• อารยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thiravet@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-25
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 11216
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
อารยา
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"
Permalink : http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม 2551
การเดินทางของ “พันธมิตร”
Posted by อารยา , ผู้อ่าน : 107 , 12:56:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


ช่วงปลายปี 2543 มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไปหลังเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ทักษิณใช้โอกาสนั้นกระฉูดกระแสฟีเว่อร์ให้กับพรรคไทยรักไทยจนประสบชัยชนะอย่างเด็ดขาดถล่มทลาย เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 ผ่านการนำเสนอนโยบายลดแลกแจกแถมสุดขั้ว “ประชานิยม” 

 

เกือบตลอดเทอมของ “รัฐบาลพรรคเดียว” ทักษิณได้รับภาพลักษณ์ของผู้นำที่สุดรักสุดบูชาของมวลชน ประมาณว่า “ทักษิณข้าใครอย่าแตะ” เจ้าตัวถึงกับเป็นปลื้มเผลอหลุดปากประเมินตัวเองว่ายุคพระศรีอาริย์มาถึงแล้ว  

 

เพียงปีเดียวก็เกิดปรากฏการณ์ “หางโผล่” สัจธรรมที่ว่าอำนาจมีมากเท่าไหร่ก็ยากที่จะข่มใจให้สุจริตเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้รัฐบาลทักษิณลดความพยายามเป็นเผด็จการทางรัฐสภา วันสิ้นปี 2544 ทักษิณได้ฉายา “นายกฯเหลิงลม” จากสื่อทันที

  

การการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 พรรคไทยรักไทยชูประเด็นแก้เกี้ยวว่า 4 ปีแรก ทักษิณเพียงเข้ามาซ่อมแซมบ้านเมืองที่ทรุดโทรมจากน้ำมือรัฐบาลก่อนๆ จึงขอเวลาอีก 4 ปี (“4ปีซ่อม 4ปีสร้าง”) และถ้าไม่อยากเห็นคนจนเพ่นพ่านในประเทศไทย ก็ขอไปยาวเป็น 12 ปีเลย มีฮือฮาทั้งตอบรับและส่ายหน้าปนกันไป

 

ผลคือพรรคไทยรักไทยได้ที่นั่งในสภาลดลง หายไป 3 ล้านจากเดิม 19 ล้านเสียง

 

ลำพังคนที่ไม่ได้เลือกทักษิณมาก่อนและไม่เปลี่ยนใจถือว่าไม่แปลก แต่อะไรขึ้นใน 4 ปีกับผู้คนที่เลิกมองว่าทักษิณไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่เรื่องปกติเสียแล้ว

 

เมื่อต้องเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549  (หลังยุบสภาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549) คะแนนเสียงของพรรครัฐบาลลดลงไปอีก

ที่ต้องบันทึกไว้ด้วยคือพรรคฝ่ายค้านประท้วงไม่ลงแข่งขัน เพิ่มความสับสนให้กับสถานการณ์ทางการเมืองมากขึ้นเป็นทวีคูณ

มีการร้องเรียนจากหลายจังหวัดโดยเฉพาะทางใต้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่คณะกรรมการเลือกตั้งแห่งชาติไม่บริสุทธิยุติธรรม เช่น รับรองคะแนนเสียงที่ต่ำกว่าเกณฑ์ 20% ของผู้มาใช้สิทธิลงให้ผู้สมัครที่ไร้คู่แข่งขัน เป็นต้น 

 

คนเรารักมากก็เกลียดมาก!

 

น่าคิดว่า คนส่วนใหญ่ในพันธมิตรวันนี้น่าจะมาจากปัจเจกหลากหลายที่ผิดหวัง และเบื่อหน่ายทักษิณ  

 

เกิดคำถามว่า การเติบโตของพันธมิตรตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เป็นผลให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว หรือเป็นผลผลิตจากสภาวะกดดันที่รัฐบาลทักษิณสั่งสมผ่านการทุจริตคิดมิชอบในการบริหารบ้านเมือง หรือเป็นทั้งเหตุและผลในตัวของมันเอง

 

คงต้องย้อนกลับไปดูที่มา… 

 

พันธมิตรมีจุดเริ่มต้นจากรายการ “เมืองไทยในรอบสัปดาห์” ทางทีวี ที่สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นพิธีกรร่วมปุจฉาวิสัชนากับ สโรชา

รายการถูกผลักออกจากแผงต้นเดือนกันยายน 2548  ทำให้ต้องเร่ร่อนหาที่คุยใหม่ มาได้หอประชุมธรรมศาสตร์ก่อนย้ายไปปักหลักที่สวนลุมฯในปลายปีนั้น  

 

เป็นการก่อตัวของ “ปรากฏการณ์สนธิ”  ผ่านเรื่องราว เหตุผลที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ทางการเมือง ได้บรรยากาศการเมืองใหม่ที่ให้คำตอบกับประเด็นการเมืองหลากหลาย ทั้งที่เป็นหลักการและที่บ้านเมืองกำลังประสบ

อาทิ อำนาจกับผลกระทบต่อวิถีชีวิต อุปสรรคในระบบรัฐสภาของไทย ปัญหาตัวแทนประชาชนที่ยอมเป็นทาสน้ำเงิน เผด็จการโดยรัฐสภากับหลักการเสียงข้างมาก การใช้อำนาจบ่อนทำลายองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบทุจริตนักการเมือง  ประชาชนกับความเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง สนธิพยายามเน้นว่าการเมืองคือชีวิตของประชาชน มิได้อยู่ไกลตัว ความคิดที่ว่าบ้านเมืองไม่ใช่ของเราคนเดียวเป็นการปฏิเสธหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดิน  ประชาธิปไตยมิใช่การเขียนเช็คเปล่าให้ผู้ทรง(อำนาจ) ในวันเลือกตั้งที่หลังจากใช้เวลา 4 วินาทีหย่อนบัตรแล้วกลับบ้านโดยปล่อยให้ผู้ได้อำนาจไปทำปู้ยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้ 

นธิบอกว่าประชาชน สามารถตรวจสอบอำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าองค์การตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ

 

สนธิลำเลียงพฤติการณ์ไม่ชอบมาพากล มีวาระซ่อนเร้น ให้ประโยชน์ตนมากกว่าประเทศชาติของผู้นำประเทศที่เคยบอกว่า “รวยแล้วไม่โกง” อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบ

อาทิ กรณี  “บกพร่องโดยสุจริต” ที่ถูกจับได้เพียงแค่เดือนแรกๆหลังจากจัดตั้งตั้งรัฐบาลในปี 2544 กรณี “โจรกระจอก” หรือ “ทหารสมควรตาย” เมื่อเดือนมกราคม 2547  กรณีติดสินบนประชาชนระหว่างหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป “จังหวัดใดลงคะแนนให้พรรคไทยรักไทยมากที่สุด จะได้รับจัดสรรงบประมาณสูงสุด และลดหลั่นกันไป” จนวันหนึ่งทักษิณหลุดสารภาพแบบไม่รู้ตัวว่า “ผมใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือในการบริหาร” 

 

การที่สนธิมีพื้นทางประวัติศาสตร์แน่นจากสถาบันระดับ “ไอวีลี๊ก” ของสหรัฐ มีประสบการณ์ทางธุรกิจที่ทำให้อยู่กับข้อมูลเชิงเศรษฐกิจการเมือง บวกกับความเป็นนักพูด มีข้อมูล และกระบวนการคิด "ทำความจริงให้ปรากฏ” ได้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกดีๆของผู้ผิดหวังทักษิณที่ได้แต่ตั้งโจทย์หรือสร้างภาพแต่ไม่มีคำตอบชัดเจน เมื่อมีผู้คนไฝ่ใจใคร่รู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังการบริหารนโยบายต่างๆของรัฐบาลทักษิณที่มักมีกลิ่นไม่ดีตามมาบ่อยขึ้น สนธิจึงได้แฟนคลับทะยอยมาร่วมขบวนการได้ต่อเนื่อง

 

“ปรากฏการณ์สนธิ” เกิดอานิสงส์ส่งผลให้เกิดการประทะโลกทัศน์ ค่านิยมในการเมืองใหม่ กับ อำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรม

 

คนในกรุงทะยอยมาสดับกันมืดฟ้ามัวดินทุกสัปดาห์ตามนัดถึงขั้น “สวนลุมแตก” ในคืนวันที่ 9 มกราคม 2549 เมื่อสนธิพาผู้ชุมนุมทะลักจากสวนลุมมายึดทำเนียบในเชิงสัญลักษณ์ แล้วสลายตัวตอนเช้า

 

 แม้จะอึดอัดเพียงไร แต่ทักษิณยังมองพันธมิตรอย่างด้อยราคา ประมาณว่าคนแค่พันหรืออย่างมากก็หมื่นเดียวเทียบไม่ได้กับ  63 ล้านคนของพรรคไทยรักไทย ทั้งยังแนะสนธิให้มาลงเลือกตั้งแข่งกับตน โดยปฏิเสธคำท้าที่สนธิต้องการให้ทักษิณออกมา “ดวล” ผ่านสื่อ   

 

เมื่อเห็นว่า “ปรากฏการณ์สนธิ” ได้รับการบ่มเพาะจนอยู่ตัว วันที่ 4 กุมภาพันธ์  2549 สนธิและแกนนำขบวนการจึงทำคลอด “พันธมิตรฯ” เข้าสู่พัฒนาการของการเมืองโดยเปิดเวทีใหญ่บนลานพระรูปหน้าพระนั่งอนันตสมาคม ท่ามกลางผู้มาชื่นชมมิติใหม่ของกระบวนการทำความจริงให้ปรากฏกว่าแสนชีวิตในคืนนั้น

 

และในสัปดาห์ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่เก่าลานพระรูป เวลาเดิม  พันธมิตรได้ต้อนรับ พล.. จำลอง ศรีเมือง มาร่วมเป็นแกนนำเพิ่ม

 

เพียง 13 วันต่อมา วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ทักษิณประกาศยุบสภา 

 

สนธิกับแกนนำ 5-6 คนร่วมตีเหล็กกำลังร้อนด้วยนำผู้ชุนุมนับแสนเดินออกจากสนามหลวงยาวเหยียดไปตามเส้นทางถนนราชดำเนิน ขนาดหัวขบวนมาถึงสะพานผ่านฟ้าแล้ว หางขบวนยังไม่พ้นสะพานผ่านภิภพลีลา จากนั้นเข้ายึดพื้นที่นอกรั้วทำเนียบรัฐบาลในเดือนมีนาคม 2549 กดดันทักษิณมิให้เข้าทำงานในทำเนียบจนตัองตัดสินใจ “เว้นวรรค” ออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2549 หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปผ่านพ้นไป 2 วัน  

 

สนธิตัดสินชะตากรรมของตัวเองไปแล้ว เขาทุบโต๊ะประกาศ “ตายเป็นตาย” แต่ไม่มีใครฆ่าเขาได้แล้วนอกจากตัวเขาเอง    บ่อยครั้งที่สนธิท้อ แต่สนธิไม่ถอย การเมืองภาคประชาชนที่ถามหากันมาตั้งแต่หลังยุค 14 ตุลา จะยั่งยืนหรือไม่อย่างไรหลังจากสนธิได้สร้างปรากฏการณ์ปลุกจิตสำนึกให้คนได้รักชาติมากกว่าตัวเอง ผ่านการทำความจริงให้ปรากฏมากกว่าจะเป็นการปลุกระดมจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาว่าจะได้รับการพัฒนาให้มีความต่อเนื่องได้หรือไม่ อย่างไร 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
อารยา วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 23.53 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ขอบคุณทุกท่านที่กรุณามาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 6
2CUTE วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 14.43 น.
http://www.oknation.net/blog/2cute

สั้นแต่ได้ใจความชัดเจนดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 14.04 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan



มาชวนไปชมบรรยากาศการเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ ของบล๊อกเกอร์ปราณชลีค่ะ ...
http://www.oknation.net/blog/supawan/2008/10/10/entry-1
ความคิดเห็นที่ 4
มะอึก วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 13.46 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

อ่านแล้วเข้าใจครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 3
Magwen วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 13.34 น.
http://www.oknation.net/blog/magwen

มาจนถึงวันนี้ไม่เคยคิเสียใจเลย

ที่ได้ติดตามข่าวสารจาก ASTV

เพราะชอบที่จะเสพข่าวสาร

มากกว่าดูระครตามช่องต่างๆที่มีข่าวให้ดูน้อย

พยายามถามตัเองว่าเราฝักใฝ่ฝ่าย พธม ไปหรือไม่

ก็เลยเปลี่ยนช่องที่นำเสนอข่าวเหมือนกัน

แต่ไม่ใช่ด้านเดียว.....ก็ได้คำตอบให้ตนเอง

ว่าเราชัดเจนแล้ว............................
ความคิดเห็นที่ 2
tatuk วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 13.21 น.
http://www.oknation.net/blog/tatuk

เหมือนเป็น "ปฐมบท" การเคลื่อนไหวต้านอำนาจรัฐของพันธมิตร

ขอบคุณที่รายงานข้อมูลนี้ให้สาธารณชนทราบในวงกว้างยิ่งขึ้น

น่าจะมีตอนต่อๆ ไปนำเสนออีกนะครับ

รวมเป็นเล่มผ่องถ่ายข้อมูลสู่ระดับรากหญ้าได้อย่างดีเลยล่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ซันญ่า วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 13.10 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS

อ่านโดยละเอียด สองรอบ

สติ ไตร่ตรอง เข้าใจ ดีค่ะ

ชมเอ เอส ทีวี มาตั้งแต่ ปี๔๘ ปี ๔๙ และก็ชม

ทุกช่อง แต่จะเปิด เอ เอส ทีวีแช่ ไว้เลย

ทำงานหน้าจอมอนิเตอร์ เลย ได้หลายแง่

แต่ไม่ทน ที่มีคนหมิ่นสถาบันพ่อหลวง

ทนไม้ได้ จึง หันมาเสพข้อมูล ที่แท้บอกตัวเอง

ว่าไม่ผิดที่จะ เป็นพันธมิตร........
.........ไป ไป ไป ออกกัน ไปสู้แบบอหิงสา...
....................................
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31