอมีระดับนิยมใช้เครื่องบินส่วนตัวกันมานาน แต่การนำเครื่องบินโดยสารเจ็ตมาตกแต่งภายในให้เป็นเครื่องบินของนักธุรกิจ เพิ่งจะมีเมื่อลูกค้าของบอิ้งรายหนึ่งเสนอความคิดนี้ให้ผู้บริหารโบอิ้งเมื่อปี 2541 ไม่นานมานี้เอง เหตุผลก็แค่เครื่องบินส่วนตัวที่ถือว่าเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่สุดอย่าง "GulfStream" ข้างล่างไม่เพียงไม่จุใจ แต่ไม่พอจุสตาฟขึ้นไปทำงานด้วย
จะว่าไปแล้ว ความคิดนี้ไม่ใช่ของใหม่ เพราะรัฐบาลสหรัฐจัด "Air Force One" ให้กับประธานาธิบดีมาก่อน และถ้าจะมองย้อนกลับไป เครื่องบินส่วนตัวของผู้นำสหรัฐมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่บริษัทล๊อคฮีตสร้างรุ่น "Constellation" เวอชั่นแรก ประธานาธิบดีไอเซนเฮาเออร์นั่งเครื่องข้างล่างนี้ในทศวรรษที่ 1950's(2493...)
โปรดสังเกต ยังเป็นเครื่องใบพัด
อีก 2 เวอชั่นSuper Constellation และ Super Constellation G ก่อนแอร์ฟอร์ซวันเจ็ตเครื่องแรก B-707 ในปี 2500
ซึ่งแน่นอนว่านายบุชวันนี้นั่งแอร์ฟอร์ซวัน 747 แล้ว [] กลับมาที่ "Boeing Business Jet" โบอิ้งต้อนรับกลุ่มนักตกแต่ง BBJ ทางทั่วโลกให้มาเป็นผู้รับเหมาตกแต่ง แล้วแต่จะตกลงกันเองกับลูกค้าที่ซื้อเครื่องเปล่าจากโบอิ้ง ข่วงนี้ รุ่นที่นักตกแต่งภายในสนใจใคร่อยากเข้าไปทำคือดรีมไลเนอร์ แทบไม่ต้องเดาเลย นักตกแต่งกลุ่มหนึ่งที่เยอรมันให้ความเห็นว่า ควรลดที่นั่งเต็มที่ของ 787 ดรีมไลเนอร์จาก 230 ให้เหลือ 35-50 ที่นั่ง (ต้องบอกว่าที่นอนด้วย) เพื่อจะได้เอาเนื้อที่มาแต่งกันให้เพลิด เอาใจนักธุรกิจที่ต้องการความสะดวกสบายสุดๆ โดยเฉพาะพวกเศรษฐีซีอีโออเมริกันที่ชอบบ่นว่า บางครั้งต้องวิ่งไปเจอหน้าเจอตาคู่ค้าให้ครบ 5 รัฐภายในวันเดียว จะทำอย่างไรดี ในขณะที่อยากจะพาพนักงานของบริษัท สัก 20-30 คนไปด้วย [] พวกนักออกแบบทั้งหลายบอกว่า ขอให้สั่งมาเถอะ จะให้หรูอย่างไรทำได้หมด ที่ไม่รู้จะตกแต่งแบบไหนมักเป็นพวกเศรษฐีน้ำมันในตะวันออกกลาง ที่มักไม่เปิดเผยว่าตัวเองรวย ชอบมีความสุขเงียบๆ
ใครหรือเอกชนใดคิดว่าทำ interior เจ๋ง บอกมา โบอิ้งยินดีให้ส่งทีมมาตกแต่งให้กับเจ้าของโบอิ้งส่วนตัว จะรุ่นใดก็แล้วแต่ที่ยังอยู่ในโครงการผลิตปกติ หลังจากตกลงกับผู้ซื้อแล้ว ============ ================ |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||